ตลาดน้ำและตลาดนัดท่องเที่ยวต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดจากหน่วยงานท้องถิ่น และบันทึกรายได้ค่าเช่าแผงผู้ค้ารายวันและรายปีให้ถูกต้องตามหลักบัญชีภาษี
สารบัญบทความ
ธุรกิจตลาดน้ำและตลาดนัดท่องเที่ยวมีรายได้หลักจากค่าเช่าแผงค้าที่เก็บจากผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก ทั้งแบบรายวัน รายเดือน และรายปี
ผู้ประกอบการตลาดต้องเข้าใจทั้งเรื่องใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดตามกฎหมาย และหลักบัญชีภาษีในการรับรู้รายได้ค่าเช่าแผง
รวมถึงภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่อาจเกี่ยวข้องเมื่อจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้ดูแลความสะอาดหรือรักษาความปลอดภัยที่จ้างเป็นบุคคลภายนอก
ใบอนุญาตประกอบกิจการตลาด
ผู้ประกอบกิจการตลาด รวมถึงตลาดน้ำและตลาดนัดท่องเที่ยว ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข ซึ่งกำหนดมาตรฐานด้านสุขาภิบาล
ระบบระบายน้ำเสีย การจัดการขยะ และความปลอดภัยของสถานที่
นอกจากนี้หากตลาดตั้งอยู่ริมน้ำหรือมีการก่อสร้างท่าเทียบเรือ อาจต้องขออนุญาตเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่ดูแลทางน้ำ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบให้ใบอนุญาตครบถ้วนก่อนเปิดดำเนินการ
และต่ออายุใบอนุญาตตามรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
เพราะการไม่มีใบอนุญาตอาจส่งผลให้ถูกสั่งปิดกิจการและกระทบต่อรายได้อย่างรุนแรง
โครงสร้างรายได้ค่าเช่าแผงค้า
รายได้หลักของผู้ประกอบการตลาดมาจากค่าเช่าแผงค้าที่เก็บจากผู้ค้ารายย่อย ซึ่งอาจแบ่งเป็นค่าเช่ารายวันสำหรับผู้ค้าชั่วคราว ค่าเช่ารายเดือนสำหรับผู้ค้าประจำ
และค่าเช่ารายปีสำหรับผู้ค้าที่ทำสัญญาระยะยาว นอกจากนี้ยังมีรายได้เสริม เช่น
ค่าธรรมเนียมจอดรถของนักท่องเที่ยว ค่าเช่าเรือพายชมตลาดน้ำ และค่าโฆษณาป้ายภายในตลาด ผู้ประกอบการควรบันทึกรายได้แต่ละประเภทแยกกันอย่างชัดเจน
โดยรับรู้รายได้ตามงวดเวลาที่ให้บริการจริง หากมีการเก็บค่าเช่ารายปีล่วงหน้า
ต้องทยอยรับรู้รายได้ตามหลักเกณฑ์คงค้างเช่นเดียวกับธุรกิจให้เช่าพื้นที่ทั่วไป
| ประเภทรายได้ | ลักษณะการเก็บเงิน | ประเด็นภาษี |
|---|---|---|
| ค่าเช่าแผงรายวัน | เก็บสดหน้างานทุกวัน | รับรู้รายได้ทันทีที่เก็บเงิน |
| ค่าเช่าแผงรายเดือน/รายปี | เก็บล่วงหน้าเป็นก้อน | ทยอยรับรู้รายได้ตามงวดเวลาให้บริการ |
| ค่าจอดรถนักท่องเที่ยว | เก็บสดตามจำนวนคัน | รับรู้รายได้ตามรอบวันที่เก็บ |
| ค่าเช่าเรือพายชมตลาดน้ำ | เก็บสดต่อรอบบริการ | แยกบัญชีจากรายได้ค่าเช่าแผง |
ผู้ค้ารายวันกับปัญหาการออกใบเสร็จ
ตลาดน้ำและตลาดนัดท่องเที่ยวมักมีผู้ค้ารายวันจำนวนมากที่จ่ายค่าเช่าแผงเป็นเงินสดในแต่ละวัน
ผู้ประกอบการตลาดควรมีระบบออกใบเสร็จรับเงินหรือบัตรคิวที่ระบุจำนวนเงินและวันที่ชัดเจนสำหรับผู้ค้าทุกราย
เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกรายได้และป้องกันปัญหาการรับเงินสดที่ไม่มีเอกสารรองรับ ซึ่งอาจถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากรว่ารายได้ที่บันทึกไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงหรือไม่
การมีระบบทะเบียนผู้ค้าที่ระบุจำนวนแผง อัตราค่าเช่า และประวัติการชำระเงิน
จะช่วยให้กระทบยอดรายได้รวมในแต่ละเดือนได้ง่ายและน่าเชื่อถือมากขึ้น
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับผู้รับจ้างดูแลตลาด
ผู้ประกอบการตลาดมักว่าจ้างบุคคลภายนอกมาดูแลความสะอาด รักษาความปลอดภัย หรือจัดการขยะ ซึ่งหากเป็นการว่าจ้างบริษัทรับเหมาบริการ
โดยทั่วไปผู้ประกอบการตลาดในฐานะผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าบริการดังกล่าว
อัตราที่ถูกต้องขึ้นกับประเภทของสัญญาและลักษณะผู้รับเงิน จึงควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง นอกจากนี้เมื่อรายได้รวมของกิจการเกิน 1.8
ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร
(ควรตรวจสอบอัตรา VAT ปัจจุบันกับกรมสรรพากรอีกครั้งก่อนออกใบกำกับภาษีให้ผู้ค้าที่ขอเอกสาร)
ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น
สมมติตลาดน้ำแห่งหนึ่งมีผู้ค้ารายวัน 150 แผง เก็บค่าเช่าแผงละ 300 บาทต่อวัน และมีผู้ค้ารายเดือนอีก 50 แผง ค่าเช่าแผงละ 6,000 บาทต่อเดือน
รวมทั้งมีรายได้ค่าจอดรถและค่าเช่าเรือพายเฉลี่ยวันละ 15,000 บาท หากตลาดเปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ (8
วันต่อเดือน) รายได้จากผู้ค้ารายวันจะอยู่ที่ประมาณ 360,000 บาทต่อเดือน (150 x 300 x 8) รวมกับรายได้ผู้ค้ารายเดือน 300,000 บาท (50 x 6,000) และรายได้เสริมอีกประมาณ 120,000 บาท
(15,000 x 8) รวมรายได้ทั้งเดือนประมาณ 780,000 บาท
ผู้ประกอบการควรบันทึกรายได้แยกตามประเภทและกระทบยอดกับทะเบียนผู้ค้าทุกเดือนเพื่อความถูกต้อง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ไม่ต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดตามรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
- เก็บเงินสดจากผู้ค้ารายวันโดยไม่ออกใบเสร็จหรือบัตรคิวที่มีหลักฐานชัดเจน
- รับรู้รายได้ค่าเช่าแผงรายปีทั้งก้อนในเดือนที่รับเงิน แทนที่จะทยอยรับรู้ตามงวดเวลาให้บริการ
- ไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อว่าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยหรือทำความสะอาดตลาด
- ไม่มีทะเบียนผู้ค้าที่ระบุจำนวนแผงและอัตราค่าเช่า ทำให้กระทบยอดรายได้รวมได้ยาก
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
ผู้ประกอบการตลาดน้ำและตลาดนัดท่องเที่ยวควรขอใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดให้ครบถ้วนและต่ออายุตรงเวลา จัดทำระบบออกใบเสร็จหรือบัตรคิวสำหรับผู้ค้ารายวันทุกราย
วางระบบทะเบียนผู้ค้าเพื่อกระทบยอดรายได้รายเดือน
และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับผู้รับจ้างบริการภายนอก เพื่อให้ธุรกิจตลาดดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและพร้อมรับการเติบโตของนักท่องเที่ยว
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ตลาดน้ำต้องขอใบอนุญาตอะไรก่อนเปิดดำเนินการ
ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข ซึ่งกำหนดมาตรฐานด้านสุขาภิบาลและความปลอดภัย
หากตั้งอยู่ริมน้ำอาจต้องขออนุญาตเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่ดูแลทางน้ำด้วย
เก็บค่าเช่าแผงจากผู้ค้ารายวันต้องออกใบเสร็จหรือไม่
ควรออกใบเสร็จรับเงินหรือบัตรคิวที่ระบุจำนวนเงินและวันที่ชัดเจนสำหรับผู้ค้าทุกราย
เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกรายได้และป้องกันการถูกตรวจสอบจากกรมสรรพากรว่ารายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง
ค่าเช่าแผงรายปีที่รับเงินล่วงหน้าต้องรับรู้รายได้อย่างไร
ต้องทยอยรับรู้รายได้ตามงวดเวลาที่ให้บริการจริงตามหลักเกณฑ์คงค้าง ไม่ควรรับรู้รายได้ทั้งก้อนในเดือนที่รับเงิน เช่นเดียวกับธุรกิจให้เช่าพื้นที่ทั่วไป
ตลาดน้ำต้องจด VAT เมื่อไร
เมื่อรายได้รวมของกิจการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร ควรตรวจสอบอัตราและเกณฑ์ปัจจุบันกับกรมสรรพากรก่อนออกใบกำกับภาษี
ว่าจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยดูแลตลาดต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่
โดยทั่วไปมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าบริการตามประเภทของสัญญา อัตราที่ถูกต้องควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง
รายได้ค่าจอดรถและค่าเช่าเรือพายควรบันทึกรวมกับค่าเช่าแผงหรือไม่
ไม่ควรรวมกัน ควรแยกบัญชีตามประเภทรายได้ให้ชัดเจน เพื่อให้วิเคราะห์ผลกำไรของแต่ละส่วนธุรกิจได้อย่างถูกต้องและช่วยในการวางแผนภาษีที่แม่นยำขึ้น
ไม่มีทะเบียนผู้ค้าที่ชัดเจนจะมีความเสี่ยงอะไรบ้าง
อาจทำให้กระทบยอดรายได้รวมในแต่ละเดือนได้ยาก และเสี่ยงต่อการถูกกรมสรรพากรตั้งคำถามว่ารายได้ที่บันทึกไว้ต่ำกว่าจำนวนแผงและอัตราค่าเช่าที่แท้จริง
ควรจัดทำทะเบียนผู้ค้าที่ระบุจำนวนแผงและประวัติการชำระเงินอย่างเป็นระบบ
งานบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางมักมีรายละเอียดที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป จึงควรมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทีม A Plus Me มี
บริการให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจแต่ละประเภทให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม