ธุรกิจปลูกกัญชงในประเทศไทยต้องผ่านการขออนุญาตตามกฎหมายเฉพาะก่อนเริ่มเพาะปลูก และเมื่อได้รับอนุญาตแล้วยังต้องวางระบบบัญชีภาษีให้รองรับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้สรุปขั้นตอนหลักตั้งแต่การขอใบอนุญาตจนถึงการจัดการภาษีสำหรับฟาร์มกัญชง

สารบัญบทความ
  1. กัญชงคืออะไร ต่างจากกัญชาอย่างไร
  2. ขั้นตอนการขอใบอนุญาตปลูกกัญชง
  3. การวางระบบบัญชีสำหรับฟาร์มกัญชง
  4. ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจฟาร์มกัญชง
  5. การเก็บเอกสารเพื่อรองรับการตรวจสอบ
  6. การทำสัญญาซื้อขายกับผู้รับซื้อผลผลิต
  7. ความแตกต่างระหว่างขายเมล็ดพันธุ์กับขายผลผลิตแปรรูป
  8. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  9. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  10. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  11. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

กัญชงคืออะไร ต่างจากกัญชาอย่างไร

กัญชง (Hemp) เป็นพืชในตระกูลเดียวกับกัญชาแต่มีปริมาณสารเสพติดต่ำกว่ามาก ตามกฎหมายไทยกำหนดเกณฑ์ปริมาณสาร THC ในพืชกัญชงไว้ในระดับที่ต่ำกว่ากัญชาอย่างชัดเจน

ทำให้การควบคุมและขออนุญาตปลูกมีรายละเอียดต่างจากกัญชา

ผู้ที่สนใจทำฟาร์มกัญชงควรศึกษากฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องล่าสุดอย่างละเอียด เนื่องจากกฎระเบียบด้านนี้มีการปรับปรุงอยู่เสมอ

ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับหน่วยงานที่กำกับดูแลโดยตรงก่อนเริ่มดำเนินการ

ขั้นตอนการขอใบอนุญาตปลูกกัญชง

โดยทั่วไปผู้ที่ต้องการปลูกกัญชงในเชิงพาณิชย์ต้องยื่นขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจรวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือหน่วยงานท้องถิ่นที่ได้รับมอบหมาย

โดยต้องเตรียมเอกสารประกอบ เช่น แผนที่แปลงที่ดินที่จะใช้ปลูก

เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการใช้ที่ดิน แผนการปลูกและการจำหน่ายผลผลิต รวมถึงข้อมูลผู้ยื่นขออนุญาต เนื่องจากขั้นตอนและเอกสารที่แน่ชัดอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศล่าสุด

ผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายละเอียดกับหน่วยงานที่กำกับดูแลโดยตรงหรือปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายเฉพาะทางก่อนยื่นคำขอ

ขั้นตอนรายละเอียดโดยสังเขปข้อควรระวัง
เตรียมเอกสารแปลงที่ดินแผนที่และเอกสารสิทธิที่ดินที่จะปลูกต้องตรงกับพื้นที่ที่ระบุในคำขอจริง
ยื่นคำขออนุญาตปลูกยื่นต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลตามกฎหมายที่บังคับใช้ตรวจสอบเอกสารและเงื่อนไขล่าสุดก่อนยื่น
รับใบอนุญาตและปฏิบัติตามเงื่อนไขปลูกตามพื้นที่และปริมาณที่ได้รับอนุญาตต้องรายงานผลผลิตตามที่กฎหมายกำหนด

การวางระบบบัญชีสำหรับฟาร์มกัญชง

เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ฟาร์มกัญชงควรวางระบบบัญชีที่รองรับการตรวจสอบทั้งจากกรมสรรพากรและหน่วยงานกำกับดูแลด้านใบอนุญาต โดยควรบันทึกต้นทุนการเพาะปลูกแยกตามแปลง เช่น

ค่าเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้า ค่าปุ๋ยและสารบำรุง ค่าแรงงาน

ค่าน้ำและระบบชลประทาน รวมถึงบันทึกปริมาณผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้แยกตามรอบการปลูก

เพื่อให้สามารถกระทบยอดปริมาณผลผลิตกับใบอนุญาตที่ได้รับและรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง

ภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจฟาร์มกัญชง

รายได้จากการขายผลผลิตกัญชง ไม่ว่าจะเป็นเมล็ด เส้นใย หรือส่วนอื่นของพืชที่นำไปแปรรูป ถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษีตามรูปแบบกิจการ

หากดำเนินการในนามบุคคลธรรมดาต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

หากจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้เมื่อรายได้เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดต้องพิจารณาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากกัญชงเป็นพืชควบคุมพิเศษ

อาจมีข้อกำหนดภาษีหรือค่าธรรมเนียมเฉพาะเพิ่มเติมนอกเหนือจากภาษีทั่วไป ผู้ประกอบการควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีที่มีประสบการณ์กับธุรกิจพืชควบคุมโดยตรงเพื่อความถูกต้อง

การเก็บเอกสารเพื่อรองรับการตรวจสอบ

เนื่องจากกัญชงเป็นพืชที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายเฉพาะ ฟาร์มควรเก็บเอกสารทุกขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ใบอนุญาตปลูก

บันทึกการซื้อเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าจากแหล่งที่ได้รับอนุญาต บันทึกปริมาณผลผลิตที่เก็บเกี่ยว

ไปจนถึงเอกสารการขายและขนส่งผลผลิตไปยังผู้รับซื้อ เอกสารเหล่านี้ไม่เพียงใช้สำหรับการยื่นภาษี

แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญหากหน่วยงานกำกับดูแลด้านใบอนุญาตเข้ามาตรวจสอบพื้นที่ปลูกและปริมาณผลผลิต

การทำสัญญาซื้อขายกับผู้รับซื้อผลผลิต

ฟาร์มกัญชงส่วนใหญ่มักทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับโรงงานแปรรูปหรือผู้รับซื้อรายใหญ่ เพื่อความมั่นคงด้านราคาและรับประกันว่าผลผลิตจะมีที่ระบายแน่นอน สัญญาลักษณะนี้ควรระบุปริมาณ ราคา

และมาตรฐานคุณภาพที่ชัดเจน

รวมถึงเงื่อนไขการชำระเงินและช่วงเวลาส่งมอบ ผู้ประกอบการควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีตรวจสอบเนื้อหาสัญญาก่อนลงนาม เพราะรูปแบบการรับชำระเงินและการหักภาษี ณ

ที่จ่ายอาจแตกต่างกันไปตามลักษณะสัญญา

และควรเก็บสำเนาสัญญาทุกฉบับไว้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกบัญชีรายได้

ความแตกต่างระหว่างขายเมล็ดพันธุ์กับขายผลผลิตแปรรูป

ฟาร์มกัญชงบางแห่งอาจมีรายได้จากหลายช่องทาง ทั้งขายเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรรายอื่นนำไปปลูกต่อ ขายเส้นใยดิบให้โรงงานสิ่งทอ หรือขายส่วนอื่นของพืชให้โรงงานแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ

รายได้แต่ละประเภทอาจมีเงื่อนไขทางภาษีและข้อกำหนดด้านใบอนุญาตที่ต่างกัน โดยเฉพาะการขายเมล็ดพันธุ์ที่อาจต้องมีใบอนุญาตเพิ่มเติมนอกเหนือจากใบอนุญาตปลูกทั่วไป

เจ้าของฟาร์มจึงควรแยกบันทึกรายได้ตามประเภทผลผลิตให้ชัดเจน

และตรวจสอบกับหน่วยงานที่กำกับดูแลว่าการขายแต่ละประเภทต้องมีใบอนุญาตเพิ่มเติมหรือไม่ก่อนเริ่มดำเนินการขาย

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติผู้ประกอบการรายหนึ่งได้รับใบอนุญาตปลูกกัญชงบนพื้นที่ 10 ไร่ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีต้นทุนการเพาะปลูกรวมเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และแรงงานต่อรอบการปลูกอยู่ที่ 500,000 บาท

ขายผลผลิตได้ 900,000 บาท กำไรขั้นต้นจากรอบการปลูกนี้จึงอยู่ที่

400,000 บาท ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการบริหารและภาษีที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการต้องบันทึกบัญชีให้ครบถ้วนและยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกำไรสุทธิที่คำนวณได้

