ถ้าบริษัทของคุณกำลังคิดจะเปลี่ยนวันสิ้นรอบบัญชีระหว่างที่ดำเนินกิจการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเพื่อให้ตรงกับบริษัทแม่ในต่างประเทศหรือให้สอดคล้องกับฤดูกาลรายได้

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเจ้าของ SME

และฝ่ายบัญชีที่ต้องการเข้าใจกระบวนการขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้ชัดเจน

และที่สำคัญคือรู้ล่วงหน้าว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้เกิดรอบบัญชีสั้นพิเศษที่ต้องปิดงบและยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) แยกต่างหากอีกอย่างน้อย 1 ฉบับ

ซึ่งแตกต่างจากกรณีบริษัทใหม่ที่เลือกรอบบัญชีได้เองตั้งแต่วันจดทะเบียนโดยไม่ถือเป็นภาระเพิ่มเติม คุณจะได้เห็นตัวอย่างตารางเปรียบเทียบจำนวนฉบับที่ต้องยื่น

และเช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนยื่นคำร้องแบบนำไปใช้ได้จริง

เจ้าของกิจการหลายรายเข้าใจว่าการเปลี่ยนวันสิ้นรอบบัญชีทำได้ง่ายเหมือนตอนเลือกรอบบัญชีครั้งแรกตอนจดทะเบียนบริษัท แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนรอบบัญชี "กลางทาง"

ระหว่างที่กิจการดำเนินธุรกิจอยู่แล้วมีขั้นตอนที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

และจะสร้างภาระยื่นภาษีเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 ฉบับที่เจ้าของธุรกิจต้องเตรียมใจไว้ก่อน

สารบัญบทความ
  1. เปลี่ยนรอบบัญชีกลางทาง ไม่เหมือนเลือกรอบบัญชีตอนจดทะเบียนใหม่
  2. ขั้นตอนขออนุมัติเปลี่ยนวันสิ้นรอบบัญชีจากอธิบดีกรมสรรพากร
  3. รอบบัญชีสั้นพิเศษเกิดขึ้นอย่างไร และต้องยื่น ภ.ง.ด.50 กี่ฉบับ
  4. ภาระอื่นที่มาพร้อมรอบสั้น: งบการเงิน ผู้สอบบัญชี ประชุมผู้ถือหุ้น และ ภ.ง.ด.51
  5. เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนยื่นคำร้องขอเปลี่ยนรอบบัญชี
  6. ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

เปลี่ยนรอบบัญชีกลางทาง ไม่เหมือนเลือกรอบบัญชีตอนจดทะเบียนใหม่

มาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้รอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลต้องมีกำหนด 12 เดือนเป็นหลัก แต่เปิดช่องให้รอบบัญชีสั้นกว่า 12 เดือนได้ใน 2 กรณีเท่านั้น

กรณีแรกคือบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนใหม่

ซึ่งจะนับรอบบัญชีแรกจากวันจดทะเบียนถึงวันสิ้นรอบที่เลือกไว้ได้เลยโดยไม่ต้องขออนุญาตใคร เป็นสิทธิที่ติดมากับการจดทะเบียนบริษัท

กรณีที่สองคือหัวข้อของบทความนี้ นั่นคือบริษัทที่ดำเนินกิจการมาระยะหนึ่งแล้ว และต้องการเปลี่ยนวันสิ้นสุดรอบบัญชีจากที่เคยใช้อยู่ ไม่ว่าจะเพื่อให้สอดคล้องกับบริษัทแม่ในต่างประเทศ

ปรับให้ตรงกับฤดูกาลรายได้ หรือเหตุผลทางธุรกิจอื่น

กรณีนี้กฎหมายกำหนดให้ต้องยื่นคำร้องขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากรก่อน จะเปลี่ยนเองตามใจไม่ได้ และผลที่ตามมาคือเกิด "รอบบัญชีสั้นพิเศษ" ระหว่างทาง

