ร้านการ์ตูนและมังงะที่นำเข้าหนังสือลิขสิทธิ์จากต่างประเทศต้องพิจารณาภาษีสองส่วนหลัก คือภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่มตอนนำเข้าสินค้า

รวมถึงค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายให้เจ้าของลิขสิทธิ์ต่างประเทศซึ่งอาจต้องหักภาษี ณ

ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการจึงควรวางระบบเอกสารนำเข้าให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น

สารบัญบทความ
  1. ร้านการ์ตูน-มังงะนำเข้าสินค้าแบบไหนบ้าง
  2. ภาษีศุลกากรและ VAT ตอนนำเข้าสินค้า
  3. ค่าลิขสิทธิ์และภาษีหัก ณ ที่จ่ายระหว่างประเทศ
  4. การจัดการสต๊อกสินค้านำเข้าและของสะสมลิขสิทธิ์
  5. ตารางสรุปภาระภาษีของแต่ละรายการนำเข้า
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  7. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ร้านการ์ตูน-มังงะนำเข้าสินค้าแบบไหนบ้าง

ร้านการ์ตูนและมังงะเฉพาะทางมักมีช่องทางนำเข้าสินค้าหลายรูปแบบ ทั้งการสั่งซื้อหนังสือการ์ตูนลิขสิทธิ์แท้จากสำนักพิมพ์ต่างประเทศโดยตรง

การนำเข้าผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศที่ได้รับสิทธิ์ถูกต้อง หรือการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น ฟิกเกอร์

การ์ดเกม และของสะสมลิขสิทธิ์ (Merchandise) ซึ่งแต่ละรูปแบบมีภาระภาษีและขั้นตอนศุลกากรที่แตกต่างกัน

สิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องแยกให้ชัดคือ การนำเข้า สินค้าที่จับต้องได้ (หนังสือ ของสะสม) กับการจ่าย ค่าลิขสิทธิ์หรือค่าธรรมเนียมการอนุญาตใช้สิทธิ์ (License Fee)

ให้เจ้าของลิขสิทธิ์ต่างประเทศ

เพราะสองอย่างนี้มีภาระภาษีคนละประเภทและต้องบันทึกบัญชีแยกกัน

ภาษีศุลกากรและ VAT ตอนนำเข้าสินค้า

เมื่อนำเข้าหนังสือการ์ตูน มังงะ หรือของสะสมจากต่างประเทศ กิจการต้องผ่านพิธีการศุลกากรที่ด่านนำเข้า ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาระดังนี้

  • อากรขาเข้า (Import Duty): คำนวณจากพิกัดศุลกากรของสินค้าแต่ละประเภท หนังสือบางประเภทอาจได้รับยกเว้นหรือมีอัตราพิเศษ ควรตรวจสอบพิกัดที่ถูกต้องกับกรมศุลกากรหรือตัวแทนออกของก่อนนำเข้าทุกครั้ง
  • ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า (Import VAT): เรียกเก็บ ณ ด่านศุลกากรตามมูลค่าสินค้ารวมอากรขาเข้า ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT สามารถนำภาษีซื้อจากการนำเข้านี้ไปใช้เครดิตหักออกจากภาษีขายได้ตามหลักเกณฑ์ทั่วไป
  • ค่าธรรมเนียมพิธีการศุลกากรและค่าขนส่ง: เป็นต้นทุนเพิ่มเติมที่ต้องรวมเข้าไปในต้นทุนสินค้าคงเหลือ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานทั่วไป

เอกสารสำคัญที่ต้องเก็บไว้เพื่อยืนยันการนำเข้าและใช้เป็นหลักฐานทางภาษี ได้แก่ ใบขนสินค้าขาเข้า (Import Declaration) ใบเสร็จรับเงินค่าอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม

ใบกำกับภาษีจากตัวแทนออกของ และเอกสารแสดงมูลค่าสินค้าจากผู้ขายต่างประเทศ (Invoice)

ค่าลิขสิทธิ์และภาษีหัก ณ ที่จ่ายระหว่างประเทศ

หากร้านการ์ตูนทำสัญญาซื้อสิทธิ์การจำหน่ายหรือจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้สำนักพิมพ์หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ต่างประเทศโดยตรง เงินที่จ่ายไปอาจเข้าข่ายต้องหักภาษี ณ

ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์การจ่ายเงินได้ให้ผู้มีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ

ซึ่งอัตราและวิธีการหักขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้และอนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Tax Agreement) ระหว่างไทยกับประเทศของผู้รับเงิน

จึงควรตรวจสอบอัตราและหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศก่อนทำสัญญาและจ่ายเงินทุกครั้ง

นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาว่าค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายไปต่างประเทศเข้าข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในลักษณะบริการที่ใช้ในประเทศไทย (Reverse Charge VAT) หรือไม่

ซึ่งผู้จ่ายเงินในประเทศไทยอาจมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้รับเงินในต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

การจัดการสต๊อกสินค้านำเข้าและของสะสมลิขสิทธิ์

สินค้านำเข้าประเภทของสะสม เช่น ฟิกเกอร์หรือการ์ดเกมรุ่นลิมิเต็ด มักมีมูลค่าผันผวนตามความนิยมและมีความเสี่ยงสินค้าล้าสมัยเร็ว ร้านควรทำระบบรหัสสินค้าแยกตามซีรีส์และรุ่น

พร้อมประเมินมูลค่าสต๊อกคงเหลือทุกสิ้นงวดหากราคาตลาดลดลงมากจากราคาต้นทุนเดิม เพื่อให้ตัวเลขในงบการเงินสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง

ตารางสรุปภาระภาษีของแต่ละรายการนำเข้า

รายการภาษีที่เกี่ยวข้องหน่วยงานที่ตรวจสอบ
นำเข้าหนังสือ/ของสะสมจากต่างประเทศอากรขาเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้ากรมศุลกากร
จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้เจ้าของสิทธิ์ต่างประเทศภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอนุสัญญาภาษีซ้อนกรมสรรพากร
ค่าลิขสิทธิ์ที่ใช้บริการในประเทศไทยภาษีมูลค่าเพิ่มแบบ Reverse Charge (ถ้าเข้าเกณฑ์)กรมสรรพากร
สต๊อกของสะสมล้าสมัยไม่ใช่ภาษีโดยตรง แต่กระทบการวัดมูลค่าสินทรัพย์ในงบการเงินผู้สอบบัญชี/ผู้ทำบัญชี

เจ้าของร้านที่นำเข้าสินค้าหลายรอบต่อปีควรมีตารางสรุปเช่นนี้ติดไว้เป็นแนวทางเบื้องต้น แต่ไม่ควรใช้แทนการตรวจสอบจริงกับกรมศุลกากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

เพราะพิกัดศุลกากรและอัตราภาษีอาจเปลี่ยนแปลงตามประเภทสินค้าและประเทศต้นทางที่แตกต่างกันในแต่ละรอบการนำเข้า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่แยกบัญชีต้นทุนสินค้านำเข้ากับค่าลิขสิทธิ์: ทำให้คำนวณต้นทุนขายและวางแผนภาษีผิดพลาด
  • ไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ต่างประเทศ: อาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม
  • ไม่เก็บใบขนสินค้าขาเข้าและเอกสารศุลกากรให้ครบ: ทำให้ไม่สามารถใช้เครดิตภาษีซื้อหรือพิสูจน์ต้นทุนที่แท้จริงได้
  • ไม่ประเมินมูลค่าสต๊อกของสะสมที่ล้าสมัยหรือราคาตลาดลดลง: ทำให้งบดุลแสดงมูลค่าสินทรัพย์สูงเกินจริง

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติร้านการ์ตูนแห่งหนึ่งนำเข้าหนังสือมังงะลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่นมูลค่า 500,000 บาทต่อรอบ ต้องเสียอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มตอนนำเข้าตามอัตราที่กรมศุลกากรกำหนด

นอกจากนี้ร้านยังทำสัญญาซื้อสิทธิ์จำหน่ายพิเศษกับสำนักพิมพ์ต้นทางโดยจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่มเติมปีละ 200,000 บาท ซึ่งต้องตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศว่าต้องหักภาษี ณ

ที่จ่ายในอัตราเท่าไรตามอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

ก่อนโอนเงินค่าลิขสิทธิ์ไปให้เจ้าของสิทธิ์ในต่างประเทศ

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ร้านการ์ตูน-มังงะที่นำเข้าสินค้าและซื้อลิขสิทธิ์จากต่างประเทศควรแยกบัญชีต้นทุนสินค้านำเข้ากับค่าลิขสิทธิ์ให้ชัดเจน เก็บเอกสารศุลกากรและใบกำกับภาษีให้ครบทุกรอบนำเข้า

และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศก่อนทำสัญญาลิขสิทธิ์กับต่างประเทศทุกครั้ง เพื่อให้การหักภาษี ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่มถูกต้องตามหลักเกณฑ์

และลดความเสี่ยงถูกประเมินภาษีย้อนหลัง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

นำเข้าหนังสือการ์ตูนจากต่างประเทศต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

ต้องพิจารณาอากรขาเข้าตามพิกัดศุลกากรของสินค้า และภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าที่เรียกเก็บ ณ ด่านศุลกากร ควรตรวจสอบพิกัดและอัตราที่ถูกต้องกับกรมศุลกากรหรือตัวแทนออกของก่อนนำเข้า

ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าขอคืนได้หรือไม่?

ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถนำภาษีซื้อจากการนำเข้าไปใช้เครดิตหักออกจากภาษีขายได้ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปของกรมสรรพากร โดยต้องมีเอกสารใบขนสินค้าและใบเสร็จภาษีครบถ้วน

จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ต่างประเทศต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่?

อาจเข้าข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยอัตราขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้และอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับประเทศของผู้รับเงิน

ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศก่อนทำสัญญาและจ่ายเงิน

ค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายไปต่างประเทศต้องเสีย VAT แบบ Reverse Charge หรือไม่?

อาจต้องพิจารณาภาษีมูลค่าเพิ่มในลักษณะบริการที่ใช้ในประเทศไทย ซึ่งผู้จ่ายเงินอาจมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้รับเงินต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

ควรตรวจสอบรายละเอียดกับผู้เชี่ยวชาญ

ควรเก็บเอกสารอะไรบ้างเมื่อนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ?

ควรเก็บใบขนสินค้าขาเข้า ใบเสร็จรับเงินค่าอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบกำกับภาษีจากตัวแทนออกของ และเอกสารแสดงมูลค่าสินค้าจากผู้ขายต่างประเทศ

เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางภาษีและคำนวณต้นทุนที่ถูกต้อง

ของสะสมลิขสิทธิ์ที่ล้าสมัยควรบันทึกบัญชีอย่างไร?

ควรประเมินมูลค่าสต๊อกคงเหลือทุกสิ้นงวดหากราคาตลาดลดลงมากจากราคาต้นทุนเดิม เพื่อให้ตัวเลขสินทรัพย์ในงบการเงินสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้บันทึกตามราคาต้นทุนเดิมตลอดไป

หากยังไม่แน่ใจว่าธุรกรรมและรายจ่ายของธุรกิจสอดคล้องกับกฎหมายภาษีมากน้อยเพียงใด ลองให้บริการวางแผนภาษีของ A Plus Me ช่วยตรวจสอบและวางแนวทางที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