เจ้าของธุรกิจจำกัดหลายท่านมักใช้วิธีถอนเงินสดของบริษัทออกไปใช้ส่วนตัว โดยในระบบบัญชีจะบันทึกรายการนี้เป็น "เงินกู้ยืมกรรมการ" (Director Loan) ซึ่งตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ
(4) สรรพากรกำหนดชัดเจนว่า
ห้ามบริษัทกู้ยืมเงินหรือให้กู้ยืมเงินโดยไม่มีค่าตอบแทน (ดอกเบี้ย) หรือคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่าราคาตลาด เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร
สารบัญบทความ
1. อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสำหรับเงินกู้ยืมกรรมการที่สรรพากรยอมรับ
บริษัทจำเป็นต้องคิดดอกเบี้ยจากกรรมการเมื่อมีการกู้ยืมเงิน โดยอัตราดอกเบี้ยที่นำมาใช้ต้องอิงเกณฑ์ราคาตลาดดังนี้:
- กรณีใช้เงินสะสมของบริษัท: หากเงินที่ให้กรรมการยืมเป็นเงินกำไรสะสมส่วนเกินของบริษัทเอง ดอกเบี้ยต้องไม่ต่ำกว่า "อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ" ของธนาคารพาณิชย์ ณ วันที่ให้กู้ยืม
- กรณีบริษัทกู้เงินจากสถาบันการเงินมา: หากบริษัทมีเงินกู้ธนาคารและต้องเสียดอกเบี้ย (เช่น MLR) แล้วนำเงินนั้นมาให้กรรมการยืมต่อ ดอกเบี้ยที่คิดกับกรรมการต้อง ไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยที่บริษัทจ่ายให้ธนาคารจริง
2. ผลกระทบภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax - SBT)
เมื่อบริษัทได้รับดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากกรรมการ ดอกเบี้ยรับนั้นจัดเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีของบริษัทและมีภาระทางภาษีที่ต้องจัดการเพิ่มดังนี้:
ภาษีธุรกิจเฉพาะจากดอกเบี้ยกู้ยืม:
- ดอกเบี้ยรับถือเป็นรายรับจากการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตรา 3.3% (รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น)
- บริษัทมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ธ.40
และชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปจากเดือนที่ได้รับดอกเบี้ยหรือบันทึกดอกเบี้ยค้างรับ
3. สัญญาเงินกู้ยืมกรรมการ (Loan Agreement)
เพื่อแสดงเจตนาความบริสุทธิ์ต่อเจ้าพนักงานสรรพากรเมื่อเข้ามาตรวจสอบงบการเงิน บริษัทควรทำ "สัญญาเงินกู้ยืม" เป็นลายลักษณ์อักษร:
- ระบุวงเงินกู้ยืม อัตราดอกเบี้ย และกำหนดเวลาการผ่อนชำระคืนชัดเจน
- ต้องติด อากรแสตมป์ ในอัตรา 1 บาทต่อทุกยอดวงเงินกู้ 2,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท) ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- มีมติที่ประชุมคณะกรรมการอนุมัติให้มีการกู้ยืมเงินและให้กรรมการกู้เงินได้ตามระเบียบโครงสร้างบริษัท
สรุป
การให้กรรมการกู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ยจะส่งผลให้สรรพากรมีอำนาจประเมินดอกเบี้ยค้างรับย้อนหลังตามราคาตลาด ทำให้บริษัทต้องจ่ายภาษีนิติบุคคลเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับ รวมถึงต้องยื่นแบบ
SBT ย้อนหลัง
การวางระบบระเบียบการตั้งอัตราดอกเบี้ยและร่างสัญญาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการปกป้องบริษัทจากความเสี่ยงทางภาษี
ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
บทความเรื่อง เงินกู้ยืมกรรมการไม่มีดอกเบี้ยได้ไหม? เกณฑ์การตั้งอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่สรรพากรยอมรับ ควรใช้เพื่อวางแผนก่อนเกิดรายการจริง