ซึ่งต้องปิดงบและยื่นแบบภาษีแยกต่างหากจากรอบปกติ

นี่คือความแตกต่างสำคัญที่เจ้าของกิจการต้องแยกให้ออกก่อนตัดสินใจ

ขั้นตอนขออนุมัติเปลี่ยนวันสิ้นรอบบัญชีจากอธิบดีกรมสรรพากร

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ต้องการเปลี่ยนวันสิ้นรอบบัญชีระหว่างดำเนินกิจการ ต้องยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงรอบระยะเวลาบัญชีต่อกรมสรรพากร

ผ่านสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ พร้อมชี้แจงเหตุผลทางธุรกิจประกอบคำร้อง

เอกสารที่ต้องเตรียมโดยทั่วไปคือหนังสือชี้แจงเหตุผล สำเนาหนังสือรับรองบริษัท และรายละเอียดรอบบัญชีเดิม-ใหม่

ควรตรวจสอบรายการเอกสารที่แน่นอนกับสรรพากรพื้นที่ที่รับผิดชอบอีกครั้งก่อนยื่น

อีกจุดที่เจ้าของกิจการมักมองข้ามคือ การเปลี่ยนรอบบัญชีไม่ได้จบแค่ที่กรมสรรพากรเพียงหน่วยงานเดียว เพราะรอบปีบัญชีที่ใช้ในการจัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

จะสั้นกว่า 12 เดือนได้เฉพาะรอบแรกของกิจการ

หรือรอบที่ได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เท่านั้น ผู้ประกอบการจึงต้องยื่นคำขออนุญาตเปลี่ยนรอบปีบัญชีด้วยแบบ ส.บช.4

ต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีประจำท้องที่ควบคู่ไปกับการขออนุมัติจากกรมสรรพากร โดยในทางปฏิบัติมักใช้หนังสืออนุมัติจากกรมสรรพากรเป็นเอกสารประกอบคำขอฝั่ง DBD ด้วย

หากยื่นเฉพาะฝั่งกรมสรรพากรโดยไม่ได้ขออนุญาตจากสารวัตรบัญชี

รอบปีบัญชีสำหรับการจัดทำบัญชีและนำส่งงบการเงินตามกฎหมายก็ยังไม่ถือว่าเปลี่ยนแปลงโดยสมบูรณ์

ประเด็นที่เจ้าของกิจการมักเข้าใจผิดคือ การเปลี่ยนรอบบัญชีไม่มีผลทันทีที่ยื่นคำร้อง ต้องรอคำสั่งอนุมัติจากกรมสรรพากรก่อนเสมอ รอบบัญชีใหม่จึงจะมีผลใช้บังคับได้

กรมสรรพากรไม่ได้กำหนดระยะเวลาพิจารณาที่ตายตัวไว้เหมือนกันทุกกรณี

จึงควรยื่นคำร้องล่วงหน้าให้เพียงพอ และห้ามวางแผนโดยสมมติว่าจะได้รับอนุมัติทันตามกำหนดที่ต้องการเสมอไป นอกจากนี้จะย้อนกลับไปเปลี่ยนรอบบัญชีที่ปิดและยื่นแบบภาษีไปแล้วไม่ได้

การเปลี่ยนแปลงมีผลกับรอบบัญชีถัดไปเท่านั้น

รอบบัญชีสั้นพิเศษเกิดขึ้นอย่างไร และต้องยื่น ภ.ง.ด.50 กี่ฉบับ

เมื่อกรมสรรพากรอนุมัติคำร้องแล้ว รอบบัญชีแรกที่ใช้วันสิ้นรอบใหม่จะนับตั้งแต่วันถัดจากวันสิ้นสุดรอบบัญชีเดิม ไปจนถึงวันสิ้นรอบใหม่ที่ขอเปลี่ยน ซึ่งจะสั้นกว่า 12 เดือนเสมอ

อาจสั้นเพียง 1-2 เดือน หรือยาวถึง 10-11 เดือนก็ได้

แล้วแต่ว่าวันสิ้นรอบใหม่ห่างจากวันสิ้นรอบเดิมมากน้อยแค่ไหน สิ่งสำคัญคือรอบสั้นพิเศษนี้ถือเป็นรอบบัญชีอิสระตามกฎหมาย ต้องจัดทำงบการเงิน ให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ และยื่น

