เจ้าของธุรกิจจำกัดหลายท่านมักใช้วิธีถอนเงินสดของบริษัทออกไปใช้ส่วนตัว โดยในระบบบัญชีจะบันทึกรายการนี้เป็น "เงินกู้ยืมกรรมการ" (Director Loan) ซึ่งตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ

(4) สรรพากรกำหนดชัดเจนว่า

ห้ามบริษัทกู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีค่าตอบแทน (ดอกเบี้ย) หรือคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่าราคาตลาด เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร

สารบัญบทความ
  1. 1. อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสำหรับเงินกู้ยืมกรรมการที่สรรพากรยอมรับ
  2. 2. ผลกระทบภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax - SBT)
  3. 3. สัญญาเงินกู้ยืมกรรมการ (Loan Agreement)
  4. สรุป
  5. ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
  6. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  7. ตารางนำบทความไปใช้

1. อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสำหรับเงินกู้ยืมกรรมการที่สรรพากรยอมรับ

บริษัทจำเป็นต้องคิดดอกเบี้ยจากกรรมการเมื่อมีการกู้ยืมเงิน โดยอัตราดอกเบี้ยที่นำมาใช้ต้องอิงเกณฑ์ราคาตลาดดังนี้:

  • กรณีใช้เงินสะสมของบริษัท: หากเงินที่ให้กรรมการยืมเป็นเงินกำไรสะสมส่วนเกินของบริษัทเอง ดอกเบี้ยต้องไม่ต่ำกว่า "อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ" ของธนาคารพาณิชย์ ณ วันที่ให้กู้ยืม
  • กรณีบริษัทกู้เงินจากสถาบันการเงินมา: หากบริษัทมีเงินกู้ธนาคารและต้องเสียดอกเบี้ย (เช่น MLR) แล้วนำเงินนั้นมาให้กรรมการยืมต่อ ดอกเบี้ยที่คิดกับกรรมการต้อง ไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยที่บริษัทจ่ายให้ธนาคารจริง

2. ผลกระทบภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax - SBT)

เมื่อบริษัทได้รับดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากกรรมการ ดอกเบี้ยรับนั้นจัดเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีของบริษัทและมีภาระทางภาษีที่ต้องจัดการเพิ่มดังนี้:

ภาษีธุรกิจเฉพาะจากดอกเบี้ยกู้ยืม:
- ดอกเบี้ยรับถือเป็นรายรับจากการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตรา 3.3% (รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น)

- บริษัทมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40

และชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปจากเดือนที่ได้รับดอกเบี้ยหรือบันทึกดอกเบี้ยค้างรับ

3. สัญญาเงินกู้ยืมกรรมการ (Loan Agreement)

เพื่อแสดงเจตนาความบริสุทธิ์ต่อเจ้าพนักงานสรรพากรเมื่อเข้ามาตรวจสอบงบการเงิน บริษัทควรทำ "สัญญาเงินกู้ยืม" เป็นลายลักษณ์อักษร:

  1. ระบุวงเงินกู้ยืม อัตราดอกเบี้ย และกำหนดเวลาการผ่อนชำระคืนชัดเจน
  2. ต้องติด อากรแสตมป์ ในอัตรา 1 บาทต่อทุกยอดวงเงินกู้ 2,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท) ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  3. มีมติที่ประชุมคณะกรรมการอนุมัติให้มีการกู้ยืมเงินและให้กรรมการกู้เงินได้ตามระเบียบโครงสร้างบริษัท

สรุป

การให้กรรมการกู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ยจะส่งผลให้สรรพากรมีอำนาจประเมินดอกเบี้ยค้างรับย้อนหลังตามราคาตลาด ทำให้บริษัทต้องจ่ายภาษีนิติบุคคลเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับ รวมถึงต้องยื่นแบบ

SBT ย้อนหลัง

การวางระบบระเบียบการตั้งอัตราดอกเบี้ยและร่างสัญญาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการปกป้องบริษัทจากความเสี่ยงทางภาษี

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง เงินกู้ยืมกรรมการไม่มีดอกเบี้ยได้ไหม? เกณฑ์การตั้งอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่สรรพากรยอมรับ ควรใช้เพื่อวางแผนก่อนเกิดรายการจริง

เพราะการประหยัดภาษีที่ดีต้องมีเหตุผลทางธุรกิจ เอกสารครบ และบันทึกบัญชีสอดคล้องกับกระแสเงินสดจริง

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • แยกเป้าหมายทางธุรกิจออกจากเป้าหมายภาษี เช่น เงินสด กำไร ภาระเอกสาร และความเสี่ยงย้อนหลัง
  • ตรวจว่ารายจ่ายหรือโครงสร้างที่เลือกมีเอกสาร ผู้รับเงิน และเหตุผลทางธุรกิจรองรับ
  • ประเมินผลต่อ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และงบการเงินก่อนตัดสินใจ

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • มองเฉพาะตัวเลขภาษีที่ลดลง แต่ไม่ดูความเสี่ยงเอกสารและกระแสเงินสด
  • ใช้รายจ่ายส่วนตัวหรือรายการที่ไม่มีผู้รับเงินชัดเจนเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท
  • ทำรายการปลายปีโดยไม่มีมติ สัญญา หรือหลักฐานชำระเงินจริงรองรับ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
1. อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสำหรับเงินกู้ยืมกรรมการที่สรรพากรยอมรับตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
2. ผลกระทบภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax - SBT)ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
3. สัญญาเงินกู้ยืมกรรมการ (Loan Agreement)ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การวางแผนภาษีนิติบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมายและยั่งยืนควรยึดหลักเกณฑ์ใดเป็นสำคัญ?

ต้องยึดหลักเกณฑ์ที่มีเหตุผลทางธุรกิจจริง (Business Substance) และมีเอกสารหลักฐานครบถ้วนประกอบธุรกรรม การประหยัดภาษีที่ดีไม่ใช่การสร้างค่าใช้จ่ายเท็จ

แต่เป็นการใช้สิทธิประโยชน์ทางกฎหมาย เช่น การเคลมรายจ่ายหักลดหย่อนพิเศษ

หรือการเลือกโครงสร้างรายจ่ายที่เหมาะสม

สิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจดำเนินโครงการวางแผนภาษีภายในบริษัทมีอะไรบ้าง?

ควรตรวจสอบผลกระทบเชื่อมโยงรอบด้าน ทั้งเรื่องกระแสเงินสดจริงของกิจการ, ภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปี,

รวมถึงความพร้อมของพนักงานในการจัดเตรียมเอกสารรองรับตามที่กฎหมายกำหนด

หากดำเนินการบันทึกค่าใช้จ่ายไปแล้วพบว่าเอกสารไม่สมบูรณ์หรือเสี่ยงเป็นรายจ่ายต้องห้าม ควรแก้ไขอย่างไร?

ควรรวบรวมเอกสารหลักฐานเท่าที่มีอยู่เพื่อพิสูจน์วัตถุประสงค์การจ่ายจริงและผู้รับเงิน หากเอกสารไม่มีน้ำหนักพอ ให้แจ้งผู้ทำบัญชีบันทึกยอดดังกล่าวเป็น 'รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี'

และทำการบวกกลับในแบบ ภ.ง.ด.50

ตอนสิ้นปีเพื่อหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง เงินกู้ยืมกรรมการไม่มีดอกเบี้ยได้ไหม? เกณฑ์การตั้งอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่สรรพากรยอมรับ

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ เงินกู้ยืมกรรมการไม่มีดอกเบี้ยได้ไหม? เกณฑ์การตั้งอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่สรรพากรยอมรับ

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล

เจ้าของธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นให้ถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนแรก ลองศึกษารายละเอียดการจดทะเบียนบริษัทของ A Plus Me เพื่อเตรียมเอกสาร ทุน และผู้ถือหุ้นให้พร้อมก่อนยื่นจด