หลายบริษัทจัดกิจกรรม CSR หรือบริจาคสินค้าในสต็อกให้มูลนิธิ วัด โรงพยาบาล หรือผู้ประสบภัยเป็นประจำ แต่คำถามที่นักบัญชีได้รับบ่อยคือ "บริจาคแล้วต้องออกใบกำกับภาษีไหม?" และ "หักเป็นรายจ่ายได้เท่าไหร่?" คำตอบขึ้นอยู่กับว่าบริจาค เป็นเงิน หรือ เป็นสินค้า/ทรัพย์สิน และบริจาคให้ ใคร
หลักการพื้นฐาน: กฎหมายมองการบริจาคสินค้าเป็น "การขาย"
ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1(8) นิยาม "การขาย" ว่าครอบคลุม "การจำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะมีประโยชน์ตอบแทนหรือไม่" และมาตรา 77/1(9) นิยาม "สินค้า" ว่าหมายถึงทรัพย์สินทุกชนิดที่มีมูลค่าและโอนได้ โดยไม่คำนึงว่าจัดหามาเพื่อขาย ใช้ หรือวัตถุประสงค์ใด
ผลคือ เมื่อบริษัทที่จดทะเบียน VAT นำสินค้าออกจากกิจการโดยไม่มีค่าตอบแทน กฎหมายถือว่าเป็นการขาย และโดยหลักต้องคำนวณ VAT จากมูลค่าตลาดของสินค้านั้น เหมือนกับที่ขายให้ลูกค้าทั่วไป
สรุปเปรียบเทียบ: บริจาคเงิน vs บริจาคสินค้า
- บริจาคเงินสด: เงินไม่ใช่ "สินค้า" หรือ "บริการ" ตามกฎหมาย — ไม่เกิด VAT ฝั่งผู้บริจาค แต่ต้องพิจารณาเรื่องหักรายจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลแยกต่างหาก
- บริจาคสินค้า/ทรัพย์สิน: ถือเป็น "การขาย" ตามกฎหมาย VAT — โดยหลักต้องคำนวณและนำส่ง VAT 7% จากมูลค่าตลาด เว้นแต่จะเข้าเงื่อนไขยกเว้นโดยเฉพาะ
เมื่อไหร่บริจาคสินค้าแล้ว "ไม่ต้องเสีย VAT"
กรมสรรพากรกำหนดข้อยกเว้นไว้ โดยการบริจาคสินค้าจะไม่ต้องเสีย VAT ในกรณีหลักดังนี้
- บริจาคให้องค์การหรือสถานสาธารณกุศลที่อยู่ในบัญชีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศ ซึ่งรวมถึงโรงพยาบาลของรัฐ สถาบันการศึกษาของรัฐ และมูลนิธิที่ได้รับอนุมัติ ตามที่กรมสรรพากรประกาศเป็นครั้งคราว
- บริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (น้ำท่วม ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ) ให้แก่หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในการให้ความช่วยเหลือ
- บริจาคทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการ ให้แก่หน่วยงานราชการ สถานศึกษาของรัฐ หรือโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
ข้อสำคัญ: ก่อนสรุปว่าการบริจาคเข้าข้อยกเว้น ต้องตรวจสอบว่าผู้รับบริจาคอยู่ในบัญชีที่ประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะรายชื่อมีการปรับปรุงตลอดเวลา และเงื่อนไขแต่ละกรณีมีรายละเอียดเฉพาะ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนดำเนินการ
VAT ที่ซื้อมาแล้ว (ภาษีซื้อ) เอาคืนได้ไหมเมื่อบริจาค
นี่คือประเด็นที่หลายบริษัทมองข้าม เมื่อซื้อสินค้ามา บริษัทอาจได้รับใบกำกับภาษีซื้อและนำภาษีซื้อไปหักจากภาษีขายในแบบ ภ.พ.30 แล้ว แต่เมื่อนำสินค้านั้นไปบริจาคโดยไม่มีค่าตอบแทน สถานะภาษีซื้อนั้นเปลี่ยนไป
- หากการบริจาคนั้น ไม่อยู่ในขอบข่าย VAT หรือได้รับ ยกเว้น VAT ภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นโดยทั่วไป ไม่สามารถนำมาขอคืนหรือหักออกจากภาษีขายได้
- หากบริจาคสินค้าที่ต้องเสีย VAT ตามปกติ และออกใบกำกับภาษีให้ผู้รับ VAT ที่คำนวณจากมูลค่าตลาดจะถูกนำส่งผ่านแบบ ภ.พ.30 ตามปกติ
ทีมบัญชีจำเป็นต้องพิจารณากรณีนี้เป็นรายธุรกรรม ไม่มีสูตรสำเร็จที่ใช้ได้ทุกกรณี
ผลต่อภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT): หักรายจ่ายได้แค่ไหน
การบริจาคของบริษัทอาจหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ แต่มีเพดานและเงื่อนไข ดังนี้ (ข้อมูล ณ ปี 2569)
- การบริจาคทั่วไป ให้แก่องค์การสาธารณประโยชน์ที่ได้รับอนุมัติ หักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ ก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศล (ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร)
- การบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร ให้แก่หน่วยงานที่เข้าระบบ อาจได้สิทธิ์หักรายจ่ายได้สูงกว่า โดยมีเพดานที่กำหนดไว้ ทั้งนี้เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรก่อนยื่นแบบ
- หากบริจาคสินค้า มูลค่าที่นำมาหักรายจ่ายจะอ้างอิงจากราคาทุน ไม่ใช่ราคาขาย และต้องมีเอกสารสนับสนุนครบถ้วน
หากบริจาคให้หน่วยงานที่ไม่อยู่ในบัญชีที่ได้รับอนุมัติ รายจ่ายนั้นอาจถูกถือว่าเป็น รายจ่ายต้องห้าม และต้องบวกกลับในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี
เอกสารที่ต้องเตรียมให้ครบก่อนบริจาค
ไม่ว่าจะบริจาครูปแบบใด การเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ทีมบัญชีบันทึกรายการได้ถูกต้องและรองรับการตรวจสอบย้อนหลังจากสรรพากร
เอกสารที่ควรจัดเก็บ
- หนังสืออนุมัติการบริจาคจากผู้มีอำนาจภายในบริษัท ระบุรายการ มูลค่า และผู้รับ
- ใบรับบริจาคหรือหนังสือรับรองจากผู้รับ ที่ระบุวันที่รับมอบ รายการสิ่งของ และมูลค่า
- รายการสินค้าที่ส่งมอบ (Delivery Note) พร้อมลายเซ็นผู้รับ
- หลักฐานการขนส่งหรือเบิกสินค้าออกจากคลัง สำหรับตัดสต็อกในระบบ
- เอกสารยืนยันสถานะของผู้รับ เช่น หนังสือจดทะเบียนมูลนิธิ หรือหลักฐานว่าอยู่ในบัญชีที่ได้รับอนุมัติ กรณีต้องการอ้างสิทธิ์ยกเว้น VAT หรือหักรายจ่ายสูงสุด
- สำเนาใบกำกับภาษีต้นทุนสินค้า ที่บันทึกไว้ตั้งแต่ตอนซื้อเข้า เพื่อพิจารณาสถานะภาษีซื้อ
กรณีที่พบบ่อยในทางปฏิบัติ และวิธีจัดการ
กรณีที่ 1: บริจาคสินค้า FMCG ให้วัดหรือมูลนิธิชุมชน
มูลนิธิชุมชนส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในบัญชีขององค์การสาธารณประโยชน์ที่กระทรวงการคลังอนุมัติ ดังนั้นการบริจาคสินค้าให้หน่วยงานเหล่านี้โดยทั่วไปยังเข้าข่ายต้องเสีย VAT หากบริษัทอยากหลีกเลี่ยงภาระ VAT ต้องตรวจสอบสถานะผู้รับก่อน หรือพิจารณาบริจาคเป็นเงินสดแทน
กรณีที่ 2: บริจาคสินค้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
หากบริจาคให้แก่หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หรือจังหวัด กรณีนี้อาจเข้าข้อยกเว้น VAT แต่ต้องมีเอกสารสนับสนุนชัดเจน และควรตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลานั้น
กรณีที่ 3: บริจาคเงินสดให้โรงพยาบาลรัฐ
การบริจาคเงินสดไม่กระทบ VAT แต่ต้องพิจารณาการหักรายจ่าย CIT โรงพยาบาลของรัฐโดยทั่วไปอยู่ในบัญชีที่กรมสรรพากรรับรอง ทำให้หักได้ภายในเพดานที่กำหนด ขอใบรับบริจาคที่ระบุชื่อบริษัท วันที่ และจำนวนเงินให้ครบ
กรณีที่ 4: บริจาคสินค้าให้โรงพยาบาลของรัฐ
โรงพยาบาลของรัฐมักอยู่ในบัญชีที่ได้รับอนุมัติ ซึ่งหมายความว่าการบริจาคสินค้าให้โรงพยาบาลรัฐอาจเข้าข้อยกเว้น VAT ได้ อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรที่มีผลในปีนั้นเพื่อยืนยันสถานะ และจัดเก็บเอกสารรับมอบให้ครบ
สิ่งที่ควรทำก่อนดำเนินการบริจาคทุกครั้ง
- ตรวจสอบสถานะผู้รับ ว่าอยู่ในบัญชีองค์การสาธารณประโยชน์ที่กรมสรรพากรรับรองหรือไม่
- แจ้งทีมบัญชีล่วงหน้า เพื่อวางแผนการออกเอกสาร การตัดสต็อก และการบันทึก VAT
- พิจารณารูปแบบการบริจาค เงินสด vs สินค้า เพราะผลภาษีต่างกัน
- เก็บเอกสารต้นฉบับทุกชิ้น ทั้งฝั่งบริษัทและฝั่งผู้รับ
- หากมีกิจกรรมบริจาคหลายครั้งต่อปี ควรจัดทำฟอร์มมาตรฐานภายในองค์กร เพื่อให้ทุกแผนกส่งข้อมูลครบและเป็นระบบเดียวกัน
หากไม่แน่ใจว่าการบริจาคที่วางแผนไว้มีผลภาษีอย่างไร เครื่องมือ ประเมินความเสี่ยงภาษีของ A Plus Me สามารถช่วยให้ภาพรวมเบื้องต้นได้ก่อนปรึกษานักบัญชี
สรุป: บริจาคอย่างไรให้ถูกต้องทั้งบัญชีและภาษี
คำถามว่า "บริจาคเสีย VAT ไหม" ไม่มีคำตอบเดียว เพราะขึ้นอยู่กับ รูปแบบที่บริจาค (เงิน vs สินค้า) และ ตัวผู้รับ (อยู่ในบัญชีที่ได้รับอนุมัติหรือไม่) โดยสรุปกว้าง ๆ คือ
- บริจาคเงิน — ไม่เกิด VAT แต่ต้องดูเพดานหักรายจ่าย CIT
- บริจาคสินค้าให้หน่วยงานอนุมัติ — อาจได้รับยกเว้น VAT แต่ต้องพิสูจน์และมีเอกสาร
- บริจาคสินค้าให้หน่วยงานทั่วไป — โดยหลักต้องเสีย VAT 7% จากมูลค่าตลาด (ข้อมูล ณ ปี 2569 อัตรา 7% มีผลถึง 30 กันยายน 2569 ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากร)
การแจ้งทีมบัญชีตั้งแต่ต้น และตรวจสอบสถานะผู้รับก่อนทุกครั้ง คือวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการหลีกเลี่ยงปัญหาภาษีย้อนหลัง
ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
บทความเรื่อง บริจาคสินค้าหรือเงิน เสีย VAT ไหม สรุปให้เข้าใจง่าย ควรใช้ตรวจทั้งจุดเกิดภาษี เอกสารขาย เอกสารซื้อ และรายงาน ภ.พ.30 เพราะข้อผิดพลาด VAT มักกระทบหลายเดือนต่อเนื่องและแก้ยากเมื่อปิดรอบภาษีไปแล้ว
เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ
- ตรวจว่าธุรกิจอยู่ในกิจการที่ต้องจด VAT หรือเป็นกิจการยกเว้น VAT
- แยกใบกำกับภาษีขาย ใบกำกับภาษีซื้อ ใบเสร็จ และหลักฐานรับชำระเงินให้ตรงรอบเดือน
- กระทบยอดรายงานภาษีซื้อ-ขายกับ ภ.พ.30 รายได้ และรายการเดินบัญชีธนาคารก่อนยื่นแบบ
ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
- เคลมภาษีซื้อจากเอกสารที่ข้อมูลไม่ครบหรือไม่เกี่ยวกับกิจการโดยตรง
- ออกใบกำกับภาษีผิดเดือนหรือไม่สัมพันธ์กับวันที่รับเงิน ส่งมอบสินค้า หรือให้บริการ
- ปล่อยให้รายได้เกินเกณฑ์จด VAT โดยไม่มีแผนจดทะเบียนและปรับระบบเอกสาร
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร: ภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กรมสรรพากร: กิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กรมสรรพากร: ระบบยื่นแบบออนไลน์ e-Filing
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บริจาคสินค้าจากสต็อกของบริษัท ต้องเสีย VAT ไหม?
โดยหลัก ใช่ ต้องเสีย VAT เพราะกฎหมายถือว่าการโอนสินค้าออกจากกิจการ แม้ไม่มีค่าตอบแทน ก็เป็น "การขาย" ตามมาตรา 77/1(8) แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับการบริจาคให้แก่หน่วยงานที่ได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เช่น มูลนิธิหรือองค์การสาธารณประโยชน์ที่ปรากฏในบัญชีที่กรมสรรพากรประกาศ รวมถึงการบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้หน่วยงานของรัฐ ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีและกรมสรรพากรก่อนทุกครั้ง
บริจาคเป็นเงินสด บริษัทต้องเสีย VAT ไหม?
ไม่ต้องเสีย VAT เพราะเงินสดไม่ถือเป็น "สินค้า" หรือ "บริการ" ตามนิยามของประมวลรัษฎากร การบริจาคเงินจึงไม่เกิดภาระ VAT ฝั่งผู้บริจาค แต่อาจมีประเด็นภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องพิจารณาแยกต่างหาก เช่น เงื่อนไขการหักเป็นรายจ่ายทางภาษี
บริษัทบริจาคเงินหรือสิ่งของให้มูลนิธิ หักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เท่าไหร่?
สำหรับการบริจาคทั่วไปให้แก่องค์การสาธารณประโยชน์ที่ได้รับอนุมัติ หักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิ กรณีบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรให้แก่หน่วยงานที่เข้าระบบ อาจหักได้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขและเพดานการหักรายจ่ายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศ ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนยื่นแบบ (ข้อมูล ณ ปี 2569)