ธุรกิจ Ghost Restaurant ที่เปิดหลายแบรนด์ในครัวเดียวกันกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไทย แต่หลายเจ้าไม่รู้ว่าการรวมบัญชีหรือจดทะเบียน VAT ผิดวิธีอาจสร้างปัญหาภาษีและประกันสังคมตามมาได้
Ghost Restaurant คืออะไร และทำไมบัญชีถึงซับซ้อน
Ghost Restaurant (หรือ Virtual Kitchen, Dark Kitchen) คือครัวที่ผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม Delivery เท่านั้น ไม่มีหน้าร้าน จุดเด่นคือต้นทุนคงที่ต่ำและสามารถเปิดหลายแบรนด์จากครัวเดียวกัน เช่น แบรนด์ข้าวมันไก่, แบรนด์พาสต้า, และแบรนด์เครื่องดื่ม ใช้พนักงาน, วัตถุดิบ, และค่าเช่าพื้นที่ร่วมกัน แต่ขายภายใต้ชื่อต่างกันบน Grab Food, Foodpanda, LINE MAN หรือ Shopee Food
ปัญหาบัญชีและภาษีจึงเกิดขึ้นเมื่อรายได้จากแต่ละแบรนด์รวมกันแล้วอาจทะลุเกณฑ์ต่างๆ เช่น เกณฑ์จด VAT 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือเกณฑ์คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราก้าวหน้าสำหรับ SME
โครงสร้างนิติบุคคล: แยกบริษัทหรือรวมบริษัทเดียว?
คำถามแรกที่เจ้าของ Ghost Restaurant ต้องตอบคือจะเปิดแต่ละแบรนด์เป็นนิติบุคคลแยกหรือรวมไว้ในบริษัทเดียว แนวทางที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้
- รวมบริษัทเดียว: ง่ายในการบริหาร ประหยัดค่าบัญชีและค่าตรวจสอบ แต่ต้องระวังว่ารายได้รวมทุกแบรนด์จะถูกนับรวมกันทั้งหมด ส่งผลต่อเกณฑ์ VAT และอัตราภาษีนิติบุคคล
- แยกบริษัทตามแบรนด์: บริหารจัดการซับซ้อนขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูงขึ้น แต่สามารถแยกกำไร-ขาดทุนได้ชัดเจน และแต่ละบริษัทได้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี SME อัตรา 0% สำหรับกำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาทแรก และ 15% สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 3,000,000 บาท
กรมสรรพากร (rd.go.th) ไม่มีข้อห้ามในการเปิดหลายแบรนด์ภายใต้บริษัทเดียว แต่การวางโครงสร้างผิดตั้งแต่ต้นจะทำให้แก้ไขยากและมีต้นทุนสูงในภายหลัง
VAT: นับรายได้อย่างไรเมื่อมีหลายแบรนด์
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77/2 ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากแบรนด์ทั้งหมดอยู่ในบริษัทเดียว รายได้ทุกแบรนด์ต้องนำมารวมกันเพื่อพิจารณาเกณฑ์นี้
ตัวอย่าง: หากแบรนด์ A มีรายได้ 900,000 บาท และแบรนด์ B มีรายได้ 1,000,000 บาท รวมเป็น 1,900,000 บาท บริษัทต้องจด VAT แม้ว่าแต่ละแบรนด์เดี่ยวๆ จะยังไม่ถึงเกณฑ์ก็ตาม
การออกใบกำกับภาษีสำหรับ Ghost Restaurant
เมื่อจด VAT แล้ว ทุกธุรกรรมการขายต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบหรือใบกำกับภาษีอย่างย่อ (กรณีขายปลีก) โดยใช้ชื่อและเลขทะเบียน VAT ของบริษัทที่จดทะเบียน ไม่ใช่ชื่อแบรนด์ย่อย อย่างไรก็ตาม สามารถระบุชื่อแบรนด์ไว้ในรายละเอียดสินค้าได้
