คำตอบสั้นๆ คือ พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้กำหนดข้อห้ามและมารยาทในการทวงถามหนี้ไว้ชัดเจน ทั้งเรื่องเวลาที่ติดต่อได้ ถ้อยคำที่ใช้ และบุคคลที่สามารถติดต่อได้ ซึ่งใช้บังคับกับเจ้าของธุรกิจ SME ที่ทวงเงินจากลูกค้าค้างชำระด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะบริษัทติดตามหนี้มืออาชีพเท่านั้น บทความนี้สรุปข้อกำหนดหลักที่ผู้ประกอบการต้องรู้เพื่อทวงหนี้อย่างถูกกฎหมาย

คำตอบสั้นๆ คือ พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 กำหนดข้อห้ามและมาตรฐานพฤติกรรมในการทวงถามหนี้ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งใช้บังคับกับ ผู้ทวงถามหนี้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ที่ทวงหนี้ด้วยตนเอง พนักงานของกิจการที่ได้รับมอบหมายให้ทวงหนี้ หรือบริษัทติดตามหนี้ที่รับจ้างทวงหนี้แทน เจ้าของธุรกิจ SME จำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองก็อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้เมื่อโทรทวงเงินลูกค้าที่ค้างชำระค่าสินค้าหรือบริการ บทความนี้สรุปข้อกำหนดหลักที่ต้องปฏิบัติตามเพื่อทวงหนี้อย่างถูกกฎหมายและมีประสิทธิภาพ

ใครบ้างที่อยู่ภายใต้กฎหมายทวงถามหนี้

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ครอบคลุมผู้ทวงถามหนี้ในความหมายกว้าง ไม่ได้จำกัดเฉพาะธุรกิจสถาบันการเงินหรือบริษัทติดตามหนี้เท่านั้น แต่รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจทั่วไปที่มีสิทธิเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ เช่น ร้านค้าที่ขายสินค้าเชื่อให้ลูกค้า ผู้ให้บริการที่ยังไม่ได้รับชำระค่าบริการ หรือเจ้าของกิจการที่ปล่อยเงินกู้ให้พนักงานหรือคู่ค้า เมื่อธุรกิจเหล่านี้ดำเนินการติดต่อทวงถามหนี้ ไม่ว่าจะทวงเองหรือมอบหมายให้พนักงานฝ่ายบัญชีหรือฝ่ายขายเป็นผู้ติดต่อ ก็ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายฉบับนี้เช่นเดียวกับบริษัทติดตามหนี้มืออาชีพ

ข้อกำหนดเรื่องเวลาและวิธีการติดต่อทวงหนี้

กฎหมายกำหนดกรอบเวลาที่อนุญาตให้ติดต่อทวงถามหนี้ได้ โดยทั่วไปจะจำกัดช่วงเวลาติดต่อในวันทำการและช่วงเวลากลางวัน และห้ามติดต่อในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม เช่น ช่วงดึกหรือเช้ามืด นอกจากนี้ยังจำกัดความถี่ในการติดต่อ ไม่ให้ติดต่อลูกหนี้ซ้ำๆ ในลักษณะก่อกวนหรือรบกวนความเป็นอยู่ปกติของลูกหนี้ เนื่องจากรายละเอียดช่วงเวลาที่กฎหมายอนุญาตให้ติดต่อได้และจำนวนครั้งที่เหมาะสมอาจมีการตีความและปรับปรุงเป็นระยะ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายละเอียดที่แน่นอนกับที่ปรึกษากฎหมายหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลก่อนกำหนดนโยบายทวงหนี้ภายในองค์กร

ข้อห้ามสำคัญที่ธุรกิจต้องระวัง

กฎหมายทวงถามหนี้ห้ามพฤติกรรมหลายลักษณะที่ผู้ประกอบการควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่

  • ห้ามติดต่อบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ เพื่อสอบถามข้อมูลการทวงหนี้ เว้นแต่เพื่อสอบถามสถานที่ติดต่อลูกหนี้เท่านั้น ห้ามเปิดเผยว่าลูกหนี้เป็นหนี้ให้บุคคลอื่นทราบ เช่น การโทรหาญาติหรือเพื่อนร่วมงานแล้วบอกว่าลูกหนี้ค้างชำระหนี้
  • ห้ามใช้ถ้อยคำข่มขู่ ดูหมิ่น หรือใช้ความรุนแรง ในการติดต่อทวงถามหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดจาข่มขู่ทำร้ายร่างกาย หรือการใช้ถ้อยคำที่สร้างความอับอายต่อลูกหนี้
  • ห้ามแสดงข้อความหรือเครื่องหมายบนซองจดหมาย ที่ทำให้บุคคลทั่วไปทราบว่าเป็นการทวงถามหนี้ เพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลหนี้สินต่อบุคคลภายนอก
  • ห้ามหลอกลวงหรือให้ข้อมูลเท็จ เช่น การอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือศาลเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้ลูกหนี้ชำระเงิน
  • ห้ามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทวงถามหนี้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หากมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการทวงถามหนี้เพิ่มเติมจากลูกหนี้

ผลทางกฎหมายหากทวงหนี้ผิดวิธี

ผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมายทวงถามหนี้อาจต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา ขึ้นอยู่กับลักษณะความรุนแรงของการกระทำ นอกจากนี้ยังอาจถูกลูกหนี้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือความเป็นอยู่ ซึ่งนอกจากผลทางกฎหมายแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาความสัมพันธ์กับลูกค้าประจำ การทวงหนี้อย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้เสียลูกค้ารายนั้นไปถาวรแม้จะได้รับชำระหนี้คืนแล้วก็ตาม

แนวทางทวงหนี้อย่างมืออาชีพและถูกกฎหมาย

ธุรกิจ SME ควรวางระบบการติดตามหนี้ที่เป็นขั้นตอนชัดเจน เริ่มจากการแจ้งเตือนด้วยถ้อยคำสุภาพผ่านช่องทางที่ลูกค้ายินยอมให้ติดต่อ เช่น อีเมลหรือข้อความ ก่อนที่จะโทรศัพท์ติดต่อโดยตรง หากลูกหนี้ไม่ตอบสนองควรมีขั้นตอนส่งหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการ และหากยังไม่ได้รับชำระอาจพิจารณาส่งเรื่องให้ที่ปรึกษากฎหมายดำเนินการทางแพ่งต่อไป การมีขั้นตอนที่ชัดเจนช่วยลดความเสี่ยงที่พนักงานจะใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมในการทวงหนี้

ผลกระทบทางบัญชีจากหนี้ค้างชำระ

ในมุมบัญชี ลูกหนี้การค้าที่ค้างชำระเป็นเวลานานควรมีการประเมินและตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญตามหลักการบัญชีที่เหมาะสม เพื่อสะท้อนมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับจริง หากติดตามทวงถามแล้วยังไม่ได้รับชำระและมีหลักฐานว่าไม่สามารถเรียกเก็บได้ อาจพิจารณาตัดเป็นหนี้สูญตามเงื่อนไขที่ประมวลรัษฎากรกำหนด ซึ่งมีหลักเกณฑ์และขั้นตอนเฉพาะที่ต้องปฏิบัติตามจึงจะสามารถนำมาเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ผู้ประกอบการควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีภาษีเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์

ตัวอย่างกระบวนการติดตามหนี้ที่แนะนำ

ขั้นตอนระยะเวลาโดยประมาณหลังครบกำหนดชำระ
แจ้งเตือนแบบสุภาพผ่านอีเมล/ข้อความ1-7 วัน
โทรศัพท์ติดต่อโดยตรงในเวลาทำการ8-15 วัน
ส่งหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการ16-30 วัน
ปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายเพื่อดำเนินการทางแพ่งเกิน 30 วัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของธุรกิจในการทวงหนี้

  • มอบหมายให้พนักงานทวงหนี้โดยไม่มีการอบรมเรื่องข้อกำหนดตามกฎหมายทวงถามหนี้ ทำให้พนักงานใช้ถ้อยคำหรือวิธีการที่ไม่เหมาะสมโดยไม่ตั้งใจ
  • โทรหาญาติหรือที่ทำงานของลูกหนี้เพื่อกดดันให้ชำระหนี้ โดยเปิดเผยข้อมูลหนี้สินให้บุคคลอื่นทราบ ซึ่งเป็นข้อห้ามตามกฎหมาย
  • ไม่มีบันทึกการติดต่อทวงหนี้ที่เป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้ยากต่อการพิสูจน์เมื่อเกิดข้อพิพาท
  • ปล่อยหนี้ค้างชำระนานเกินไปโดยไม่ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ทำให้งบการเงินไม่สะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริง
  • ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การตัดหนี้สูญของกรมสรรพากร ทำให้ไม่สามารถนำผลขาดทุนมาหักภาษีได้

