กรรมการที่ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งแล้วแต่บริษัทเพิกเฉยไม่ยอมจัดประชุมแก้ไขบัญชีรายชื่อกรรมการ (บอจ.5) สามารถแจ้งการลาออกฝ่ายเดียวต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เอง

เพื่อให้พ้นสภาพกรรมการอย่างเป็นทางการและตัดความเสี่ยงจากภาระผูกพันทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหลังจากวันที่ลาออกจริง

สารบัญบทความ
  1. ทำไมการลาออกจากตำแหน่งกรรมการถึงมีปัญหาได้
  2. สิทธิของกรรมการที่ลาออกในการแจ้งฝ่ายเดียว
  3. ขั้นตอนการแจ้งลาออกฝ่ายเดียว
  4. ความเสี่ยงที่กรรมการควรระวังระหว่างรอแก้ไขทะเบียน
  5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  6. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  7. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  8. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  9. ตารางนำบทความไปใช้

ทำไมการลาออกจากตำแหน่งกรรมการถึงมีปัญหาได้

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กรรมการบริษัทมีสิทธิลาออกจากตำแหน่งได้ทุกเมื่อโดยเพียงยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อบริษัท

และการลาออกมีผลทันทีนับแต่วันที่หนังสือลาออกไปถึงบริษัท ไม่จำเป็นต้องรอให้บริษัทอนุมัติหรือจัดประชุมรับทราบก่อน

แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทต้องนำมติเปลี่ยนแปลงกรรมการไปจดทะเบียนแก้ไขบัญชีรายชื่อกรรมการ (แบบ บอจ.5) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)

เพื่อให้ข้อมูลในหนังสือรับรองบริษัทตรงกับความเป็นจริง

ปัญหาที่พบบ่อยคือบริษัทบางแห่งไม่ดำเนินการแก้ไข บอจ.5 หลังกรรมการลาออก อาจเพราะมีข้อพิพาทภายใน ผู้ถือหุ้นรายอื่นไม่ยินยอม หรือเพียงแค่ละเลยไม่จัดการเอกสาร

ทำให้ชื่อของกรรมการที่ลาออกไปแล้วยังคงปรากฏในหนังสือรับรองบริษัทต่อไป

ซึ่งอาจสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายให้กับกรรมการที่ลาออกไปแล้วโดยไม่รู้ตัว เช่น ถูกเข้าใจผิดว่ายังมีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท

หรือถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับหนี้สินและคดีความที่เกิดขึ้นภายหลังวันที่ลาออก

สิทธิของกรรมการที่ลาออกในการแจ้งฝ่ายเดียว

เมื่อบริษัทไม่ดำเนินการแก้ไข บอจ.5 ให้ตามที่ควรจะเป็น กรรมการที่ลาออกมีสิทธิยื่นเรื่องแจ้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการฝ่ายเดียว (นายทะเบียนจะบันทึกตามคำขอของกรรมการที่ลาออกได้

แม้บริษัทจะไม่ได้เป็นผู้ยื่น) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เพื่อให้มีการปรับปรุงข้อมูลกรรมการในระบบให้ตรงกับข้อเท็จจริง โดยไม่ต้องรอความยินยอมจากบริษัทหรือกรรมการท่านอื่น

ขั้นตอนการแจ้งลาออกฝ่ายเดียว

  1. จัดทำหนังสือลาออกที่มีหลักฐานการส่งชัดเจน: ควรส่งใบลาออกถึงบริษัทหรือกรรมการผู้มีอำนาจด้วยไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือช่องทางที่สามารถพิสูจน์วันที่ได้รับได้ เพื่อยืนยันวันที่การลาออกมีผล
  2. รอระยะเวลาที่เหมาะสมให้บริษัทดำเนินการแก้ไข บอจ.5: หากบริษัทไม่ดำเนินการภายในเวลาอันควร กรรมการมีสิทธิดำเนินการแจ้งเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง
  3. ยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขกรรมการต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า: พร้อมแนบสำเนาหนังสือลาออกและหลักฐานการนำส่งถึงบริษัท เพื่อให้นายทะเบียนพิจารณาบันทึกการพ้นสภาพกรรมการ
  4. ติดตามผลการจดทะเบียนและขอหนังสือรับรองบริษัทฉบับใหม่: เพื่อยืนยันว่าชื่อของตนถูกถอดออกจากบัญชีรายชื่อกรรมการเรียบร้อยแล้ว
  5. เก็บสำเนาเอกสารทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน: รวมถึงใบลาออก หลักฐานการนำส่ง และหนังสือรับรองบริษัทฉบับก่อนและหลังแก้ไข เพื่อใช้อ้างอิงหากมีข้อพิพาทในอนาคต

ความเสี่ยงที่กรรมการควรระวังระหว่างรอแก้ไขทะเบียน

แม้การลาออกจะมีผลตามกฎหมายทันทีนับแต่วันที่หนังสือลาออกไปถึงบริษัท แต่ในทางปฏิบัติหากชื่อยังปรากฏในหนังสือรับรองบริษัท อาจทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจว่ายังคงเป็นกรรมการผู้มีอำนาจอยู่

โดยเฉพาะประเด็นความรับผิดทางภาษีและหนี้สินที่เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่าน กรรมการที่ลาออกจึงควรเก็บหลักฐานวันที่ลาออกให้ชัดเจน

และหากมีข้อสงสัยเรื่องความรับผิดที่อาจเกิดขึ้นภายหลังลาออก

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือภาษีเพื่อประเมินความเสี่ยงเฉพาะกรณี

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ยื่นใบลาออกด้วยวาจาหรือส่งทางไลน์โดยไม่มีหลักฐานยืนยันวันที่ได้รับ: ทำให้พิสูจน์วันที่ลาออกมีผลได้ยากหากเกิดข้อพิพาท
  • ไม่ติดตามผลหลังยื่นใบลาออก คิดว่าเป็นหน้าที่ของบริษัทเท่านั้น: ทำให้ปล่อยเวลานานเกินไปโดยไม่ทราบว่าบริษัทยังไม่แก้ไขทะเบียน
  • ไม่เก็บสำเนาหนังสือรับรองบริษัทก่อนและหลังลาออกไว้เปรียบเทียบ: ทำให้ขาดหลักฐานยืนยันสถานะกรรมการในแต่ละช่วงเวลา
  • เข้าใจผิดว่าต้องรอบริษัทอนุมัติก่อนจึงจะพ้นสภาพกรรมการ: ในความเป็นจริงการลาออกมีผลทันทีนับแต่วันที่หนังสือไปถึงบริษัทตามกฎหมาย

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมตินายสมชายเป็นกรรมการบริษัทแห่งหนึ่งและยื่นใบลาออกทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงกรรมการผู้จัดการเมื่อวันที่ 1 มกราคม แต่ผ่านไป 4 เดือนบริษัทยังไม่จัดประชุมแก้ไข บอจ.5

เนื่องจากผู้ถือหุ้นมีความเห็นขัดแย้งกันเรื่องผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทน

นายสมชายจึงรวบรวมหลักฐานใบตอบรับไปรษณีย์และสำเนาหนังสือลาออก ยื่นคำขอแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการฝ่ายเดียวต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการพ้นสภาพกรรมการนับแต่วันที่ 1 มกราคม ตามหลักฐานที่มี

และขอหนังสือรับรองบริษัทฉบับใหม่เพื่อยืนยันสถานะของตนเอง

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

กรรมการที่ต้องการลาออกควรจัดทำหนังสือลาออกที่ระบุวันที่ชัดเจนและส่งด้วยวิธีที่พิสูจน์วันที่ได้รับได้เสมอ หากบริษัทไม่ดำเนินการแก้ไขทะเบียนภายในเวลาอันควร

ควรรีบดำเนินการแจ้งเปลี่ยนแปลงฝ่ายเดียวต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยเร็ว

และปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายหรือนักบัญชีเพื่อประเมินความเสี่ยงด้านหนี้สินและภาษีที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่าน จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความชัดเจนให้กับทุกฝ่าย

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
ทำไมการลาออกจากตำแหน่งกรรมการถึงมีปัญหาได้ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
สิทธิของกรรมการที่ลาออกในการแจ้งฝ่ายเดียวตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ขั้นตอนการแจ้งลาออกฝ่ายเดียวตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กรรมการลาออกมีผลตั้งแต่เมื่อไร ต้องรอบริษัทอนุมัติก่อนหรือไม่?

การลาออกมีผลทันทีนับแต่วันที่หนังสือลาออกไปถึงบริษัทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่จำเป็นต้องรอบริษัทอนุมัติหรือจัดประชุมรับทราบก่อน

หากบริษัทไม่ยอมแก้ไขบอจ.5 หลังกรรมการลาออก ทำอย่างไรได้บ้าง?

กรรมการที่ลาออกมีสิทธิยื่นคำขอแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการฝ่ายเดียวต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยแนบหลักฐานหนังสือลาออกและการนำส่งถึงบริษัท เพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการพ้นสภาพกรรมการ

ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้างเพื่อยื่นแจ้งลาออกฝ่ายเดียว?

ควรมีสำเนาหนังสือลาออกและหลักฐานการนำส่งที่พิสูจน์วันที่ได้รับได้ เช่น ใบตอบรับไปรษณีย์ลงทะเบียน เพื่อยืนยันวันที่การลาออกมีผลตามกฎหมาย

กรรมการที่ลาออกแล้วยังต้องรับผิดชอบหนี้สินของบริษัทหรือไม่?

โดยหลักการพ้นสภาพนับแต่วันที่ลาออกมีผล แต่หากชื่อยังปรากฏในหนังสือรับรองบริษัทอาจเกิดความเข้าใจผิดได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเสี่ยงเฉพาะกรณีให้ชัดเจน

ควรส่งหนังสือลาออกด้วยวิธีใดจึงจะปลอดภัยที่สุด?

ควรส่งด้วยไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือวิธีที่สามารถพิสูจน์วันที่ได้รับได้ชัดเจน หลีกเลี่ยงการแจ้งด้วยวาจาหรือช่องทางที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน

หลังยื่นแจ้งลาออกฝ่ายเดียวแล้วควรทำอะไรต่อ?

ควรติดตามผลการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและขอหนังสือรับรองบริษัทฉบับใหม่เพื่อยืนยันว่าชื่อของตนถูกถอดออกจากบัญชีรายชื่อกรรมการเรียบร้อยแล้ว

หากกำลังวางแผนเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ทีมงานมีบริการจดทะเบียนบริษัทและจดบริษัทที่ช่วยดูแลตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมเอกสารไปจนถึงการวางระบบบัญชีและภาษีหลังจดทะเบียน