พร้อมเก็บเอกสารใบอนุญาตและรายงานผลผลิตไว้เป็นหลักฐานประกอบ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เริ่มปลูกก่อนได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ ทำให้เสี่ยงผิดกฎหมายและถูกดำเนินคดี
  • ไม่เก็บเอกสารแหล่งที่มาของเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้า ทำให้พิสูจน์ความถูกต้องตามกฎหมายได้ยาก
  • ไม่บันทึกปริมาณผลผลิตแยกตามแปลงหรือรอบการปลูก ทำให้กระทบยอดกับใบอนุญาตไม่ได้
  • ไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีที่มีประสบการณ์กับพืชควบคุมพิเศษ ทำให้พลาดข้อกำหนดภาษีเฉพาะ
  • รอจนรายได้สูงแล้วจึงเพิ่งวางระบบบัญชี ทำให้ย้อนกลับไปแก้ไขข้อมูลได้ยากและเสี่ยงถูกประเมินภาษีเพิ่ม

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ที่สนใจทำฟาร์มกัญชงควรเริ่มต้นด้วยการศึกษากฎหมายและขั้นตอนขอใบอนุญาตล่าสุดจากหน่วยงานที่กำกับดูแลโดยตรง วางระบบบัญชีบันทึกต้นทุนและผลผลิตแยกตามแปลงตั้งแต่วันแรก

และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีภาษีที่มีประสบการณ์กับธุรกิจพืชควบคุมพิเศษ

เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปถูกต้องทั้งด้านใบอนุญาตและภาษีตั้งแต่เริ่มต้น

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ฟาร์มกัญชงต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานใด

โดยทั่วไปต้องยื่นขออนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแลพืชควบคุม เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย

ทั้งนี้รายละเอียดและเอกสารที่ต้องใช้ควรตรวจสอบกับหน่วยงานโดยตรงเนื่องจากกฎระเบียบอาจมีการปรับปรุง

กัญชงกับกัญชาต่างกันอย่างไรในแง่กฎหมาย

กัญชงมีปริมาณสาร THC ต่ำกว่ากัญชาตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทำให้การควบคุมและขั้นตอนขออนุญาตมีรายละเอียดต่างกัน ควรศึกษาประกาศและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนเริ่มดำเนินการ

รายได้จากการขายผลผลิตกัญชงต้องเสียภาษีอย่างไร

ขึ้นอยู่กับรูปแบบกิจการ หากเป็นบุคคลธรรมดาต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากเป็นนิติบุคคลต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราที่กฎหมายกำหนด

และหากรายได้เกินเกณฑ์ต้องพิจารณาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย

ต้องเก็บเอกสารอะไรบ้างเพื่อรองรับการตรวจสอบฟาร์มกัญชง

ควรเก็บใบอนุญาตปลูก เอกสารแหล่งที่มาของเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้า บันทึกปริมาณผลผลิตที่เก็บเกี่ยว และเอกสารการขายผลผลิตทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานทั้งด้านภาษีและด้านใบอนุญาต

หากปลูกกัญชงโดยไม่มีใบอนุญาต มีความเสี่ยงอย่างไร

มีความเสี่ยงถูกดำเนินคดีตามกฎหมายควบคุมพืชเสพติด รวมถึงความเสี่ยงด้านภาษีหากรายได้จากการขายไม่สามารถอธิบายที่มาได้ถูกต้อง

จึงควรขอใบอนุญาตให้เรียบร้อยก่อนเริ่มเพาะปลูกเชิงพาณิชย์เสมอ

ฟาร์มกัญชงมีข้อกำหนดภาษีเฉพาะนอกเหนือจากภาษีทั่วไปหรือไม่

เนื่องจากกัญชงเป็นพืชควบคุมพิเศษ อาจมีข้อกำหนดหรือค่าธรรมเนียมเฉพาะเพิ่มเติม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีที่มีประสบการณ์กับธุรกิจพืชควบคุมเพื่อตรวจสอบให้ครบถ้วน

ควรเลือกจดทะเบียนเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสำหรับฟาร์มกัญชง

ขึ้นอยู่กับขนาดการลงทุนและแผนการขยายธุรกิจ ฟาร์มขนาดเล็กอาจเริ่มจากบุคคลธรรมดาได้ก่อน แต่หากลงทุนสูงหรือมีคู่ค้าเชิงพาณิชย์รายใหญ่

ควรพิจารณาจดทะเบียนนิติบุคคลเพื่อความน่าเชื่อถือและวางแผนภาษีระยะยาว

งานบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางมักมีรายละเอียดที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป จึงควรมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทีม A Plus Me มี

บริการให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจแต่ละประเภทให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม