ร้านขายเครื่องมือแพทย์ ตั้งแต่อุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยที่บ้านไปจนถึงเครื่องมือทางการแพทย์เฉพาะทาง ต้องผ่านการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนเริ่มขาย

มิเช่นนั้นอาจถูกดำเนินคดีทั้งที่ยังไม่ได้เปิดร้านจริง

บทความนี้อธิบายประเภทใบอนุญาต ขั้นตอนขอ และภาษีที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าเครื่องมือแพทย์

สารบัญบทความ
  1. เครื่องมือแพทย์แบ่งเป็นกี่กลุ่มความเสี่ยง
  2. ใบอนุญาตสถานที่ขายเครื่องมือแพทย์
  3. นำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง
  4. การขายในประเทศต้องจดทะเบียน VAT เมื่อไร
  5. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  7. เอกสารและระบบที่ควรวางไว้ตั้งแต่เริ่มกิจการ
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

เครื่องมือแพทย์แบ่งเป็นกี่กลุ่มความเสี่ยง

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจัดกลุ่มเครื่องมือแพทย์ตามระดับความเสี่ยงต่อผู้ใช้ ตั้งแต่กลุ่มความเสี่ยงต่ำ เช่น ไม้ค้ำยัน แผ่นรองนั่ง หรือปรอทวัดไข้แบบดิจิทัลทั่วไป

ไปจนถึงกลุ่มความเสี่ยงสูงที่ต้องฝังในร่างกายหรือใช้พยุงชีวิต เช่น

เครื่องกระตุ้นหัวใจหรือข้อเข่าเทียม การจัดกลุ่มนี้มีผลโดยตรงต่อประเภทใบอนุญาตที่ต้องขอ สินค้าบางรายการเป็นเพียง "การแจ้งรายละเอียด"

ในขณะที่สินค้าความเสี่ยงสูงต้องผ่านการ "จดทะเบียน" หรือ "ขึ้นทะเบียน"

ที่ใช้เวลาและเอกสารมากกว่า ร้านขายเครื่องมือแพทย์ที่จำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภทจึงควรตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนของสินค้าแต่ละรายการก่อนสั่งซื้อเข้ามาขาย

เพราะการขายสินค้าที่ยังไม่ผ่านการอนุญาตถือเป็นความผิดตามกฎหมาย

ใบอนุญาตสถานที่ขายเครื่องมือแพทย์

นอกจากตัวสินค้าต้องผ่านการอนุญาตแล้ว

ตัวร้านหรือสถานประกอบการเองก็ต้องขอใบอนุญาตขายเครื่องมือแพทย์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ที่ตั้งร้าน โดยต้องแสดงแผนผังสถานที่เก็บสินค้า

ระบบควบคุมอุณหภูมิสำหรับสินค้าที่ต้องเก็บรักษาเป็นพิเศษ และผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการที่ได้รับมอบหมายตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ประกอบการควรเตรียมเอกสารจดทะเบียนธุรกิจ แผนผังร้าน

และรายชื่อสินค้าที่จะจำหน่ายให้ครบก่อนยื่นคำขอ

เพราะหน่วยงานมักตรวจสถานที่จริงก่อนออกใบอนุญาต การเปิดร้านขายก่อนได้รับใบอนุญาตถือเป็นความเสี่ยงสูงที่ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด

กลุ่มความเสี่ยงสินค้ารูปแบบการอนุญาตโดยทั่วไปตัวอย่างสินค้า
ความเสี่ยงต่ำแจ้งรายละเอียดเครื่องมือแพทย์ไม้เท้า แผ่นรองนั่ง เทอร์โมมิเตอร์ทั่วไป
ความเสี่ยงปานกลางจดทะเบียนสถานประกอบการและผลิตภัณฑ์เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องพ่นยา
ความเสี่ยงสูงขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์อุปกรณ์ฝังในร่างกาย เครื่องช่วยพยุงชีวิต

นำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

ร้านที่นำเข้าเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศโดยตรงต้องดำเนินพิธีการศุลกากรและอาจต้องเสียอากรขาเข้าตามพิกัดศุลกากรของสินค้าแต่ละประเภท

เครื่องมือแพทย์บางรายการอาจได้รับสิทธิยกเว้นหรือลดอัตราอากรตามข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ

ซึ่งต้องตรวจสอบพิกัดและเงื่อนไขกับกรมศุลกากรเป็นรายกรณี นอกจากอากรขาเข้าแล้ว การนำเข้ายังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในขั้นตอนนำเข้า (ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากร)

ผู้ประกอบการที่นำเข้าเป็นประจำควรวางระบบเอกสารใบขนสินค้าขาเข้าให้ครบถ้วน เพื่อใช้เป็นหลักฐานคำนวณต้นทุนสินค้าและเครดิตภาษีซื้อ

การขายในประเทศต้องจดทะเบียน VAT เมื่อไร

ร้านขายเครื่องมือแพทย์ที่มีรายได้จากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า ทั้งลูกค้าที่เป็นบุคคลทั่วไป โรงพยาบาล คลินิก

หรือหน่วยงานราชการ

เนื่องจากลูกค้ากลุ่มโรงพยาบาลและหน่วยงานราชการมักต้องการใบกำกับภาษีที่ถูกต้องเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณ ร้านที่ยังไม่จดทะเบียน VAT อาจเสียโอกาสในการขายให้ลูกค้ากลุ่มนี้

ผู้ประกอบการจึงควรวางแผนจดทะเบียน VAT

ล่วงหน้าหากคาดว่ารายได้จะเติบโตถึงเกณฑ์ในเร็ว ๆ นี้

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติผู้ประกอบการรายหนึ่งต้องการเปิดร้านขายเครื่องมือแพทย์สำหรับดูแลผู้ป่วยที่บ้าน เช่น เตียงผู้ป่วย เครื่องผลิตออกซิเจน และเครื่องวัดความดันโลหิต

สินค้ากลุ่มเตียงผู้ป่วยและอุปกรณ์พยุงตัวจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำถึงปานกลางที่ต้องแจ้งรายละเอียดหรือจดทะเบียน

ส่วนเครื่องผลิตออกซิเจนอาจต้องผ่านการตรวจสอบเข้มงวดกว่าเนื่องจากเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ

ผู้ประกอบการจึงต้องแยกยื่นคำขออนุญาตตามกลุ่มความเสี่ยงของสินค้าแต่ละประเภท พร้อมขอใบอนุญาตสถานที่ขายให้ครบก่อนเปิดร้านจริง และหากนำเข้าเครื่องผลิตออกซิเจนจากต่างประเทศ

ต้องตรวจสอบพิกัดศุลกากรและอัตราภาษีนำเข้าที่ถูกต้องกับกรมศุลกากรก่อนสั่งซื้อ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เปิดขายสินค้าก่อนได้รับใบอนุญาตสถานที่ขายเครื่องมือแพทย์ ทำให้เสี่ยงถูกดำเนินคดี
  • ไม่ตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนของสินค้าแต่ละรายการก่อนสั่งซื้อเข้ามาขาย
  • สับสนระหว่างการแจ้งรายละเอียด การจดทะเบียน และการขึ้นทะเบียน ทำให้ยื่นเอกสารผิดประเภท
  • ไม่วางระบบเอกสารใบขนสินค้าขาเข้าให้ครบ ทำให้คำนวณต้นทุนและภาษีซื้อผิดพลาด
  • ไม่จดทะเบียน VAT ทั้งที่รายได้เกินเกณฑ์แล้ว ทำให้เสียโอกาสขายให้ลูกค้าโรงพยาบาลและหน่วยงานราชการ

เอกสารและระบบที่ควรวางไว้ตั้งแต่เริ่มกิจการ

ร้านขายเครื่องมือแพทย์ควรจัดทำทะเบียนสินค้าที่ระบุเลขที่ใบรับแจ้งหรือเลขทะเบียนของสินค้าแต่ละรายการ เพื่อให้ตรวจสอบได้ทันทีว่าสินค้าใดผ่านการอนุญาตแล้วบ้าง

ควรเก็บสำเนาใบอนุญาตสถานที่ขาย ใบอนุญาตนำเข้า (หากมี)

และเอกสารรับรองมาตรฐานของสินค้าไว้ในที่เดียวกันเพื่อความสะดวกเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ นอกจากนี้ควรวางระบบบัญชีแยกสินค้าตามกลุ่มความเสี่ยงและแหล่งที่มา

(นำเข้าเองหรือซื้อจากตัวแทนจำหน่ายในประเทศ)

เพื่อให้การคำนวณต้นทุนและภาษีในแต่ละเดือนแม่นยำ

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ที่ต้องการเปิดร้านขายเครื่องมือแพทย์ควรเริ่มจากการตรวจสอบกลุ่มความเสี่ยงของสินค้าที่จะจำหน่ายก่อน แล้วขอใบอนุญาตสถานที่ขายและใบอนุญาตสินค้าให้ครบตามประเภทก่อนเปิดร้านจริง

หากมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศควรตรวจสอบพิกัดศุลกากรและอัตราภาษีกับกรมศุลกากรล่วงหน้า และวางระบบบัญชีแยกตามกลุ่มสินค้าเพื่อให้ยื่นภาษีได้ถูกต้อง

หากไม่แน่ใจขั้นตอนใดควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเครื่องมือแพทย์และภาษีคู่ขนานกันไป

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ร้านขายเครื่องมือแพทย์ต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง

ต้องขอใบอนุญาตสถานที่ขายเครื่องมือแพทย์จาก อย. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และตรวจสอบว่าสินค้าแต่ละรายการผ่านการแจ้งรายละเอียด จดทะเบียน

หรือขึ้นทะเบียนตามกลุ่มความเสี่ยงแล้วหรือยัง

เครื่องมือแพทย์แบ่งกลุ่มความเสี่ยงอย่างไร

แบ่งตั้งแต่กลุ่มความเสี่ยงต่ำ เช่น ไม้เท้าและเทอร์โมมิเตอร์ทั่วไป ไปจนถึงกลุ่มความเสี่ยงสูง เช่น อุปกรณ์ฝังในร่างกายหรือเครื่องช่วยพยุงชีวิต

ซึ่งต้องผ่านการขึ้นทะเบียนที่เข้มงวดกว่า

เปิดร้านขายก่อนได้รับใบอนุญาตได้หรือไม่

ไม่ควรทำ การขายเครื่องมือแพทย์ก่อนได้รับใบอนุญาตถือเป็นความผิดตามกฎหมาย ควรรอให้ได้รับใบอนุญาตสถานที่ขายและใบอนุญาตสินค้าครบก่อนเปิดร้านจริง

นำเข้าเครื่องมือแพทย์ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

โดยทั่วไปต้องเสียอากรขาเข้าตามพิกัดศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่มในขั้นตอนนำเข้า ควรตรวจสอบพิกัดและอัตราที่ถูกต้องกับกรมศุลกากรและกรมสรรพากรเป็นรายกรณี

ร้านขายเครื่องมือแพทย์ต้องจดทะเบียน VAT เมื่อไร

เมื่อมีรายได้จากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า

โดยเฉพาะลูกค้าโรงพยาบาลและหน่วยงานราชการที่ต้องการใบกำกับภาษีเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณ

ควรเก็บเอกสารอะไรไว้เพื่อรองรับการตรวจสอบ

ควรเก็บสำเนาใบอนุญาตสถานที่ขาย ใบอนุญาตนำเข้า เอกสารรับรองมาตรฐานสินค้า และทะเบียนสินค้าที่ระบุเลขที่ใบรับแจ้งหรือเลขทะเบียนของสินค้าแต่ละรายการ

ก่อนเปิดร้านขายเครื่องมือแพทย์ควรเตรียมอะไรก่อน

ควรตรวจสอบกลุ่มความเสี่ยงของสินค้าที่จะจำหน่าย ขอใบอนุญาตสถานที่ขายและใบอนุญาตสินค้าให้ครบ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเครื่องมือแพทย์และภาษีก่อนเริ่มดำเนินกิจการจริง

ก่อนตัดสินใจเรื่องภาษีที่อาจส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาว ควรศึกษาแนวทางวางแผนภาษีของ A Plus Me เพื่อประเมินความเสี่ยงและทางเลือกอย่างรอบด้าน