ครีเอเตอร์มีค่าใช้จ่ายหลากหลาย ตั้งแต่อุปกรณ์กล้อง ไฟ ไมค์ คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ค่าเดินทาง ค่าเช่าสตูดิโอ และค่าทีมงาน แต่ไม่ใช่ทุกรายการจะใช้เป็นรายจ่ายภาษีได้ทันทีหากไม่มีหลักฐานและความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ

สรุปประเด็นที่ควรรู้

  • ทรัพย์สินธุรกิจ
  • ใบกำกับภาษีซื้อ
  • ค่าอุปกรณ์

แยกของใช้ส่วนตัวกับทรัพย์สินธุรกิจ

อุปกรณ์ที่ใช้ทั้งส่วนตัวและงานควรมีเหตุผลการใช้งานและเอกสารประกอบ หากเป็นทรัพย์สินมูลค่าสูงอาจต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์และคิดค่าเสื่อมราคา

ข้อมูลตั้งต้นที่ต้องแยกให้ชัดคือ ทรัพย์สินธุรกิจ, ค่าใช้จ่ายส่วนตัว, ใบกำกับภาษี, campaign code, ค่าเสื่อมราคา เพราะรายได้ออนไลน์มักมาจากหลายระบบและแต่ละระบบมีรอบจ่าย เอกสาร และภาษีไม่เหมือนกัน

  • ทรัพย์สินธุรกิจ
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
  • ใบกำกับภาษี
  • campaign code
  • ค่าเสื่อมราคา

เก็บใบกำกับภาษีและหลักฐานการจ่าย

เมื่อซื้ออุปกรณ์หรือจ่ายบริการ ควรตรวจชื่อผู้ซื้อ เลขผู้เสียภาษี รายการสินค้า และหลักฐานชำระเงิน โดยเฉพาะหากต้องใช้ภาษีซื้อหรือหักเป็นรายจ่ายบริษัท

เอกสารที่ควรเก็บทุกเดือนคือ ใบกำกับภาษีซื้อ, ใบเสร็จ, หลักฐานโอนเงิน, ทะเบียนทรัพย์สิน, รายงานใช้ทรัพย์สิน เพื่อให้กระทบยอดกับ bank statement, รายงานแพลตฟอร์ม, VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้

  • ใบกำกับภาษีซื้อ
  • ใบเสร็จ
  • หลักฐานโอนเงิน
  • ทะเบียนทรัพย์สิน
  • รายงานใช้ทรัพย์สิน

ผูกค่าใช้จ่ายกับ campaign หรือช่องทางรายได้

ค่าใช้จ่ายบางรายการควรถูกผูกกับ campaign หรือช่องทางรายได้ เช่น ค่าเดินทางไปถ่ายงานรีวิว หรือค่าเช่าสตูดิโอผลิตคอร์ส เพื่อวัดกำไรจริง

รายงานที่เจ้าของกิจการควรดูคือ ค่าอุปกรณ์, ค่า software, ค่าเดินทาง, ต้นทุน campaign, สินทรัพย์คงเหลือ เพื่อรู้ว่าช่องทางใดทำเงินจริง ช่องทางใดมีค่าธรรมเนียมสูง และรายการใดต้องตามเอกสารก่อนปิดบัญชี

  • ค่าอุปกรณ์
  • ค่า software
  • ค่าเดินทาง
  • ต้นทุน campaign
  • สินทรัพย์คงเหลือ

ตารางการจัดประเภทรายจ่ายครีเอเตอร์เพื่อหักภาษีบริษัท (Creator Expense Tax Categorization Grid)

เกณฑ์ประเมินเอกสารสําคัญจ่ายของครีเอเตอร์สายโปรดักชัน:

ประเภทรายจ่าย การหักเป็นรายจ่ายบริษัท การเคลมภาษีซื้อ (Input VAT) หลักฐานเอกสารที่สรรพากรยอมรับ
อุปกรณ์กล้องและคอมพิวเตอร์ตัดต่อ ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินบริษัทและตัดค่าเสื่อมราคาเฉลี่ย 5 ปี เคลมภาษีซื้อได้ 100% (ต้องเป็นบิลชื่อ ที่อยู่บริษัทถูกต้อง) ใบกำกับภาษีซื้อตัวจริง, รายการทะเบียนสินทรัพย์บริษัท (Fixed Asset Register)
ค่าเช่าและแต่งสตูดิโอถ่ายงาน หักเป็นค่าใช้จ่ายในงวดบัญชีดำเนินงานได้ปกติ เคลมภาษีซื้อได้สำหรับค่าตกแต่ง/วัสดุอุปกรณ์ตกแต่งสถานที่ สัญญาเช่าอาคาร, ใบเสร็จรับเงินค่าเช่าหัก ณ ที่จ่าย 5%, บิลค่าวัสดุ
ค่าเดินทางทำคอนเทนต์ต่างจังหวัด หักได้ตามเกณฑ์รายจ่ายเพื่อการประกอบกิจการจริง เคลมภาษีซื้อค่าน้ำมันได้ (หากมีทะเบียนรถบริษัท หรือสัญญายืมใช้) ใบอนุมัติเดินทางเพื่องานคอนเทนต์ (Travel Memo), บิลน้ำมัน/ค่าพักแรมตัวจริง
ค่าจ้างทีมนักแสดง/ฟรีแลนซ์ หักเป็นค่าจ้างบริการโครงการตรงได้ ไม่มีภาษีซื้อ (ยกเว้นฟรีแลนซ์คนนั้นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) หนังสือจ้างทำของ, สำเนาบัตรประชาชนพร้อมหลักฐานหัก ณ ที่จ่าย 3% (50 ทวิ)

เช็กลิสต์นำไปใช้ในเดือนนี้

สิ่งที่ควรทำทันที

  • แยกบัญชีธุรกิจกับส่วนตัว
  • ขอเอกสารชื่อบริษัท
  • ทำทะเบียนอุปกรณ์
  • ผูกค่าใช้จ่ายกับงาน
  • รีวิวรายการส่วนตัวก่อนส่งบัญชี

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ประกอบการ SME การบันทึกบัญชีและภาษีของแต่ละกิจการควรพิจารณาจากเอกสารจริง สัญญา และข้อเท็จจริงของรายการ หากมีรายการเฉพาะ ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ซื้อกล้องใช้ถ่ายงานหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ทันทีไหม

ต้องดูมูลค่า อายุใช้งาน และหลักฐาน อาจต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์และคิดค่าเสื่อมแทนการหักทั้งก้อน

ไม่มีใบกำกับภาษีใช้ใบเสร็จธรรมดาได้ไหม

อาจใช้เป็นหลักฐานรายจ่ายบางกรณี แต่มีผลต่อภาษีซื้อและความสมบูรณ์ของเอกสาร ควรให้บัญชีตรวจ

ควรส่งอะไรให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน

ควรส่งรายงานยอดขายจากแพลตฟอร์ม รายงาน payout ใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จ เอกสารหัก ณ ที่จ่าย สัญญา campaign และ bank statement ของเดือนนั้น