คลินิกไคโรแพรคติกและออสทีโอพาธีที่จ้างนักบำบัดชาวต่างชาติต้องจัดการเรื่องใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) วีซ่าธุรกิจ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

และการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของชาวต่างชาติให้ถูกต้อง

เพราะมีรายละเอียดต่างจากการจ้างพนักงานไทยทั่วไปหลายจุด

สารบัญบทความ
  1. คลินิกไคโรแพรคติกในไทยจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจแบบใด
  2. ขั้นตอนจ้างนักบำบัดต่างชาติให้ถูกกฎหมาย
  3. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับนักบำบัดต่างชาติ
  4. ประเด็น VAT ของรายได้คลินิก
  5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  6. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  7. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  8. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  9. ตารางนำบทความไปใช้

คลินิกไคโรแพรคติกในไทยจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจแบบใด

คลินิกไคโรแพรคติก (Chiropractic) และออสทีโอพาธี (Osteopathy) ในประเทศไทยส่วนใหญ่จดทะเบียนเป็น "สถานพยาบาล" หรือ "คลินิกกายภาพบำบัด"

ขึ้นอยู่กับขอบเขตบริการและใบอนุญาตวิชาชีพของผู้ให้บริการ

เนื่องจากวิชาชีพไคโรแพรคเตอร์ยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพเฉพาะที่รับรองในไทยเหมือนบางประเทศ

คลินิกจึงมักต้องดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพถูกต้องตามกฎหมายไทย

ประเด็นนี้สำคัญมากเพราะกำหนดว่านักบำบัดต่างชาติที่จะมาทำงานในคลินิกจะได้รับอนุญาตให้ทำหัตถการโดยตรงกับคนไข้หรือไม่

หรือทำได้เพียงในฐานะที่ปรึกษา/ผู้ฝึกอบรมภายใต้การควบคุมของผู้มีใบอนุญาตไทย ซึ่งควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มดำเนินการจริง

ขั้นตอนจ้างนักบำบัดต่างชาติให้ถูกกฎหมาย

การจ้างชาวต่างชาติทำงานในไทยไม่ว่าตำแหน่งใด ต้องผ่านขั้นตอนหลักดังนี้

  • ขอวีซ่าธุรกิจ (Non-Immigrant B): นักบำบัดต่างชาติต้องมีวีซ่าประเภทที่อนุญาตให้ทำงานได้ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
  • ขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit): ยื่นผ่านกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โดยนายจ้างต้องเป็นนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนและสัดส่วนพนักงานไทยตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด (โดยทั่วไปต้องมีพนักงานไทยประจำจำนวนหนึ่งต่อชาวต่างชาติ 1 คน)
  • ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ: หากตำแหน่งงานเข้าข่ายวิชาชีพที่ควบคุม (เช่น กายภาพบำบัด) ต้องตรวจสอบว่าใบอนุญาตวิชาชีพจากต่างประเทศได้รับการรับรองในไทยหรือไม่ ซึ่งควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานและใบอนุญาตวิชาชีพโดยตรง
  • ขึ้นทะเบียนประกันสังคม: หากนักบำบัดต่างชาติมีสถานะเป็นลูกจ้างของคลินิก ต้องขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินสมทบประกันสังคมเช่นเดียวกับพนักงานไทย

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับนักบำบัดต่างชาติ

ภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายขึ้นอยู่กับสถานะการจ้างงานของนักบำบัดต่างชาติ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กรณีหลัก

  • กรณีเป็นลูกจ้างประจำของคลินิก: เงินเดือนที่จ่ายให้ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได โดยชาวต่างชาติที่ทำงานและมีรายได้ในไทยมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทยเช่นเดียวกับคนไทย ไม่ว่าจะพำนักครบ 180 วันในปีภาษีหรือไม่
  • กรณีเป็นผู้เชี่ยวชาญรับเชิญหรือที่ปรึกษาจากต่างประเทศ: ค่าตอบแทนอาจเข้าข่ายมาตรา 40(2) หรือ 40(6) ซึ่งอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับลักษณะสัญญาและว่ามีอนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Tax Agreement) ระหว่างไทยกับประเทศต้นทางหรือไม่ จุดนี้ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศก่อนดำเนินการจ่ายเงิน

ประเด็น VAT ของรายได้คลินิก

รายได้ค่าบริการรักษาพยาบาลที่ให้โดยผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายสถานพยาบาลไทย ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักเกณฑ์ทั่วไปของสถานพยาบาล

แต่หากบริการบางส่วนถูกจัดเป็น "บริการเสริมความงาม" หรือ "บริการที่ปรึกษาสุขภาพทั่วไป"

ที่ไม่เข้าเกณฑ์การรักษาพยาบาลตามกฎหมาย อาจต้องเสีย VAT ตามปกติหากรายได้เกินเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี (ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันและขอบเขตการยกเว้นกับผู้เชี่ยวชาญ)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ให้นักบำบัดต่างชาติเริ่มทำงานก่อนได้รับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit): ถือเป็นการทำงานผิดกฎหมายทั้งนายจ้างและลูกจ้าง มีโทษปรับและอาจถูกเพิกถอนวีซ่า
  • ไม่ตรวจสอบว่าใบอนุญาตวิชาชีพต่างประเทศได้รับการรับรองในไทยหรือไม่: อาจทำให้หัตถการที่ทำโดยนักบำบัดต่างชาติไม่ได้รับการยอมรับทางกฎหมาย
  • คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายผิดประเภทเงินได้: เช่น ใช้อัตราลูกจ้างประจำกับผู้ที่จริงๆ เป็นที่ปรึกษาต่างประเทศ ทำให้ยื่นแบบภาษีผิดพลาด
  • ไม่แยกรายได้ค่ารักษาพยาบาลกับค่าบริการเสริมความงามให้ชัดเจน: ทำให้คำนวณ VAT ผิดพลาดเมื่อกรมสรรพากรตรวจสอบ

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

คลินิกไคโรแพรคติกแห่งหนึ่งจ้างนักบำบัดชาวออสเตรเลียมาทำงานประจำในไทย โดยผ่านขั้นตอนขอวีซ่าธุรกิจและใบอนุญาตทำงานถูกต้อง จ่ายเงินเดือนเดือนละ 120,000 บาท คลินิกต้องหักภาษี ณ

ที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันไดเช่นเดียวกับพนักงานไทย และนักบำบัดต่างชาติมีหน้าที่ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีในไทยเช่นกัน

ส่วนรายได้ค่าบริการที่คลินิกเก็บจากคนไข้

หากเข้าเกณฑ์การรักษาพยาบาลตามกฎหมายสถานพยาบาลจะได้รับยกเว้น VAT แต่หากเป็นบริการเสริมความงามทั่วไปต้องพิจารณาแยกต่างหาก

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

คลินิกที่ต้องการจ้างนักบำบัดต่างชาติควรเริ่มดำเนินการเรื่องวีซ่าและใบอนุญาตทำงานล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือนก่อนวันเริ่มงานจริง

เพราะกระบวนการยื่นเอกสารกับหน่วยงานราชการต้องใช้เวลา

และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานควบคู่กับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีตั้งแต่ต้น เพื่อกำหนดสถานะการจ้างงานที่ถูกต้อง คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ตรงประเภทเงินได้

และวางระบบบัญชีแยกรายได้ตามประเภทบริการอย่างชัดเจน

จะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและภาษีของคลินิกในระยะยาว

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
คลินิกไคโรแพรคติกในไทยจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจแบบใดตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ขั้นตอนจ้างนักบำบัดต่างชาติให้ถูกกฎหมายตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับนักบำบัดต่างชาติตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คลินิกไคโรแพรคติกจ้างนักบำบัดต่างชาติต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง

ต้องขอวีซ่าธุรกิจประเภทที่อนุญาตให้ทำงาน ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ผ่านกรมการจัดหางาน

และตรวจสอบว่าใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากต่างประเทศได้รับการรับรองในไทยหรือไม่ก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริง

นักบำบัดต่างชาติที่ทำงานในไทยต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไหม

ต้องเสีย ชาวต่างชาติที่มีเงินได้จากการทำงานในไทยมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทยเช่นเดียวกับคนไทย โดยนายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราขั้นบันไดหากเป็นลูกจ้างประจำ

ให้นักบำบัดต่างชาติเริ่มทำงานก่อนได้ใบอนุญาตทำงานได้ไหม

ไม่ได้ ถือเป็นการทำงานผิดกฎหมายทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง มีความเสี่ยงถูกปรับและอาจกระทบสถานะวีซ่าของนักบำบัดต่างชาติในอนาคต

รายได้ค่าบริการของคลินิกไคโรแพรคติกได้รับยกเว้น VAT ไหม

หากเข้าเกณฑ์เป็นการรักษาพยาบาลตามกฎหมายสถานพยาบาลไทยจะได้รับยกเว้น VAT แต่หากเป็นบริการเสริมความงามหรือที่ปรึกษาสุขภาพทั่วไปที่ไม่เข้าเกณฑ์ อาจต้องเสีย VAT ตามปกติหากรายได้เกิน

1.8 ล้านบาทต่อปี

นักบำบัดต่างชาติที่เป็นที่ปรึกษาต่างประเทศต้องหักภาษีอัตราเท่าไร

ขึ้นอยู่กับลักษณะสัญญาและอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับประเทศต้นทาง ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศก่อนดำเนินการจ่ายเงินทุกครั้ง

คลินิกต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้นักบำบัดต่างชาติไหม

หากนักบำบัดต่างชาติมีสถานะเป็นลูกจ้างประจำของคลินิก ต้องขึ้นทะเบียนและนำส่งเงินสมทบประกันสังคมเช่นเดียวกับพนักงานไทยทุกคน

ควรเริ่มเตรียมเอกสารจ้างนักบำบัดต่างชาติล่วงหน้ากี่เดือน

ควรเริ่มดำเนินการอย่างน้อย 1-2 เดือนก่อนวันเริ่มงานจริง เนื่องจากกระบวนการยื่นวีซ่าและใบอนุญาตทำงานกับหน่วยงานราชการต้องใช้เวลาตรวจสอบเอกสารหลายขั้นตอน

ขั้นตอนถัดไปที่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างราบรื่นมากขึ้นคือการมีคนช่วยดูแลบัญชีและภาษีอย่างสม่ำเสมอ A Plus Me มีบริการดูแลบัญชีและภาษีอย่างต่อเนื่องไว้รองรับความต้องการนี้