เมื่อธุรกิจเริ่มมีสินค้าหลายรุ่น หลาย lot หรือมีของที่เสื่อมสภาพได้ การหยิบของจากชั้นให้ถูกลำดับกลายเป็นเรื่องสำคัญทันที คำว่า FIFO FEFO และ LIFO

จึงเป็นวิธีคิดพื้นฐานที่เจ้าของควรเข้าใจ แม้จะไม่ได้เป็นคนลงคลังเองทุกวันก็ตาม

สารบัญบทความ
  1. FIFO FEFO และ LIFO ต่างกันอย่างไร
  2. ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับวิธีไหน
  3. ผลของวิธีหมุนสินค้าต่อการควบคุมและต้นทุน
  4. เช็กลิสต์ก่อนเลือกวิธีหมุนสินค้า
  5. สรุป
  6. ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  8. ตารางนำบทความไปใช้

FIFO FEFO และ LIFO ต่างกันอย่างไร

FIFO

First In First Out คือของที่เข้าก่อน ออกก่อน เหมาะกับสินค้าทั่วไปที่ต้องการลดของค้างและทำให้การหมุนสินค้าเป็นธรรมชาติ

FEFO

First Expired First Out คือของที่ใกล้หมดอายุออกก่อน เหมาะกับอาหาร เครื่องสำอาง ยา หรือสินค้าที่มีวันหมดอายุชัดเจน

LIFO

Last In First Out คือของที่เข้าหลังออกก่อน เป็นแนวคิดที่อาจใช้ในบางกรณีเฉพาะทาง แต่ไม่ใช่วิธีที่ธุรกิจค้าสินค้าทั่วไปนิยมใช้ในการจัดการหน้าคลัง

ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับวิธีไหน

ถ้าสินค้าของคุณไม่มีวันหมดอายุชัดและล็อตสินค้ามีลักษณะใกล้เคียงกัน FIFO มักเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะใช้งานง่ายและช่วยไม่ให้ของเก่าค้างมากเกินไป

แต่ถ้าธุรกิจมีสินค้าที่อายุการเก็บรักษาสั้น เช่น อาหารเสริม เครื่องดื่ม หรือเวชภัณฑ์ FEFO จะสำคัญกว่า

เพราะการหยิบตามวันเข้าคลังอย่างเดียวอาจยังไม่พอหากล็อตหลังมีวันหมดอายุใกล้กว่าล็อตแรก

ผลของวิธีหมุนสินค้าต่อการควบคุมและต้นทุน

วิธีหมุนสินค้าไม่ใช่แค่เรื่องปฏิบัติการหน้าคลัง แต่มีผลต่อการรับรู้ของเสีย การเคลมสินค้า และคุณภาพข้อมูลสต๊อก หากคลังหยิบของไม่ตรงกับวิธีที่ประกาศไว้ ต้นทุนต่อ lot

และอายุสินค้าคงเหลือจะเริ่มไม่น่าเชื่อถือ

ธุรกิจที่มีระบบสต๊อกและรหัส lot ชัด จะตรวจย้อนกลับได้ง่ายกว่ามากเมื่อเกิดของเสียหรือมีการเรียกคืนสินค้า

เช็กลิสต์ก่อนเลือกวิธีหมุนสินค้า

  • สินค้ามีวันหมดอายุหรือไม่
  • พื้นที่จัดเก็บเอื้อให้หยิบตามลำดับได้จริงหรือเปล่า
  • ทีมคลังและทีมขายเข้าใจวิธีเดียวกันหรือยัง
  • ระบบสต๊อกรองรับการแยก lot หรือ batch หรือไม่
  • มีการนับและตรวจสินค้าช้าเสี่ยงเสื่อมหรือหมดอายุบ่อยไหม