แนวทางปฏิบัติที่แนะนำ

ธุรกิจ SME ควรกำหนดนโยบายการทวงถามหนี้เป็นลายลักษณ์อักษรและอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจข้อกำหนดตามกฎหมายทวงถามหนี้อย่างชัดเจน ควรบันทึกการติดต่อทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐาน และพิจารณาใช้ช่องทางที่เป็นทางการมากขึ้นตามระยะเวลาที่หนี้ค้างชำระนานขึ้น นอกจากนี้ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายเพื่อตรวจสอบนโยบายทวงหนี้ภายในองค์กรให้สอดคล้องกับกฎหมาย และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีภาษีเพื่อวางระบบตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญและการตัดหนี้สูญให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง กฎหมายทวงหนี้: ธุรกิจทวงเงินลูกค้าอย่างไรไม่ผิดกฎหมาย ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เจ้าของร้านค้าที่ทวงเงินลูกค้าเองต้องปฏิบัติตามกฎหมายทวงถามหนี้หรือไม่?

ต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ครอบคลุมผู้ทวงถามหนี้ทุกประเภท รวมถึงเจ้าของธุรกิจที่ทวงหนี้ลูกค้าด้วยตนเองหรือมอบหมายให้พนักงานติดต่อ ไม่ใช่เฉพาะบริษัทติดตามหนี้มืออาชีพเท่านั้น

โทรหาที่ทำงานของลูกหนี้เพื่อทวงหนี้ทำได้หรือไม่?

โดยหลักการห้ามเปิดเผยข้อมูลหนี้สินให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ทราบ การติดต่อที่ทำงานเพื่อสอบถามสถานที่ติดต่ออาจทำได้ในบางกรณี แต่ต้องไม่เปิดเผยว่าเป็นการทวงหนี้ ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายเพื่อความชัดเจนก่อนดำเนินการ

ทวงหนี้ผิดกฎหมายมีบทลงโทษอย่างไร?

ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของการกระทำ อาจมีทั้งความรับผิดทางแพ่งจากการถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย และความรับผิดทางอาญาตามที่กฎหมายทวงถามหนี้กำหนด ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายเพื่อประเมินความเสี่ยงเฉพาะกรณี

ควรบันทึกบัญชีอย่างไรเมื่อลูกหนี้ค้างชำระเป็นเวลานาน?

ควรประเมินและตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญตามหลักการบัญชีเพื่อสะท้อนมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับจริง หากภายหลังพิสูจน์ได้ว่าไม่สามารถเรียกเก็บได้ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด จึงพิจารณาตัดเป็นหนี้สูญเพื่อใช้เป็นรายจ่ายทางภาษี

ธุรกิจสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทวงถามหนี้จากลูกหนี้ได้หรือไม่?

อาจเรียกเก็บได้ในบางกรณีแต่ต้องไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ควรตรวจสอบรายละเอียดอัตราที่อนุญาตให้เรียกเก็บกับที่ปรึกษากฎหมายก่อนกำหนดเป็นนโยบายของธุรกิจ

ควรเริ่มดำเนินการทางกฎหมายกับลูกหนี้เมื่อใด?

หากติดตามทวงถามด้วยวิธีปกติแล้วลูกหนี้ยังไม่ชำระเงินตามระยะเวลาที่กำหนดในนโยบายภายใน ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายเพื่อพิจารณาดำเนินการทางแพ่งต่อไป โดยควรมีหลักฐานการติดต่อทวงถามที่บันทึกไว้อย่างครบถ้วนก่อนดำเนินการ

การอบรมพนักงานเรื่องกฎหมายทวงถามหนี้สำคัญอย่างไร?

ช่วยลดความเสี่ยงที่พนักงานจะใช้ถ้อยคำหรือวิธีการที่ผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ เช่น การข่มขู่หรือเปิดเผยข้อมูลหนี้สินต่อบุคคลอื่น ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจต้องรับผิดทางกฎหมายแม้เจ้าของกิจการจะไม่ได้ลงมือทวงหนี้เอง