เพราะการประหยัดภาษีที่ดีต้องมีเหตุผลทางธุรกิจ เอกสารครบ และบันทึกบัญชีสอดคล้องกับกระแสเงินสดจริง
เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ
- แยกเป้าหมายทางธุรกิจออกจากเป้าหมายภาษี เช่น เงินสด กำไร ภาระเอกสาร และความเสี่ยงย้อนหลัง
- ตรวจว่ารายจ่ายหรือโครงสร้างที่เลือกมีเอกสาร ผู้รับเงิน และเหตุผลทางธุรกิจรองรับ
- ประเมินผลต่อ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และงบการเงินก่อนตัดสินใจ
ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
- มองเฉพาะตัวเลขภาษีที่ลดลง แต่ไม่ดูความเสี่ยงเอกสารและกระแสเงินสด
- ใช้รายจ่ายส่วนตัวหรือรายการที่ไม่มีผู้รับเงินชัดเจนเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท
- ทำรายการปลายปีโดยไม่มีมติ สัญญา หรือหลักฐานชำระเงินจริงรองรับ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
ตารางนำบทความไปใช้
| ประเด็น | สิ่งที่ต้องตรวจ | ผลที่ต้องบันทึก |
|---|---|---|
| 1. อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำสำหรับเงินกู้ยืมกรรมการที่สรรพากรยอมรับ | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| 2. ผลกระทบภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax - SBT) | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| 3. สัญญาเงินกู้ยืมกรรมการ (Loan Agreement) | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การวางแผนภาษีนิติบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมายและยั่งยืนควรยึดหลักเกณฑ์ใดเป็นสำคัญ?
ต้องยึดหลักเกณฑ์ที่มีเหตุผลทางธุรกิจจริง (Business Substance) และมีเอกสารหลักฐานครบถ้วนประกอบธุรกรรม การประหยัดภาษีที่ดีไม่ใช่การสร้างค่าใช้จ่ายเท็จ
แต่เป็นการใช้สิทธิประโยชน์ทางกฎหมาย เช่น การเคลมรายจ่ายหักลดหย่อนพิเศษ
หรือการเลือกโครงสร้างรายจ่ายที่เหมาะสม
สิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจดำเนินโครงการวางแผนภาษีภายในบริษัทมีอะไรบ้าง?
ควรตรวจสอบผลกระทบเชื่อมโยงรอบด้าน ทั้งเรื่องกระแสเงินสดจริงของกิจการ, ภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT), ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปี,
รวมถึงความพร้อมของพนักงานในการจัดเตรียมเอกสารรองรับตามที่กฎหมายกำหนด
หากดำเนินการบันทึกค่าใช้จ่ายไปแล้วพบว่าเอกสารไม่สมบูรณ์หรือเสี่ยงเป็นรายจ่ายต้องห้าม ควรแก้ไขอย่างไร?
ควรรวบรวมเอกสารหลักฐานเท่าที่มีอยู่เพื่อพิสูจน์วัตถุประสงค์การจ่ายจริงและผู้รับเงิน หากเอกสารไม่มีน้ำหนักพอ ให้แจ้งผู้ทำบัญชีบันทึกยอดดังกล่าวเป็น 'รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี'
และทำการบวกกลับในแบบ ภ.ง.ด.50
ตอนสิ้นปีเพื่อหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง เงินกู้ยืมกรรมการไม่มีดอกเบี้ยได้ไหม? เกณฑ์การตั้งอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่สรรพากรยอมรับ
ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ เงินกู้ยืมกรรมการไม่มีดอกเบี้ยได้ไหม? เกณฑ์การตั้งอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่สรรพากรยอมรับ
พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล
เจ้าของธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นให้ถูกต้องตั้งแต่ขั้นตอนแรก ลองศึกษารายละเอียดการจดทะเบียนบริษัทของ A Plus Me เพื่อเตรียมเอกสาร ทุน และผู้ถือหุ้นให้พร้อมก่อนยื่นจด