สรุป

ไม่มีวิธีหมุนสินค้าวิธีไหนดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ แต่การเลือกให้เหมาะกับธรรมชาติของสินค้าและทำให้ทีมปฏิบัติตามได้จริง คือสิ่งที่สำคัญที่สุด หากธุรกิจมีวันหมดอายุ FEFO

มักเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง FIFO FEFO LIFO คืออะไร และธุรกิจควรเลือกใช้แบบไหน ควรตรวจคู่กับรายงานสินค้า รายการรับ-จ่ายจริง และต้นทุนที่บันทึกบัญชี เพราะสต๊อกที่ไม่ตรงมักทำให้กำไร ภาษีซื้อ

และภาษีขายคลาดเคลื่อนพร้อมกัน

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • จัดทำรหัสสินค้า หน่วยนับ และรายงานรับ-จ่ายให้ตรงกับเอกสารซื้อขายจริง
  • กระทบยอดสต๊อกปลายงวดกับยอดบัญชี ต้นทุนขาย และรายงานสินค้าคงเหลือ
  • เก็บเอกสารนำเข้า ค่าขนส่ง ค่าภาษีอากร และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสินค้าให้ครบในต้นทุน

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • บันทึกต้นทุนสินค้าไม่รวมค่าขนส่ง ภาษีนำเข้า หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่แยกสินค้าชำรุด สูญหาย หรือหมดอายุออกจากสินค้าพร้อมขาย
  • ใช้วิธีตีราคาสต๊อกไม่สม่ำเสมอ ทำให้กำไรแต่ละงวดเปรียบเทียบกันยาก

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
FIFO FEFO และ LIFO ต่างกันอย่างไรตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับวิธีไหนตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ผลของวิธีหมุนสินค้าต่อการควบคุมและต้นทุนตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ระบบการบริหารจัดการสต๊อกสินค้ามีความสำคัญอย่างไรต่อโครงสร้างภาษีของนิติบุคคล?

มูลค่าของสินค้าคงเหลือปลายงวดและรายงานสินค้าและวัตถุดิบ (Stock Card) เป็นตัวกำหนดต้นทุนขายและกำไรสุทธิทางบัญชีและภาษี หากระบบคลังสินค้าไม่ตรงกับเอกสารซื้อขาย

สรรพากรมีอำนาจประเมินภาษีขายย้อนหลังและคิดเบี้ยปรับในกรณีสินค้าขาดจากรายงานคลังสินค้าได้

เอกสารสำคัญที่แผนกคลังสินค้าและแผนกบัญชีต้องใช้ตรวจสอบร่วมกันมีอะไรบ้าง?

ต้องใช้ใบสั่งซื้อ (PO), ใบรับสินค้า (GRN), ใบกำกับภาษีซื้อ/ขาย, รายงานสินค้าและวัตถุดิบ (Stock Card), ใบขนสินค้าขาเข้า/ขาออก (สำหรับธุรกิจนำเข้า-ส่งออก),

และรายงานผลการตรวจนับสินค้าคงคลังประจำปี

หากพบผลต่างระหว่างสินค้าคงเหลือในระบบบัญชีกับผลการตรวจนับจริง ควรดำเนินการอย่างไร?

ต้องหาสาเหตุของผลต่างว่าเกิดจากการบันทึกเอกสารล่าช้า สินค้าชำรุดสูญหาย หรือมีการทุจริต จากนั้นจัดทำรายงานขออนุมัติปรับปรุงยอดสต๊อกเสนอกรรมการ

และให้สำนักงานบัญชีบันทึกปรับปรุงบัญชีพร้อมประเมินภาระภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องเสียย้อนหลัง

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง FIFO FEFO LIFO คืออะไร และธุรกิจควรเลือกใช้แบบไหน

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ FIFO FEFO LIFO คืออะไร และธุรกิจควรเลือกใช้แบบไหน พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล

งานบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางมักมีรายละเอียดที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป จึงควรมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทีม A Plus Me มี

บริการให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจแต่ละประเภทให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม