ร้านค้าที่เช่าล็อกในฟู้ดคอร์ตแบบแบ่งรายได้กับห้าง (GP หรือ Gross Profit Sharing) ต้องบันทึกรายได้เต็มจำนวนก่อนหักค่า GP ที่จ่ายให้ห้าง

ไม่ใช่บันทึกเฉพาะส่วนที่เหลือหลังหักแล้วเป็นรายได้

สารบัญบทความ
  1. ทำความเข้าใจโมเดลแบ่งรายได้ (GP) ในฟู้ดคอร์ต
  2. หลักการบันทึกบัญชี: รับรู้รายได้เต็มจำนวนก่อนหัก GP
  3. ตัวอย่างการบันทึกบัญชี
  4. ประเด็น VAT สำหรับร้านค้าในฟู้ดคอร์ต
  5. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายระหว่างร้านค้ากับห้าง
  6. ตารางเปรียบเทียบวิธีบันทึกที่ถูกและผิด
  7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  8. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  9. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  10. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ทำความเข้าใจโมเดลแบ่งรายได้ (GP) ในฟู้ดคอร์ต

ฟู้ดคอร์ตในห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าหลายแห่งใช้ระบบเช่าล็อกแบบแบ่งรายได้ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า GP (Gross Profit Sharing หรือบางแห่งเรียก Percentage Rent)

แทนที่จะเก็บค่าเช่าคงที่รายเดือน

ห้างจะคิดค่าเช่าเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายของร้าน เช่น 20-30% ของยอดขายรวม หรือบางกรณีอาจกำหนดค่าเช่าขั้นต่ำบวกกับส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์เมื่อยอดขายเกินเป้าที่กำหนด

อัตราส่วนแบ่งที่แน่นอนขึ้นอยู่กับการเจรจาสัญญาระหว่างร้านค้ากับห้างแต่ละแห่ง

ระบบนี้มักใช้ร่วมกับเครื่องบันทึกเงินสดหรือระบบ POS กลางของฟู้ดคอร์ตที่ห้างเป็นผู้ควบคุม ลูกค้าซื้อคูปองหรือบัตรเติมเงินจากเคาน์เตอร์กลาง แล้วนำไปแลกอาหารกับร้านค้าต่างๆ

ทำให้ร้านค้าไม่ได้รับเงินสดโดยตรงจากลูกค้า

แต่ต้องรอห้างสรุปยอดขายและโอนเงินให้เป็นงวดตามที่ตกลงกัน หลังจากหักค่า GP และค่าใช้จ่ายอื่นที่ระบุในสัญญาแล้ว

หลักการบันทึกบัญชี: รับรู้รายได้เต็มจำนวนก่อนหัก GP

ประเด็นสำคัญที่ร้านค้าในฟู้ดคอร์ตมักเข้าใจผิดคือการบันทึกเฉพาะยอดเงินสุทธิที่ได้รับจากห้างเป็นรายได้ ทั้งที่ตามหลักบัญชีที่ถูกต้อง ร้านค้าต้องรับรู้ "รายได้จากการขาย"

เต็มจำนวนตามยอดขายจริงที่เกิดขึ้น แล้วบันทึกค่า GP ที่จ่ายให้ห้างเป็น

"ค่าใช้จ่าย" แยกต่างหาก ไม่ใช่นำมาหักกลบกันแล้วบันทึกเฉพาะยอดสุทธิ เพราะจะทำให้ยอดขายที่แสดงในงบการเงินต่ำกว่าความเป็นจริง

และอาจกระทบต่อการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องอ้างอิงจากยอดขายเต็มจำนวน

  • บันทึกยอดขายเต็มจำนวน: ตามรายงานยอดขายที่ห้างสรุปให้ในแต่ละงวด
  • บันทึกค่า GP ที่จ่ายให้ห้าง: เป็นค่าใช้จ่ายในหมวดต้นทุนขายหรือค่าใช้จ่ายในการขาย
  • กระทบยอดกับรายงานยอดขายของห้าง: เทียบยอดขายที่ห้างรายงานกับยอดขายที่ร้านบันทึกในระบบของตนเองทุกงวด
  • ติดตามเงินที่ห้างค้างโอน: เนื่องจากห้างมักโอนเงินหลังหักค่า GP เป็นรอบ ไม่ใช่ทันทีที่ขายได้ ต้องมีบัญชีลูกหนี้รอรับเงินจากห้าง

ตัวอย่างการบันทึกบัญชี

สมมติร้านขายอาหารในฟู้ดคอร์ตมียอดขายในเดือนหนึ่งรวม 300,000 บาท ตามสัญญาต้องแบ่งรายได้ให้ห้าง 25% ของยอดขาย การบันทึกบัญชีที่ถูกต้องคือ

  • บันทึกรายได้จากการขาย: 300,000 บาท
  • บันทึกค่า GP จ่ายให้ห้าง (25%): 75,000 บาท เป็นค่าใช้จ่าย
  • เงินที่ร้านได้รับจริงจากห้าง (สุทธิ): 225,000 บาท

หากร้านบันทึกเฉพาะ 225,000 บาทเป็นรายได้ทันที จะทำให้ยอดขายในงบการเงินต่ำกว่าความเป็นจริงถึง 75,000 บาท ซึ่งอาจกระทบต่อการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องคำนวณจากยอดขายเต็มจำนวน

ไม่ใช่ยอดสุทธิหลังหัก GP

ประเด็น VAT สำหรับร้านค้าในฟู้ดคอร์ต

ร้านค้าที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี (ควรตรวจสอบเกณฑ์ปัจจุบันกับกรมสรรพากร) ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเรียกเก็บ VAT อัตรา 7% (ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบัน)

จากยอดขายเต็มจำนวน โดยฐานภาษีมูลค่าเพิ่มคำนวณจากยอดขายรวมก่อนหักค่า GP

ไม่ใช่ยอดสุทธิที่ได้รับจากห้าง เนื่องจากค่า GP ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจของร้าน ไม่ใช่ส่วนลดจากยอดขาย

ผู้ประกอบการควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีว่าการออกใบกำกับภาษีในระบบขายผ่านคูปองหรือบัตรเติมเงินของห้างมีข้อกำหนดพิเศษอย่างไร

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายระหว่างร้านค้ากับห้าง

ค่า GP ที่ร้านค้าจ่ายให้ห้างอาจเข้าข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เนื่องจากลักษณะคล้ายค่าเช่าหรือค่าบริการตามที่ระบุในสัญญา

อัตราหักที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับการตีความลักษณะสัญญาว่าเป็นค่าเช่าพื้นที่หรือค่าบริการจัดการยอดขาย ซึ่งมีอัตราหัก ณ

ที่จ่ายต่างกัน ผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อสัญญาอย่างละเอียดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อกำหนดอัตราหักที่ถูกต้อง ไม่ควรสันนิษฐานอัตราเองโดยไม่ตรวจสอบ

ตารางเปรียบเทียบวิธีบันทึกที่ถูกและผิด

รายการวิธีที่ถูกต้องวิธีที่มักผิดพลาด
รับรู้รายได้จากการขายบันทึกยอดขายเต็มจำนวนตามรายงานห้างบันทึกเฉพาะยอดสุทธิหลังหัก GP
ค่า GP จ่ายให้ห้างบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหากไม่บันทึกแยก นำไปหักกลบกับรายได้
ฐานคำนวณ VATคำนวณจากยอดขายเต็มจำนวนคำนวณจากยอดสุทธิที่ได้รับจริง
เงินรอรับจากห้างบันทึกเป็นลูกหนี้รอรับเงินไม่มีการติดตามเงินค้างรับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • บันทึกเฉพาะยอดสุทธิหลังหัก GP เป็นรายได้: ทำให้ยอดขายในงบการเงินต่ำกว่าความเป็นจริงและอาจยื่น VAT ผิด
  • ไม่กระทบยอดกับรายงานยอดขายของห้างทุกงวด: ทำให้ตรวจไม่พบความคลาดเคลื่อนระหว่างยอดขายจริงกับยอดที่ห้างรายงาน
  • ไม่ติดตามเงินที่ห้างค้างโอน: ทำให้กระแสเงินสดคลาดเคลื่อนและตรวจสอบยาก
  • ไม่ตรวจสอบว่าค่า GP ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่: เสี่ยงถูกประเมินภาษีย้อนหลังหากตีความผิด

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติร้านก๋วยเตี๋ยวเช่าล็อกในฟู้ดคอร์ตของห้างแห่งหนึ่ง โดยสัญญากำหนดให้แบ่งรายได้ 22% ของยอดขาย ในเดือนหนึ่งร้านขายได้ผ่านระบบคูปองของห้างรวม 250,000 บาท ห้างหักค่า GP 55,000

บาท และโอนเงินสุทธิ 195,000 บาทให้ร้านในอีก 15 วันถัดมา

ร้านต้องบันทึกรายได้จากการขาย 250,000 บาททันทีที่เกิดยอดขาย บันทึกค่า GP 55,000 บาทเป็นค่าใช้จ่าย และบันทึกลูกหนี้รอรับเงินจากห้าง 195,000 บาทไว้จนกว่าจะได้รับเงินโอนจริง

เมื่อได้รับเงินจึงตัดลูกหนี้ออก

วิธีนี้ทำให้งบการเงินสะท้อนยอดขายจริงและช่วยให้คำนวณ VAT ได้ถูกต้องตามฐานยอดขายเต็มจำนวน

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ร้านค้าที่เช่าล็อกฟู้ดคอร์ตแบบแบ่งรายได้กับห้างควรบันทึกยอดขายเต็มจำนวนตามรายงานของห้างเป็นรายได้ก่อนเสมอ แยกบันทึกค่า GP เป็นค่าใช้จ่ายต่างหาก ไม่นำไปหักกลบกับรายได้

กระทบยอดกับรายงานยอดขายของห้างทุกงวดเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง

ติดตามเงินค้างรับจากห้างอย่างเป็นระบบ และตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีว่าค่า GP ที่จ่ายให้ห้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราใด เพื่อไม่ให้มีปัญหาภาษีย้อนหลังในอนาคต

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ร้านค้าในฟู้ดคอร์ตควรบันทึกรายได้เต็มจำนวนหรือยอดสุทธิหลังหัก GP?

ควรบันทึกรายได้จากการขายเต็มจำนวนตามยอดขายจริง แล้วบันทึกค่า GP ที่จ่ายให้ห้างเป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก ไม่ใช่บันทึกเฉพาะยอดสุทธิที่ได้รับจากห้างเป็นรายได้

VAT ของร้านฟู้ดคอร์ตคำนวณจากยอดขายเต็มหรือยอดสุทธิ?

คำนวณจากยอดขายเต็มจำนวนก่อนหักค่า GP เนื่องจากค่า GP ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่ส่วนลดจากยอดขาย ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มจึงต้องอ้างอิงยอดขายเต็มจำนวนตามที่ห้างรายงาน

ค่า GP ที่จ่ายให้ห้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่?

อาจเข้าข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ขึ้นอยู่กับการตีความลักษณะสัญญาว่าเป็นค่าเช่าพื้นที่หรือค่าบริการ ควรตรวจสอบข้อสัญญาและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อกำหนดอัตราหักที่ถูกต้อง

ทำไมต้องกระทบยอดกับรายงานยอดขายของห้างทุกงวด?

เพื่อตรวจสอบว่ายอดขายที่ห้างรายงานตรงกับยอดขายจริงที่ร้านบันทึกไว้ในระบบของตนเอง ป้องกันความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดจากระบบ POS กลางของห้างหรือข้อผิดพลาดในการสรุปยอด

เงินที่ห้างยังไม่โอนให้ร้านควรบันทึกอย่างไร?

ควรบันทึกเป็นลูกหนี้รอรับเงินจากห้าง ตั้งแต่วันที่เกิดยอดขาย จนกว่าจะได้รับเงินโอนจริงจึงตัดลูกหนี้ออก เพื่อให้ติดตามเงินค้างรับได้อย่างเป็นระบบ

ระบบขายผ่านคูปองหรือบัตรเติมเงินของห้างมีผลต่อการออกใบกำกับภาษีอย่างไร?

อาจมีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับจุดออกใบกำกับภาษีที่แตกต่างจากการขายรับเงินสดโดยตรง ผู้ประกอบการควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีว่าต้องออกใบกำกับภาษีตอนใดในระบบแบบนี้

ถ้าไม่แยกบันทึกค่า GP เป็นค่าใช้จ่าย จะมีผลอย่างไร?

จะทำให้ยอดขายในงบการเงินต่ำกว่าความเป็นจริง อาจกระทบต่อการยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องคำนวณจากยอดขายเต็มจำนวน และทำให้เจ้าของธุรกิจมองไม่เห็นสัดส่วนต้นทุนค่า GP

เทียบกับยอดขายจริงในแต่ละงวด

ขั้นตอนถัดไปที่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างราบรื่นมากขึ้นคือการมีคนช่วยดูแลบัญชีและภาษีอย่างสม่ำเสมอ A Plus Me มีบริการดูแลบัญชีและภาษีอย่างต่อเนื่องไว้รองรับความต้องการนี้