ภ.ง.ด.50 พร้อมชำระภาษีภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นสุดรอบนั้น

ตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับรอบบัญชีปกติทุกประการ ไม่มีข้อยกเว้นเรื่องกำหนดเวลาเพียงเพราะรอบสั้นกว่าปกติ

ตัวอย่างเช่น บริษัทหนึ่งใช้รอบบัญชี 1 มกราคม-31 ธันวาคมมาตลอด และได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนไปใช้รอบ 1 เมษายน-31 มีนาคม โดยมีผลตั้งแต่หลังปิดรอบบัญชีปี 2569 เป็นต้นไป

ผลคือบริษัทต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ถึง 3 ฉบับในช่วงเวลาประมาณ 15 เดือน

แทนที่จะเป็น 1 ฉบับต่อปีตามปกติ ดังตาราง

รอบบัญชีระยะเวลากำหนดยื่น ภ.ง.ด.50
รอบปกติสุดท้ายก่อนเปลี่ยน1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2569 (12 เดือน)ฉบับที่ 1 ภายใน 150 วันหลัง 31 ธ.ค. 2569
รอบสั้นพิเศษช่วงเปลี่ยนผ่าน1 ม.ค.-31 มี.ค. 2570 (3 เดือน)ฉบับที่ 2 ภายใน 150 วันหลัง 31 มี.ค. 2570
รอบใหม่รอบแรกที่ครบ 12 เดือน1 เม.ย. 2570-31 มี.ค. 2571 (12 เดือน)ฉบับที่ 3 ภายใน 150 วันหลัง 31 มี.ค. 2571

คำตอบของคำถาม "เปลี่ยนรอบบัญชีต้องยื่น ภ.ง.ด.50 กี่ฉบับ" จึงขึ้นอยู่กับว่ารอบเปลี่ยนผ่านสั้นแค่ไหน แต่โดยหลักการแล้วจะมี ภ.ง.ด.50 เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 ฉบับจากที่ควรจะเป็นเสมอ

เพราะรอบสั้นพิเศษถือเป็นรอบบัญชีของตัวเอง

ไม่สามารถรวมยอดกับรอบก่อนหน้าหรือรอบถัดไปได้ ต่างจากบริษัทที่เลือกรอบบัญชีตั้งแต่วันจดทะเบียนซึ่งมีรอบแรกสั้นเป็นเรื่องปกติที่ไม่ถือว่าเป็นภาระเพิ่มเติม

เพราะเป็นรอบเดียวที่ต้องเจอ ไม่ใช่รอบที่แทรกเข้ามากลางทาง

ภาระอื่นที่มาพร้อมรอบสั้น: งบการเงิน ผู้สอบบัญชี ประชุมผู้ถือหุ้น และ ภ.ง.ด.51

รอบบัญชีสั้นพิเศษไม่ได้ลดภาระงานปิดงบลงเลย บริษัทยังต้องจัดทำงบการเงินให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและแสดงความเห็นตามปกติ

ต้องจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงินภายใน 4 เดือนนับจากวันสิ้นสุดรอบบัญชี

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และต้องนำงบการเงินที่อนุมัติแล้วไปยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายใน 1 เดือนหลังวันประชุม ไม่ว่ารอบบัญชีนั้นจะยาวเพียงกี่เดือนก็ตาม

ส่วน ภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปี) สำหรับรอบสั้นพิเศษต้องพิจารณาเป็นกรณีไป เนื่องจากตามมาตรา 67 ทวิ หน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 ผูกกับการมาถึงจุดครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี

หากรอบสั้นพิเศษยาวไม่ถึง 6 เดือน โดยหลักจะยังไม่มาถึงจุดครึ่งรอบภายในรอบนั้น

จึงมักไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 สำหรับรอบนั้น แต่ถ้ารอบสั้นพิเศษยาวเกิน 6 เดือน (เช่น 7-11 เดือน) จุดครึ่งรอบยังเกิดขึ้นอยู่ดี บริษัทจึงยังต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ตามปกติ

ทั้งนี้ข้อยกเว้นการยื่น ภ.ง.ด.51 ตามกฎหมายใช้ถ้อยคำว่า

"รอบระยะเวลาบัญชีแรกหรือรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย" ซึ่งรอบสั้นพิเศษจากการเปลี่ยนแปลงกลางทางอาจไม่เข้าเงื่อนไขนี้โดยตรง

จึงควรตรวจสอบกับสำนักงานบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่เพื่อยืนยันภาระผูกพันที่แน่นอนของแต่ละกรณีก่อนสรุปว่าไม่ต้องยื่น

อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือข้อบังคับบริษัท (AOA) บางฉบับระบุวันสิ้นรอบบัญชีไว้ตายตัว

ถ้าเป็นเช่นนั้นต้องแก้ไขข้อบังคับด้วยมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้นควบคู่กับการขออนุมัติจากกรมสรรพากร ส่วนแบบภาษีรายเดือนอย่างภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30)

และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1/3/53) ไม่ได้รับผลกระทบ ยังยื่นตามรอบเดือนปฏิทินปกติเช่นเดิม

เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนยื่นคำร้องขอเปลี่ยนรอบบัญชี

ก่อนตัดสินใจยื่นคำร้องขอเปลี่ยนรอบบัญชี เจ้าของกิจการควรตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้ให้ครบ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเจอปัญหาระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน

  • ตรวจสอบข้อบังคับบริษัท (AOA): ดูว่าระบุวันสิ้นรอบบัญชีไว้ตายตัวหรือไม่ ถ้าระบุต้องเตรียมแก้ไขข้อบังคับควบคู่กันไปด้วย
  • เตรียมเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจน: เช่น สอดคล้องกับรอบบัญชีบริษัทแม่ในต่างประเทศ หรือตรงกับฤดูกาลรายได้ เพื่อประกอบคำร้อง
  • เตรียมยื่นขออนุญาตต่อสารวัตรบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ด้วย: ใช้แบบ ส.บช.4 ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ควบคู่กับคำร้องต่อกรมสรรพากร เพราะเป็นคนละหน่วยงานและคนละกฎหมาย ขาดฝั่งใดฝั่งหนึ่งถือว่าเปลี่ยนรอบบัญชีไม่สมบูรณ์
  • ตรวจสอบสถานะการยื่นแบบภาษีให้ครบถ้วน: ยื่นแบบและชำระภาษีของรอบก่อนหน้าให้เรียบร้อยก่อนยื่นคำร้อง
  • วางแผนปิดงบรอบสั้นพิเศษล่วงหน้า: ไม่ควรรอจนใกล้กำหนด 150 วัน เพราะรอบสั้นมักมีเวลาเตรียมตัวน้อยกว่ารอบปกติ
  • แจ้งผู้สอบบัญชีและสำนักงานบัญชีล่วงหน้า: เพื่อวางคิวงานตรวจสอบและปิดงบรอบพิเศษให้ทันกำหนด
  • ประเมินภาระ ภ.ง.ด.51 ของรอบสั้น: ตรวจสอบว่ารอบสั้นนั้นยาวเกิน 6 เดือนหรือไม่ และยืนยันกับสรรพากรพื้นที่ เพื่อวางแผนกระแสเงินสดสำหรับภาษีล่วงหน้าให้ถูกต้อง

การเปลี่ยนรอบบัญชีกลางทางไม่ใช่เรื่องต้องห้าม แต่ต้องวางแผนล่วงหน้าและเข้าใจภาระเอกสารที่ตามมาให้ครบ ทั้งฝั่งกรมสรรพากรและฝั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

หากยังไม่แน่ใจว่ารอบสั้นพิเศษของกิจการจะต้องยื่นแบบใดบ้าง ทีมงาน A Plus Me

ยินดีช่วยตรวจสอบและวางแผนปฏิทินภาษีให้ตั้งแต่ขั้นตอนยื่นคำร้องจนถึงปิดงบรอบสั้น

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง เปลี่ยนรอบบัญชีกลางทาง ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 กี่ฉบับ ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์

เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เปลี่ยนรอบบัญชีกลางทาง ต้องขออนุมัติจากใคร และมีผลทันทีหรือไม่

ต้องขออนุมัติจากสองหน่วยงานคู่ขนานกัน คือยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงรอบระยะเวลาบัญชีต่ออธิบดีกรมสรรพากร ผ่านสรรพากรพื้นที่ที่บริษัทมีสำนักงานใหญ่ พร้อมชี้แจงเหตุผลทางธุรกิจ

และยื่นคำขออนุญาตด้วยแบบ ส.บช.4 ต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชี

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 การเปลี่ยนแปลงจะยังไม่มีผลจนกว่าจะได้รับอนุมัติจากทั้งสองหน่วยงาน และจะมีผลกับรอบบัญชีถัดไปเท่านั้น

ไม่สามารถย้อนกลับไปเปลี่ยนรอบที่ปิดและยื่นแบบภาษีไปแล้ว

จึงควรวางแผนและยื่นคำร้องล่วงหน้าให้เพียงพอ

เปลี่ยนรอบบัญชีกลางทาง ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 กี่ฉบับ

อย่างน้อย 1 ฉบับเพิ่มจากปกติเสมอ เพราะเมื่อได้รับอนุมัติ รอบบัญชีที่ใช้วันสิ้นรอบใหม่รอบแรกจะสั้นกว่า 12 เดือน (นับจากวันถัดจากวันสิ้นสุดรอบเดิมถึงวันสิ้นรอบใหม่)

ซึ่งถือเป็นรอบบัญชีอิสระที่ต้องปิดงบและยื่น ภ.ง.ด.50 แยกต่างหากภายใน 150

วันตามมาตรา 69 ก่อนจะเข้าสู่รอบบัญชีใหม่ที่ยาวเต็ม 12 เดือนตามปกติ

รอบบัญชีสั้นที่เกิดจากการเปลี่ยนรอบ ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ด้วยหรือไม่

ขึ้นอยู่กับความยาวของรอบสั้นนั้นและควรตรวจสอบเป็นรายกรณี เนื่องจากหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 ตามมาตรา 67 ทวิ ผูกกับการมาถึงจุดครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี หากรอบสั้นพิเศษยาวไม่ถึง 6 เดือน

โดยหลักจะยังไม่มาถึงจุดครึ่งรอบ แต่ถ้ารอบสั้นยาวเกิน 6 เดือน

จุดครึ่งรอบยังเกิดขึ้นภายในรอบนั้น จึงยังต้องยื่นตามปกติ ข้อยกเว้นตามกฎหมายเขียนถึง "รอบระยะเวลาบัญชีแรกหรือรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย"

ซึ่งรอบเปลี่ยนผ่านกลางทางอาจไม่เข้าเงื่อนไขนี้โดยตรง

จึงควรตรวจสอบกับสำนักงานบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่เพื่อยืนยันเป็นกรณีไปก่อนสรุป

ทำไมการเปลี่ยนรอบบัญชีกลางทางถึงต่างจากการเลือกรอบบัญชีตอนจดทะเบียนบริษัทใหม่

บริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนสามารถเลือกวันสิ้นรอบบัญชีแรกได้เองโดยไม่ต้องขออนุมัติ และรอบแรกที่สั้นกว่า 12 เดือนถือเป็นเรื่องปกติตามมาตรา 65 ไม่ใช่ภาระเพิ่มเติม

เพราะเป็นรอบเดียวที่ต้องเจอ

แต่บริษัทที่ดำเนินกิจการมาแล้วต้องขออนุมัติจากทั้งอธิบดีกรมสรรพากรและสารวัตรบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนจึงจะเปลี่ยนได้

และรอบสั้นพิเศษที่เกิดขึ้นถือเป็นรอบที่แทรกเข้ามาเพิ่มเติมจากที่วางแผนไว้แต่แรก ทำให้ต้องยื่น ภ.ง.ด.50

เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ฉบับ

เมื่อเริ่มมีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับหลายประเภทภาษีพร้อมกัน การวางแผนภาษีอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น