VAT จาก Commission ของแพลตฟอร์ม Delivery
แพลตฟอร์ม Delivery เช่น Grab, Foodpanda จะหักค่าคอมมิชชัน (Gross Profit Fee หรือ GP) ก่อนโอนเงินให้ร้านค้า ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้จดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษีค่า GP ให้ร้านค้า ร้านค้าที่จด VAT สามารถนำ VAT ซื้อจาก GP มาหักออกจาก VAT ขายในแบบ ภ.พ. 30 ได้ทุกเดือน
| รายการ | จำนวนเงิน (บาท) | VAT 7% |
|---|---|---|
| รายได้จากลูกค้า (ผ่านแพลตฟอร์ม) | 100,000 | 7,000 (VAT ขาย) |
| หักค่า GP แพลตฟอร์ม 30% | 30,000 | 2,100 (VAT ซื้อ) |
| เงินที่ร้านได้รับสุทธิ | 70,000 | VAT ต้องชำระ: 4,900 |
ประกันสังคม: พนักงานที่ใช้ร่วมกันในครัวเดียว
ปัญหาที่พบบ่อยใน Ghost Restaurant หลายแบรนด์คือพนักงานคนเดียว เช่น พ่อครัวหรือผู้ช่วยครัว ทำงานให้ทุกแบรนด์พร้อมกัน คำถามคือต้องคำนวณและนำส่งเงินประกันสังคมอย่างไร
หากแบรนด์ทั้งหมดอยู่ภายใต้บริษัทเดียว พนักงานทุกคนจะเป็นพนักงานของบริษัทนั้น นายจ้างหักเงินสมทบฝ่ายลูกจ้าง 5% (สูงสุด 750 บาทต่อเดือน) และนายจ้างสมทบอีก 5% นำส่งสำนักงานประกันสังคมทุกเดือน ไม่ต้องแยกตามแบรนด์
แต่หากแบรนด์ต่างๆ อยู่คนละบริษัท และพนักงานทำงานให้หลายบริษัท จะต้องระบุว่าสัญญาจ้างหลักอยู่กับบริษัทใด เพราะกฎหมายประกันสังคมกำหนดให้นายจ้างหลักเป็นผู้นำส่งเงินสมทบ ไม่ใช่นำส่งซ้ำซ้อนจากทุกบริษัท
การตรวจสอบจากสำนักงานประกันสังคม
สำนักงานประกันสังคมอาจตรวจสอบว่าพนักงานได้รับค่าแรงที่ใช้เป็นฐานคำนวณเงินสมทบถูกต้องหรือไม่ หากพบว่าแบ่งค่าแรงเพื่อลดฐานคำนวณประกันสังคม อาจถูกปรับและเรียกเก็บย้อนหลัง
การบันทึกบัญชีรายได้: แยกแบรนด์หรือรวมรายการ
แม้จะอยู่บริษัทเดียว แต่ควรตั้งรหัสบัญชีรายได้แยกตามแบรนด์เพื่อวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ตัวอย่างผังบัญชี:
- 4100 รายได้จากการขาย – แบรนด์ A (ข้าวมันไก่)
- 4200 รายได้จากการขาย – แบรนด์ B (พาสต้า)
- 4300 รายได้จากการขาย – แบรนด์ C (เครื่องดื่ม)
- 5100 ค่าวัตถุดิบ – แบรนด์ A
- 5200 ค่าวัตถุดิบ – แบรนด์ B
- 5900 ค่าใช้จ่ายครัวรวม (แบ่งตามสัดส่วนรายได้)
ค่าใช้จ่ายร่วม เช่น ค่าเช่าครัว, ค่าแรงพ่อครัว, ค่าสาธารณูปโภค ควรกระจายไปยังแต่ละแบรนด์ตามสัดส่วนที่เหมาะสม เช่น ตามจำนวนออร์เดอร์ หรือตามรายได้
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) จากแพลตฟอร์ม
แพลตฟอร์ม Delivery บางรายจะหัก ณ ที่จ่าย 3% จากค่า GP ที่ร้านค้าต้องชำระ หรืออาจหักจากยอดโอนเงินทั้งหมด ร้านค้าต้องขอใบหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากแพลตฟอร์มทุกเดือนเพื่อนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระในแบบ ภ.ง.ด. 50 ประจำปี
สรุปแนวทางปฏิบัติที่ดีสำหรับ Ghost Restaurant หลายแบรนด์
- วางโครงสร้างนิติบุคคลให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ปรึกษานักบัญชีก่อนเปิดแบรนด์ที่ 2 หรือ 3
- ติดตามรายได้รวมทุกแบรนด์อย่างต่อเนื่อง หากใกล้ 1.8 ล้านบาทต้องเตรียมจด VAT ล่วงหน้า
- ตั้งรหัสบัญชีรายได้แยกตามแบรนด์ แต่รวมอยู่ใน Chart of Accounts เดียว
- ขอใบกำกับภาษีค่า GP จากแพลตฟอร์มทุกเดือนเพื่อใช้เป็น VAT ซื้อ
- ระบุสัญญาจ้างพนักงานและนายจ้างหลักให้ชัดเจนสำหรับการนำส่งประกันสังคม
- ตรวจสอบใบหัก ณ ที่จ่ายจากแพลตฟอร์มทุกเดือน อย่าปล่อยให้สูญหาย
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง Ghost Restaurant หลายแบรนด์ในครัวเดียว: VAT ประกันสังคมและบัญชีที่ต้องแยกให้ถูก ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Ghost Restaurant หลายแบรนด์ในครัวเดียวต้องจด VAT หรือไม่?
หากรายได้รวมทุกแบรนด์เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ตามมาตรา 85 แห่งประมวลรัษฎากร
แพลตฟอร์ม Delivery หักค่า GP ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร?
บันทึกรายได้เต็มจากยอดขายลูกค้า แล้วบันทึกค่า GP เป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก นำ VAT ซื้อจากใบกำกับภาษีค่า GP ไปหักออกจาก VAT ขายในแบบ ภ.พ. 30 ทุกเดือน
พนักงานที่ทำงานให้หลายแบรนด์ต้องนำส่งประกันสังคมซ้ำซ้อนหรือไม่?
ไม่ต้องนำส่งซ้ำซ้อน หากแบรนด์ทั้งหมดอยู่ในบริษัทเดียว ให้นำส่งประกันสังคมจากบริษัทนั้นเพียงแห่งเดียว โดยใช้ฐานเงินเดือนรวมที่พนักงานได้รับ
ควรแยกบริษัทตามแบรนด์หรือรวมบริษัทเดียวดีกว่า?
ขึ้นอยู่กับรายได้และเป้าหมายธุรกิจ หากรายได้แต่ละแบรนด์ยังน้อยและต้องการประหยัดต้นทุน ควรรวมบริษัทเดียว แต่หากแต่ละแบรนด์มีกำไรมากและต้องการแยกบัญชีชัดเจนเพื่อขาย หรือหาหุ้นส่วน ควรพิจารณาแยกบริษัท
ค่าใช้จ่ายร่วมในครัว เช่น ค่าเช่าและค่าแรง ควรแบ่งไปยังแต่ละแบรนด์อย่างไร?
สามารถแบ่งตามสัดส่วนรายได้แต่ละแบรนด์ หรือตามจำนวนออร์เดอร์ หรือตามชั่วโมงการใช้ครัว ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ และควรใช้วิธีเดิมอย่างสม่ำเสมอเพื่อความสม่ำเสมอของงบการเงิน
ใบหักภาษี ณ ที่จ่ายจากแพลตฟอร์ม Delivery ใช้ทำอะไร?
ใช้เป็นหลักฐานแสดงว่าถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ไปแล้ว นำมายื่นประกอบแบบ ภ.ง.ด. 50 เพื่อหักออกจากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระสิ้นปี หากไม่ขอเก็บไว้จะเสียสิทธิ์ลดภาษี
Ghost Restaurant ต้องยื่น ภ.พ. 30 ทุกเดือนหรือไม่?
ใช่ ผู้ประกอบการที่จด VAT ต้องยื่นแบบ ภ.พ. 30 ทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หรือภายในวันที่ 23 หากยื่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากร