ตลาดน้ำและตลาดนัดท่องเที่ยวต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดจากหน่วยงานท้องถิ่น และบันทึกรายได้ค่าเช่าแผงผู้ค้ารายวันและรายปีให้ถูกต้องตามหลักบัญชีภาษี

สารบัญบทความ
  1. ใบอนุญาตประกอบกิจการตลาด
  2. โครงสร้างรายได้ค่าเช่าแผงค้า
  3. ผู้ค้ารายวันกับปัญหาการออกใบเสร็จ
  4. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับผู้รับจ้างดูแลตลาด
  5. ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  7. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  8. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ธุรกิจตลาดน้ำและตลาดนัดท่องเที่ยวมีรายได้หลักจากค่าเช่าแผงค้าที่เก็บจากผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก ทั้งแบบรายวัน รายเดือน และรายปี

ผู้ประกอบการตลาดต้องเข้าใจทั้งเรื่องใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดตามกฎหมาย และหลักบัญชีภาษีในการรับรู้รายได้ค่าเช่าแผง

รวมถึงภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่อาจเกี่ยวข้องเมื่อจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ดูแลความสะอาดหรือรักษาความปลอดภัยที่จ้างเป็นบุคคลภายนอก

ใบอนุญาตประกอบกิจการตลาด

ผู้ประกอบกิจการตลาด รวมถึงตลาดน้ำและตลาดนัดท่องเที่ยว ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข ซึ่งกำหนดมาตรฐานด้านสุขาภิบาล

ระบบระบายน้ำเสีย การจัดการขยะ และความปลอดภัยของสถานที่

นอกจากนี้หากตลาดตั้งอยู่ริมน้ำหรือมีการก่อสร้างท่าเทียบเรือ อาจต้องขออนุญาตเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่ดูแลทางน้ำ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบให้ใบอนุญาตครบถ้วนก่อนเปิดดำเนินการ

และต่ออายุใบอนุญาตตามรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด

เพราะการไม่มีใบอนุญาตอาจส่งผลให้ถูกสั่งปิดกิจการและกระทบต่อรายได้อย่างรุนแรง

โครงสร้างรายได้ค่าเช่าแผงค้า

รายได้หลักของผู้ประกอบการตลาดมาจากค่าเช่าแผงค้าที่เก็บจากผู้ค้ารายย่อย ซึ่งอาจแบ่งเป็นค่าเช่ารายวันสำหรับผู้ค้าชั่วคราว ค่าเช่ารายเดือนสำหรับผู้ค้าประจำ

และค่าเช่ารายปีสำหรับผู้ค้าที่ทำสัญญาระยะยาว นอกจากนี้ยังมีรายได้เสริม เช่น

ค่าธรรมเนียมจอดรถของนักท่องเที่ยว ค่าเช่าเรือพายชมตลาดน้ำ และค่าโฆษณาป้ายภายในตลาด ผู้ประกอบการควรบันทึกรายได้แต่ละประเภทแยกกันอย่างชัดเจน

โดยรับรู้รายได้ตามงวดเวลาที่ให้บริการจริง หากมีการเก็บค่าเช่ารายปีล่วงหน้า

ต้องทยอยรับรู้รายได้ตามหลักเกณฑ์คงค้างเช่นเดียวกับธุรกิจให้เช่าพื้นที่ทั่วไป

ประเภทรายได้ลักษณะการเก็บเงินประเด็นภาษี
ค่าเช่าแผงรายวันเก็บสดหน้างานทุกวันรับรู้รายได้ทันทีที่เก็บเงิน
ค่าเช่าแผงรายเดือน/รายปีเก็บล่วงหน้าเป็นก้อนทยอยรับรู้รายได้ตามงวดเวลาให้บริการ
ค่าจอดรถนักท่องเที่ยวเก็บสดตามจำนวนคันรับรู้รายได้ตามรอบวันที่เก็บ
ค่าเช่าเรือพายชมตลาดน้ำเก็บสดต่อรอบบริการแยกบัญชีจากรายได้ค่าเช่าแผง

ผู้ค้ารายวันกับปัญหาการออกใบเสร็จ

ตลาดน้ำและตลาดนัดท่องเที่ยวมักมีผู้ค้ารายวันจำนวนมากที่จ่ายค่าเช่าแผงเป็นเงินสดในแต่ละวัน

ผู้ประกอบการตลาดควรมีระบบออกใบเสร็จรับเงินหรือบัตรคิวที่ระบุจำนวนเงินและวันที่ชัดเจนสำหรับผู้ค้าทุกราย

เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกรายได้และป้องกันปัญหาการรับเงินสดที่ไม่มีเอกสารรองรับ ซึ่งอาจถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากรว่ารายได้ที่บันทึกไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงหรือไม่

การมีระบบทะเบียนผู้ค้าที่ระบุจำนวนแผง อัตราค่าเช่า และประวัติการชำระเงิน

จะช่วยให้กระทบยอดรายได้รวมในแต่ละเดือนได้ง่ายและน่าเชื่อถือมากขึ้น

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับผู้รับจ้างดูแลตลาด

ผู้ประกอบการตลาดมักว่าจ้างบุคคลภายนอกมาดูแลความสะอาด รักษาความปลอดภัย หรือจัดการขยะ ซึ่งหากเป็นการว่าจ้างบริษัทรับเหมาบริการ

โดยทั่วไปผู้ประกอบการตลาดในฐานะผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าบริการดังกล่าว

อัตราที่ถูกต้องขึ้นกับประเภทของสัญญาและลักษณะผู้รับเงิน จึงควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง นอกจากนี้เมื่อรายได้รวมของกิจการเกิน 1.8

ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร

(ควรตรวจสอบอัตรา VAT ปัจจุบันกับกรมสรรพากรอีกครั้งก่อนออกใบกำกับภาษีให้ผู้ค้าที่ขอเอกสาร)

ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น

สมมติตลาดน้ำแห่งหนึ่งมีผู้ค้ารายวัน 150 แผง เก็บค่าเช่าแผงละ 300 บาทต่อวัน และมีผู้ค้ารายเดือนอีก 50 แผง ค่าเช่าแผงละ 6,000 บาทต่อเดือน

รวมทั้งมีรายได้ค่าจอดรถและค่าเช่าเรือพายเฉลี่ยวันละ 15,000 บาท หากตลาดเปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ (8

วันต่อเดือน) รายได้จากผู้ค้ารายวันจะอยู่ที่ประมาณ 360,000 บาทต่อเดือน (150 x 300 x 8) รวมกับรายได้ผู้ค้ารายเดือน 300,000 บาท (50 x 6,000) และรายได้เสริมอีกประมาณ 120,000 บาท

(15,000 x 8) รวมรายได้ทั้งเดือนประมาณ 780,000 บาท

ผู้ประกอบการควรบันทึกรายได้แยกตามประเภทและกระทบยอดกับทะเบียนผู้ค้าทุกเดือนเพื่อความถูกต้อง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่ต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดตามรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • เก็บเงินสดจากผู้ค้ารายวันโดยไม่ออกใบเสร็จหรือบัตรคิวที่มีหลักฐานชัดเจน
  • รับรู้รายได้ค่าเช่าแผงรายปีทั้งก้อนในเดือนที่รับเงิน แทนที่จะทยอยรับรู้ตามงวดเวลาให้บริการ
  • ไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อว่าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยหรือทำความสะอาดตลาด
  • ไม่มีทะเบียนผู้ค้าที่ระบุจำนวนแผงและอัตราค่าเช่า ทำให้กระทบยอดรายได้รวมได้ยาก

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ประกอบการตลาดน้ำและตลาดนัดท่องเที่ยวควรขอใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดให้ครบถ้วนและต่ออายุตรงเวลา จัดทำระบบออกใบเสร็จหรือบัตรคิวสำหรับผู้ค้ารายวันทุกราย

วางระบบทะเบียนผู้ค้าเพื่อกระทบยอดรายได้รายเดือน

และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับผู้รับจ้างบริการภายนอก เพื่อให้ธุรกิจตลาดดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและพร้อมรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตลาดน้ำต้องขอใบอนุญาตอะไรก่อนเปิดดำเนินการ

ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข ซึ่งกำหนดมาตรฐานด้านสุขาภิบาลและความปลอดภัย

หากตั้งอยู่ริมน้ำอาจต้องขออนุญาตเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่ดูแลทางน้ำด้วย

เก็บค่าเช่าแผงจากผู้ค้ารายวันต้องออกใบเสร็จหรือไม่

ควรออกใบเสร็จรับเงินหรือบัตรคิวที่ระบุจำนวนเงินและวันที่ชัดเจนสำหรับผู้ค้าทุกราย

เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกรายได้และป้องกันการถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากรว่ารายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง

ค่าเช่าแผงรายปีที่รับเงินล่วงหน้าต้องรับรู้รายได้อย่างไร

ต้องทยอยรับรู้รายได้ตามงวดเวลาที่ให้บริการจริงตามหลักเกณฑ์คงค้าง ไม่ควรรับรู้รายได้ทั้งก้อนในเดือนที่รับเงิน เช่นเดียวกับธุรกิจให้เช่าพื้นที่ทั่วไป

ตลาดน้ำต้องจด VAT เมื่อไร

เมื่อรายได้รวมของกิจการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร ควรตรวจสอบอัตราและเกณฑ์ปัจจุบันกับกรมสรรพากรก่อนออกใบกำกับภาษี

ว่าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยดูแลตลาดต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

โดยทั่วไปมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าบริการตามประเภทของสัญญา อัตราที่ถูกต้องควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง

รายได้ค่าจอดรถและค่าเช่าเรือพายควรบันทึกรวมกับค่าเช่าแผงหรือไม่

ไม่ควรรวมกัน ควรแยกบัญชีตามประเภทรายได้ให้ชัดเจน เพื่อให้วิเคราะห์ผลกำไรของแต่ละส่วนธุรกิจได้อย่างถูกต้องและช่วยในการวางแผนภาษีที่แม่นยำขึ้น

ไม่มีทะเบียนผู้ค้าที่ชัดเจนจะมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

อาจทำให้กระทบยอดรายได้รวมในแต่ละเดือนได้ยาก และเสี่ยงต่อการถูกกรมสรรพากรตั้งคำถามว่ารายได้ที่บันทึกไว้ต่ำกว่าจำนวนแผงและอัตราค่าเช่าที่แท้จริง

ควรจัดทำทะเบียนผู้ค้าที่ระบุจำนวนแผงและประวัติการชำระเงินอย่างเป็นระบบ

งานบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางมักมีรายละเอียดที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป จึงควรมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทีม A Plus Me มี

บริการให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจแต่ละประเภทให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม