ถ้าบริษัทของคุณกำลังคิดจะเปลี่ยนวันสิ้นรอบบัญชีระหว่างที่ดำเนินกิจการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเพื่อให้ตรงกับบริษัทแม่ในต่างประเทศหรือให้สอดคล้องกับฤดูกาลรายได้
บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเจ้าของ SME
และฝ่ายบัญชีที่ต้องการเข้าใจกระบวนการขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้ชัดเจน
และที่สำคัญคือรู้ล่วงหน้าว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้เกิดรอบบัญชีสั้นพิเศษที่ต้องปิดงบและยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) แยกต่างหากอีกอย่างน้อย 1 ฉบับ
ซึ่งแตกต่างจากกรณีบริษัทใหม่ที่เลือกรอบบัญชีได้เองตั้งแต่วันจดทะเบียนโดยไม่ถือเป็นภาระเพิ่มเติม คุณจะได้เห็นตัวอย่างตารางเปรียบเทียบจำนวนฉบับที่ต้องยื่น
และเช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนยื่นคำร้องแบบนำไปใช้ได้จริง
เจ้าของกิจการหลายรายเข้าใจว่าการเปลี่ยนวันสิ้นรอบบัญชีทำได้ง่ายเหมือนตอนเลือกรอบบัญชีครั้งแรกตอนจดทะเบียนบริษัท แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนรอบบัญชี "กลางทาง"
ระหว่างที่กิจการดำเนินธุรกิจอยู่แล้วมีขั้นตอนที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
และจะสร้างภาระยื่นภาษีเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 ฉบับที่เจ้าของธุรกิจต้องเตรียมใจไว้ก่อน
สารบัญบทความ
- เปลี่ยนรอบบัญชีกลางทาง ไม่เหมือนเลือกรอบบัญชีตอนจดทะเบียนใหม่
- ขั้นตอนขออนุมัติเปลี่ยนวันสิ้นรอบบัญชีจากอธิบดีกรมสรรพากร
- รอบบัญชีสั้นพิเศษเกิดขึ้นอย่างไร และต้องยื่น ภ.ง.ด.50 กี่ฉบับ
- ภาระอื่นที่มาพร้อมรอบสั้น: งบการเงิน ผู้สอบบัญชี ประชุมผู้ถือหุ้น และ ภ.ง.ด.51
- เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนยื่นคำร้องขอเปลี่ยนรอบบัญชี
- ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
เปลี่ยนรอบบัญชีกลางทาง ไม่เหมือนเลือกรอบบัญชีตอนจดทะเบียนใหม่
มาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้รอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลต้องมีกำหนด 12 เดือนเป็นหลัก แต่เปิดช่องให้รอบบัญชีสั้นกว่า 12 เดือนได้ใน 2 กรณีเท่านั้น
กรณีแรกคือบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนใหม่
ซึ่งจะนับรอบบัญชีแรกจากวันจดทะเบียนถึงวันสิ้นรอบที่เลือกไว้ได้เลยโดยไม่ต้องขออนุญาตใคร เป็นสิทธิที่ติดมากับการจดทะเบียนบริษัท
กรณีที่สองคือหัวข้อของบทความนี้ นั่นคือบริษัทที่ดำเนินกิจการมาระยะหนึ่งแล้ว และต้องการเปลี่ยนวันสิ้นสุดรอบบัญชีจากที่เคยใช้อยู่ ไม่ว่าจะเพื่อให้สอดคล้องกับบริษัทแม่ในต่างประเทศ
ปรับให้ตรงกับฤดูกาลรายได้ หรือเหตุผลทางธุรกิจอื่น
กรณีนี้กฎหมายกำหนดให้ต้องยื่นคำร้องขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากรก่อน จะเปลี่ยนเองตามใจไม่ได้ และผลที่ตามมาคือเกิด "รอบบัญชีสั้นพิเศษ" ระหว่างทาง
ซึ่งต้องปิดงบและยื่นแบบภาษีแยกต่างหากจากรอบปกติ
นี่คือความแตกต่างสำคัญที่เจ้าของกิจการต้องแยกให้ออกก่อนตัดสินใจ
ขั้นตอนขออนุมัติเปลี่ยนวันสิ้นรอบบัญชีจากอธิบดีกรมสรรพากร
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ต้องการเปลี่ยนวันสิ้นรอบบัญชีระหว่างดำเนินกิจการ ต้องยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงรอบระยะเวลาบัญชีต่อกรมสรรพากร
ผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ พร้อมชี้แจงเหตุผลทางธุรกิจประกอบคำร้อง
เอกสารที่ต้องเตรียมโดยทั่วไปคือหนังสือชี้แจงเหตุผล สำเนาหนังสือรับรองบริษัท และรายละเอียดรอบบัญชีเดิม-ใหม่
ควรตรวจสอบรายการเอกสารที่แน่นอนกับสรรพากรพื้นที่ที่รับผิดชอบอีกครั้งก่อนยื่น
อีกจุดที่เจ้าของกิจการมักมองข้ามคือ การเปลี่ยนรอบบัญชีไม่ได้จบแค่ที่กรมสรรพากรเพียงหน่วยงานเดียว เพราะรอบปีบัญชีที่ใช้ในการจัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543
จะสั้นกว่า 12 เดือนได้เฉพาะรอบแรกของกิจการ
หรือรอบที่ได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เท่านั้น ผู้ประกอบการจึงต้องยื่นคำขออนุญาตเปลี่ยนรอบปีบัญชีด้วยแบบ ส.บช.4
ต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีประจำท้องที่ควบคู่ไปกับการขออนุมัติจากกรมสรรพากร โดยในทางปฏิบัติมักใช้หนังสืออนุมัติจากกรมสรรพากรเป็นเอกสารประกอบคำขอฝั่ง DBD ด้วย
หากยื่นเฉพาะฝั่งกรมสรรพากรโดยไม่ได้ขออนุญาตจากสารวัตรบัญชี
รอบปีบัญชีสำหรับการจัดทำบัญชีและนำส่งงบการเงินตามกฎหมายก็ยังไม่ถือว่าเปลี่ยนแปลงโดยสมบูรณ์
ประเด็นที่เจ้าของกิจการมักเข้าใจผิดคือ การเปลี่ยนรอบบัญชีไม่มีผลทันทีที่ยื่นคำร้อง ต้องรอคำสั่งอนุมัติจากกรมสรรพากรก่อนเสมอ รอบบัญชีใหม่จึงจะมีผลใช้บังคับได้
กรมสรรพากรไม่ได้กำหนดระยะเวลาพิจารณาที่ตายตัวไว้เหมือนกันทุกกรณี
จึงควรยื่นคำร้องล่วงหน้าให้เพียงพอ และห้ามวางแผนโดยสมมติว่าจะได้รับอนุมัติทันตามกำหนดที่ต้องการเสมอไป นอกจากนี้จะย้อนกลับไปเปลี่ยนรอบบัญชีที่ปิดและยื่นแบบภาษีไปแล้วไม่ได้
การเปลี่ยนแปลงมีผลกับรอบบัญชีถัดไปเท่านั้น
รอบบัญชีสั้นพิเศษเกิดขึ้นอย่างไร และต้องยื่น ภ.ง.ด.50 กี่ฉบับ
เมื่อกรมสรรพากรอนุมัติคำร้องแล้ว รอบบัญชีแรกที่ใช้วันสิ้นรอบใหม่จะนับตั้งแต่วันถัดจากวันสิ้นสุดรอบบัญชีเดิม ไปจนถึงวันสิ้นรอบใหม่ที่ขอเปลี่ยน ซึ่งจะสั้นกว่า 12 เดือนเสมอ
อาจสั้นเพียง 1-2 เดือน หรือยาวถึง 10-11 เดือนก็ได้
แล้วแต่ว่าวันสิ้นรอบใหม่ห่างจากวันสิ้นรอบเดิมมากน้อยแค่ไหน สิ่งสำคัญคือรอบสั้นพิเศษนี้ถือเป็นรอบบัญชีอิสระตามกฎหมาย ต้องจัดทำงบการเงิน ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ และยื่น
ภ.ง.ด.50 พร้อมชำระภาษีภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นสุดรอบนั้น
ตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับรอบบัญชีปกติทุกประการ ไม่มีข้อยกเว้นเรื่องกำหนดเวลาเพียงเพราะรอบสั้นกว่าปกติ
ตัวอย่างเช่น บริษัทหนึ่งใช้รอบบัญชี 1 มกราคม-31 ธันวาคมมาตลอด และได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนไปใช้รอบ 1 เมษายน-31 มีนาคม โดยมีผลตั้งแต่หลังปิดรอบบัญชีปี 2569 เป็นต้นไป
ผลคือบริษัทต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ถึง 3 ฉบับในช่วงเวลาประมาณ 15 เดือน
แทนที่จะเป็น 1 ฉบับต่อปีตามปกติ ดังตาราง
| รอบบัญชี | ระยะเวลา | กำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 |
|---|---|---|
| รอบปกติสุดท้ายก่อนเปลี่ยน | 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2569 (12 เดือน) | ฉบับที่ 1 ภายใน 150 วันหลัง 31 ธ.ค. 2569 |
| รอบสั้นพิเศษช่วงเปลี่ยนผ่าน | 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2570 (3 เดือน) | ฉบับที่ 2 ภายใน 150 วันหลัง 31 มี.ค. 2570 |
| รอบใหม่รอบแรกที่ครบ 12 เดือน | 1 เม.ย. 2570-31 มี.ค. 2571 (12 เดือน) | ฉบับที่ 3 ภายใน 150 วันหลัง 31 มี.ค. 2571 |
คำตอบของคำถาม "เปลี่ยนรอบบัญชีต้องยื่น ภ.ง.ด.50 กี่ฉบับ" จึงขึ้นอยู่กับว่ารอบเปลี่ยนผ่านสั้นแค่ไหน แต่โดยหลักการแล้วจะมี ภ.ง.ด.50 เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 ฉบับจากที่ควรจะเป็นเสมอ
เพราะรอบสั้นพิเศษถือเป็นรอบบัญชีของตัวเอง
ไม่สามารถรวมยอดกับรอบก่อนหน้าหรือรอบถัดไปได้ ต่างจากบริษัทที่เลือกรอบบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียนซึ่งมีรอบแรกสั้นเป็นเรื่องปกติที่ไม่ถือว่าเป็นภาระเพิ่มเติม
เพราะเป็นรอบเดียวที่ต้องเจอ ไม่ใช่รอบที่แทรกเข้ามากลางทาง
ภาระอื่นที่มาพร้อมรอบสั้น: งบการเงิน ผู้สอบบัญชี ประชุมผู้ถือหุ้น และ ภ.ง.ด.51
รอบบัญชีสั้นพิเศษไม่ได้ลดภาระงานปิดงบลงเลย บริษัทยังต้องจัดทำงบการเงินให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็นตามปกติ
ต้องจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงินภายใน 4 เดือนนับจากวันสิ้นสุดรอบบัญชี
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และต้องนำงบการเงินที่อนุมัติแล้วไปยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 1 เดือนหลังวันประชุม ไม่ว่ารอบบัญชีนั้นจะยาวเพียงกี่เดือนก็ตาม
ส่วน ภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปี) สำหรับรอบสั้นพิเศษต้องพิจารณาเป็นกรณีไป เนื่องจากตามมาตรา 67 ทวิ หน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 ผูกกับการมาถึงจุดครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี
หากรอบสั้นพิเศษยาวไม่ถึง 6 เดือน โดยหลักจะยังไม่มาถึงจุดครึ่งรอบภายในรอบนั้น
จึงมักไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 สำหรับรอบนั้น แต่ถ้ารอบสั้นพิเศษยาวเกิน 6 เดือน (เช่น 7-11 เดือน) จุดครึ่งรอบยังเกิดขึ้นอยู่ดี บริษัทจึงยังต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ตามปกติ
ทั้งนี้ข้อยกเว้นการยื่น ภ.ง.ด.51 ตามกฎหมายใช้ถ้อยคำว่า
"รอบระยะเวลาบัญชีแรกหรือรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย" ซึ่งรอบสั้นพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงกลางทางอาจไม่เข้าเงื่อนไขนี้โดยตรง
จึงควรตรวจสอบกับสำนักงานบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่เพื่อยืนยันภาระผูกพันที่แน่นอนของแต่ละกรณีก่อนสรุปว่าไม่ต้องยื่น
อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือข้อบังคับบริษัท (AOA) บางฉบับระบุวันสิ้นรอบบัญชีไว้ตายตัว
ถ้าเป็นเช่นนั้นต้องแก้ไขข้อบังคับด้วยมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้นควบคู่กับการขออนุมัติจากกรมสรรพากร ส่วนแบบภาษีรายเดือนอย่างภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30)
และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1/3/53) ไม่ได้รับผลกระทบ ยังยื่นตามรอบเดือนปฏิทินปกติเช่นเดิม
เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนยื่นคำร้องขอเปลี่ยนรอบบัญชี
ก่อนตัดสินใจยื่นคำร้องขอเปลี่ยนรอบบัญชี เจ้าของกิจการควรตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้ให้ครบ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเจอปัญหาระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน
- ตรวจสอบข้อบังคับบริษัท (AOA): ดูว่าระบุวันสิ้นรอบบัญชีไว้ตายตัวหรือไม่ ถ้าระบุต้องเตรียมแก้ไขข้อบังคับควบคู่กันไปด้วย
- เตรียมเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจน: เช่น สอดคล้องกับรอบบัญชีบริษัทแม่ในต่างประเทศ หรือตรงกับฤดูกาลรายได้ เพื่อประกอบคำร้อง
- เตรียมยื่นขออนุญาตต่อสารวัตรบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ด้วย: ใช้แบบ ส.บช.4 ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ควบคู่กับคำร้องต่อกรมสรรพากร เพราะเป็นคนละหน่วยงานและคนละกฎหมาย ขาดฝั่งใดฝั่งหนึ่งถือว่าเปลี่ยนรอบบัญชีไม่สมบูรณ์
- ตรวจสอบสถานะการยื่นแบบภาษีให้ครบถ้วน: ยื่นแบบและชำระภาษีของรอบก่อนหน้าให้เรียบร้อยก่อนยื่นคำร้อง
- วางแผนปิดงบรอบสั้นพิเศษล่วงหน้า: ไม่ควรรอจนใกล้กำหนด 150 วัน เพราะรอบสั้นมักมีเวลาเตรียมตัวน้อยกว่ารอบปกติ
- แจ้งผู้สอบบัญชีและสำนักงานบัญชีล่วงหน้า: เพื่อวางคิวงานตรวจสอบและปิดงบรอบพิเศษให้ทันกำหนด
- ประเมินภาระ ภ.ง.ด.51 ของรอบสั้น: ตรวจสอบว่ารอบสั้นนั้นยาวเกิน 6 เดือนหรือไม่ และยืนยันกับสรรพากรพื้นที่ เพื่อวางแผนกระแสเงินสดสำหรับภาษีล่วงหน้าให้ถูกต้อง
การเปลี่ยนรอบบัญชีกลางทางไม่ใช่เรื่องต้องห้าม แต่ต้องวางแผนล่วงหน้าและเข้าใจภาระเอกสารที่ตามมาให้ครบ ทั้งฝั่งกรมสรรพากรและฝั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
หากยังไม่แน่ใจว่ารอบสั้นพิเศษของกิจการจะต้องยื่นแบบใดบ้าง ทีมงาน A Plus Me
ยินดีช่วยตรวจสอบและวางแผนปฏิทินภาษีให้ตั้งแต่ขั้นตอนยื่นคำร้องจนถึงปิดงบรอบสั้น
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง เปลี่ยนรอบบัญชีกลางทาง ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 กี่ฉบับ ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์
เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เปลี่ยนรอบบัญชีกลางทาง ต้องขออนุมัติจากใคร และมีผลทันทีหรือไม่
ต้องขออนุมัติจากสองหน่วยงานคู่ขนานกัน คือยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงรอบระยะเวลาบัญชีต่ออธิบดีกรมสรรพากร ผ่านสรรพากรพื้นที่ที่บริษัทมีสำนักงานใหญ่ พร้อมชี้แจงเหตุผลทางธุรกิจ
และยื่นคำขออนุญาตด้วยแบบ ส.บช.4 ต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 การเปลี่ยนแปลงจะยังไม่มีผลจนกว่าจะได้รับอนุมัติจากทั้งสองหน่วยงาน และจะมีผลกับรอบบัญชีถัดไปเท่านั้น
ไม่สามารถย้อนกลับไปเปลี่ยนรอบที่ปิดและยื่นแบบภาษีไปแล้ว
จึงควรวางแผนและยื่นคำร้องล่วงหน้าให้เพียงพอ
เปลี่ยนรอบบัญชีกลางทาง ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 กี่ฉบับ
อย่างน้อย 1 ฉบับเพิ่มจากปกติเสมอ เพราะเมื่อได้รับอนุมัติ รอบบัญชีที่ใช้วันสิ้นรอบใหม่รอบแรกจะสั้นกว่า 12 เดือน (นับจากวันถัดจากวันสิ้นสุดรอบเดิมถึงวันสิ้นรอบใหม่)
ซึ่งถือเป็นรอบบัญชีอิสระที่ต้องปิดงบและยื่น ภ.ง.ด.50 แยกต่างหากภายใน 150
วันตามมาตรา 69 ก่อนจะเข้าสู่รอบบัญชีใหม่ที่ยาวเต็ม 12 เดือนตามปกติ
รอบบัญชีสั้นที่เกิดจากการเปลี่ยนรอบ ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ด้วยหรือไม่
ขึ้นอยู่กับความยาวของรอบสั้นนั้นและควรตรวจสอบเป็นรายกรณี เนื่องจากหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 ตามมาตรา 67 ทวิ ผูกกับการมาถึงจุดครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี หากรอบสั้นพิเศษยาวไม่ถึง 6 เดือน
โดยหลักจะยังไม่มาถึงจุดครึ่งรอบ แต่ถ้ารอบสั้นยาวเกิน 6 เดือน
จุดครึ่งรอบยังเกิดขึ้นภายในรอบนั้น จึงยังต้องยื่นตามปกติ ข้อยกเว้นตามกฎหมายเขียนถึง "รอบระยะเวลาบัญชีแรกหรือรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย"
ซึ่งรอบเปลี่ยนผ่านกลางทางอาจไม่เข้าเงื่อนไขนี้โดยตรง
จึงควรตรวจสอบกับสำนักงานบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่เพื่อยืนยันเป็นกรณีไปก่อนสรุป
ทำไมการเปลี่ยนรอบบัญชีกลางทางถึงต่างจากการเลือกรอบบัญชีตอนจดทะเบียนบริษัทใหม่
บริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนสามารถเลือกวันสิ้นรอบบัญชีแรกได้เองโดยไม่ต้องขออนุมัติ และรอบแรกที่สั้นกว่า 12 เดือนถือเป็นเรื่องปกติตามมาตรา 65 ไม่ใช่ภาระเพิ่มเติม
เพราะเป็นรอบเดียวที่ต้องเจอ
แต่บริษัทที่ดำเนินกิจการมาแล้วต้องขออนุมัติจากทั้งอธิบดีกรมสรรพากรและสารวัตรบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนจึงจะเปลี่ยนได้
และรอบสั้นพิเศษที่เกิดขึ้นถือเป็นรอบที่แทรกเข้ามาเพิ่มเติมจากที่วางแผนไว้แต่แรก ทำให้ต้องยื่น ภ.ง.ด.50
เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ฉบับ
เมื่อเริ่มมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับหลายประเภทภาษีพร้อมกัน การวางแผนภาษีอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น