บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับเจ้าของหรือผู้บริหารการเงินของ SME ในไทยที่เป็นบริษัทลูกของกลุ่มบริษัทต่างชาติ
และกำลังพิจารณาเปลี่ยนวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของบริษัทในไทยให้ตรงกับรอบบัญชีของบริษัทแม่ในต่างประเทศ
เพื่อให้การรวมงบการเงินระดับกลุ่มและการรายงานต่อบริษัทแม่ทำได้ง่ายและตรงเวลามากขึ้น คุณจะได้เข้าใจว่าทำไมการเปลี่ยนรอบบัญชีต้องขออนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อนเสมอ
ขั้นตอนขออนุมัติที่ต้องทำคู่ขนานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
และภาระสำคัญที่จะตามมาในปีที่เปลี่ยนผ่าน คือการปิดงบและยื่น ภ.ง.ด.50 สำหรับ "รอบบัญชีสั้น" (stub period) ที่เกิดขึ้นระหว่างรอบเดิมกับรอบใหม่
พร้อมประเด็นเฉพาะที่บริษัทลูกต่างชาติต้องระวังเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ข้อมูลในบทความเป็นความรู้ทั่วไป แต่ละกิจการควรตรวจสอบรายละเอียดกับสรรพากรพื้นที่หรือที่ปรึกษาภาษีก่อนดำเนินการจริง
เนื่องจากอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยตามข้อเท็จจริงของแต่ละบริษัท
สารบัญบทความ
- ทำไม SME บริษัทลูกของกลุ่มต่างชาติต้องเปลี่ยนรอบบัญชีให้ตรงบริษัทแม่
- ขั้นตอนขออนุมัติ: อธิบดีกรมสรรพากร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องอนุมัติคู่กัน
- รอบบัญชีสั้น (Stub Period): ปิดงบและยื่น ภ.ง.ด.50 อย่างไรในปีที่เปลี่ยน
- ธุรกรรมกับบริษัทแม่ในรอบเปลี่ยนผ่าน: WHT, VAT และ Disclosure Form
- เช็กลิสต์เตรียมตัวสำหรับบริษัทลูกต่างชาติก่อนยื่นคำร้อง
- ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
ทำไม SME บริษัทลูกของกลุ่มต่างชาติต้องเปลี่ยนรอบบัญชีให้ตรงบริษัทแม่
บริษัทไทยที่เพิ่งจดทะเบียนส่วนใหญ่เลือกใช้รอบบัญชี 1 มกราคม–31 ธันวาคม เพราะเป็นค่านิยมที่นักบัญชีไทยคุ้นเคย แต่เมื่อกิจการกลายเป็นบริษัทลูกของกลุ่มทุนต่างชาติ
ไม่ว่าจะโดยการก่อตั้งร่วมทุนตั้งแต่ต้นหรือถูกซื้อกิจการภายหลัง
รอบบัญชีของบริษัทแม่ในต่างประเทศอาจไม่ใช่ปีปฏิทินเดียวกัน เช่น กลุ่มทุนญี่ปุ่นจำนวนมากใช้รอบ 1 เมษายน–31 มีนาคม ขณะที่บางกลุ่มยุโรปหรืออเมริกาใช้รอบ 1 กรกฎาคม–30 มิถุนายน
หรือรอบอื่นตามนโยบายกลุ่ม
เมื่อรอบบัญชีของบริษัทลูกในไทยไม่ตรงกับบริษัทแม่ ฝ่ายการเงินกลุ่มมักประสบปัญหาเวลารวมงบการเงิน (Group Consolidation)
ต้องทำงบชั่วคราวนอกรอบบัญชีตามกฎหมายไทยเพื่อป้อนเข้าระบบรายงานกลุ่ม เพิ่มภาระงานซ้ำซ้อนทุกไตรมาส
และอาจทำให้ผู้สอบบัญชีเครือข่ายเดียวกันกับกลุ่มวางแผนคิวตรวจสอบได้ยาก การขอเปลี่ยนรอบบัญชีให้ตรงกับบริษัทแม่จึงเป็นเหตุผลทางธุรกิจที่กรมสรรพากรยอมรับได้ในทางปฏิบัติ
แต่ต้องเข้าใจให้ชัดว่า "อยากให้ตรงกับบริษัทแม่"
ไม่ใช่สิทธิ์ที่ทำได้เองทันที ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร การเปลี่ยนแปลงรอบระยะเวลาบัญชีของนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการมาแล้วต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อนเสมอ
จะประกาศเปลี่ยนเองหรือแจ้งบริษัทแม่ว่าเปลี่ยนแล้วโดยยังไม่ได้รับอนุมัติไม่ได้
ขั้นตอนขออนุมัติ: อธิบดีกรมสรรพากร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องอนุมัติคู่กัน
สำหรับบริษัทลูกต่างชาติ กระบวนการขออนุมัติเปลี่ยนรอบบัญชีไม่ต่างจากบริษัทไทยทั่วไป แต่มีรายละเอียดที่ต้องระวังเพิ่มเติมเพราะเกี่ยวข้องกับเอกสารจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ
โดยหลักต้องดำเนินการสองฝั่งคู่ขนานกัน คือ
- ฝั่งกรมสรรพากร: ยื่นหนังสือขอเปลี่ยนแปลงรอบระยะเวลาบัญชีต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่บริษัทมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ พร้อมชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจน เช่น "เพื่อให้รอบบัญชีของบริษัทตรงกับรอบบัญชีของบริษัทแม่ในต่างประเทศ สำหรับการจัดทำงบการเงินรวมระดับกลุ่ม" แนบสำเนาหนังสือรับรองบริษัท และรายละเอียดรอบบัญชีเดิม-รอบบัญชีใหม่ที่ขอเปลี่ยน
- ฝั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD): ยื่นคำขออนุญาตเปลี่ยนรอบปีบัญชีด้วยแบบ ส.บช.4 ผ่านระบบ e-Permit ต่อสารวัตรใหญ่บัญชี (สำนักกำกับดูแลธุรกิจ) หรือสารวัตรบัญชีประจำสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดตามที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ก่อนวันสิ้นสุดรอบปีบัญชีใหม่ที่ขอเปลี่ยน ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 เอกสารประกอบที่ต้องเตรียมรวมถึงสำเนาหนังสือรับรองบริษัท รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่อนุมัติให้เปลี่ยนรอบบัญชี และสำเนาหนังสืออนุมัติจากกรมสรรพากร (แนบทันทีที่ได้รับ หากฝั่งสรรพากรยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ อาจยื่นคำขอต่อ DBD ก่อนแล้วส่งเอกสารเพิ่มเติมภายหลังได้) หากยังไม่ได้รับอนุญาตจากฝั่งนี้ รอบปีบัญชีที่ใช้จัดทำบัญชีและนำส่งงบการเงินตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชีอาจยังถือว่าไม่เปลี่ยนแปลง จึงควรดำเนินการให้ครบทั้งสองหน่วยงานก่อนเริ่มใช้รอบบัญชีใหม่จริง
- ตรวจข้อบังคับบริษัท (AOA): ถ้าข้อบังคับระบุวันสิ้นรอบบัญชีไว้ตายตัว ต้องแก้ไขข้อบังคับด้วยมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้นควบคู่กันไป ซึ่งสำหรับบริษัทลูกต่างชาติมักหมายถึงต้องขอมติหรือหนังสือมอบอำนาจจากบริษัทแม่ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ล่วงหน้าให้ทันเวลา
- เอกสารจากบริษัทแม่: หากใช้หนังสือแจ้งนโยบายกลุ่มหรือคำสั่งจากสำนักงานใหญ่ต่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลประกอบคำร้อง ควรแปลเป็นภาษาไทยและรับรองความถูกต้องให้เรียบร้อยก่อนยื่น เพราะเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่แต่ละแห่งอาจขอเอกสารในรายละเอียดต่างกัน ควรตรวจสอบล่วงหน้ากับสรรพากรพื้นที่ที่รับผิดชอบ
ประเด็นสำคัญที่บริษัทลูกต่างชาติมักไม่ทันตั้งตัวคือ กรมสรรพากรไม่มีกำหนดระยะเวลาพิจารณาที่ตายตัว การเปลี่ยนแปลงจะยังไม่มีผลจนกว่าจะได้รับอนุมัติ และมีผลกับรอบบัญชีถัดไปเท่านั้น
ไม่สามารถย้อนกลับไปเปลี่ยนรอบที่ปิดและยื่นแบบภาษีไปแล้ว
จึงต้องยื่นคำร้องล่วงหน้าให้เพียงพอ และไม่ควรแจ้งกำหนดการรวมงบให้บริษัทแม่ก่อนได้รับอนุมัติจริง
รอบบัญชีสั้น (Stub Period): ปิดงบและยื่น ภ.ง.ด.50 อย่างไรในปีที่เปลี่ยน
เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว รอบบัญชีแรกที่ใช้วันสิ้นรอบใหม่จะนับตั้งแต่วันถัดจากวันสิ้นสุดรอบบัญชีเดิม ไปจนถึงวันสิ้นรอบใหม่ที่ขอเปลี่ยน ซึ่งจะสั้นกว่า 12 เดือนเสมอ
(กฎหมายไม่อนุญาตให้รอบบัญชีที่ขอเปลี่ยนยาวเกิน 12 เดือน)
และถือเป็นรอบบัญชีอิสระตามกฎหมาย ต้องจัดทำงบการเงินให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ และยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมชำระภาษีภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นสุดรอบนั้น ตามมาตรา 69
แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับรอบบัญชีปกติ
ไม่มีข้อยกเว้นเรื่องกำหนดเวลาเพียงเพราะรอบสั้นกว่าปกติ
ตัวอย่างเช่น บริษัทลูกของกลุ่มยุโรปแห่งหนึ่งใช้รอบบัญชี 1 มกราคม–31 ธันวาคมมาตลอด และได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนไปใช้รอบ 1 กรกฎาคม–30 มิถุนายน ให้ตรงกับบริษัทแม่
โดยมีผลตั้งแต่หลังปิดรอบบัญชีปี 2568 เป็นต้นไป
| รอบบัญชี | ระยะเวลา | กำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 |
|---|---|---|
| รอบปกติสุดท้ายก่อนเปลี่ยน | 1 ม.ค.–31 ธ.ค. 2568 (12 เดือน) | ภายใน 150 วันหลัง 31 ธ.ค. 2568 |
| รอบสั้นพิเศษช่วงเปลี่ยนผ่าน | 1 ม.ค.–30 มิ.ย. 2569 (6 เดือน) | ภายใน 150 วันหลัง 30 มิ.ย. 2569 |
| รอบใหม่รอบแรกที่ครบ 12 เดือน | 1 ก.ค. 2569–30 มิ.ย. 2570 (12 เดือน) | ภายใน 150 วันหลัง 30 มิ.ย. 2570 |
นอกจากยื่น ภ.ง.ด.50 แยกต่างหากแล้ว บริษัทยังต้องจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงินรอบสั้นภายใน 4 เดือนนับจากวันสิ้นสุดรอบบัญชี และนำงบที่อนุมัติแล้วไปยื่นต่อ DBD
ภายใน 1 เดือนหลังวันประชุม ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543
สำหรับ ภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปี) ต้องพิจารณาความยาวของรอบสั้นเป็นกรณีไป ในทางปฏิบัติที่กรมสรรพากรและสำนักงานบัญชีทั่วไปยึดถือตามแนวมาตรา 67 ทวิ วรรคท้าย
รอบบัญชีที่เปลี่ยนแปลงโดยได้รับอนุมัติจากอธิบดีและมีความยาวไม่เกิน 6 เดือน
(เช่นในตัวอย่างข้างต้น) มักไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ส่วนรอบสั้นที่ยาวเกิน 6 เดือน ยังต้องยื่นตามปกติ อย่างไรก็ตาม กรณีรอบบัญชีเปลี่ยนแปลงเป็นกรณีเฉพาะที่มีรายละเอียดปลีกย่อย
จึงควรยืนยันแนวปฏิบัติล่าสุดกับสำนักงานบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนสรุปทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ยื่นขาดหรือยื่นเกินโดยไม่จำเป็น
ธุรกรรมกับบริษัทแม่ในรอบเปลี่ยนผ่าน: WHT, VAT และ Disclosure Form
การเปลี่ยนรอบบัญชีไม่ได้เปลี่ยนกติกาภาษีของธุรกรรมระหว่างบริษัทลูกกับบริษัทแม่ ค่าลิขสิทธิ์ ค่าบริการบริหารจัดการ (management fee)
หรือดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระหว่างกันที่จ่ายไปต่างประเทศยังต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.54
พร้อมนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบ ภ.พ.36 (กรณีบริการที่ใช้ในไทย) ตามอัตราปกติทุกประการ ไม่ว่ารอบบัญชีนั้นจะยาวเต็ม 12 เดือนหรือเป็นรอบสั้นก็ตาม
อีกจุดที่บริษัทลูกต่างชาติต้องระวังเป็นพิเศษคือ รอบบัญชีสั้นถือเป็นรอบบัญชีของตัวเองตามกฎหมาย หากบริษัทมีรายได้ตามงบการเงินในรอบสั้นนั้นถึงเกณฑ์ที่กฎหมาย Transfer Pricing กำหนด
(รายได้ตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไปในรอบบัญชีนั้น)
และมีความสัมพันธ์กับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่นตามที่กฎหมายกำหนด อาจยังมีหน้าที่ต้องยื่นแบบรายงานข้อมูลบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน (Disclosure
Form) พร้อม ภ.ง.ด.50 ของรอบสั้นภายใน 150 วันด้วย
ไม่ควรสันนิษฐานว่ารอบสั้นแปลว่าภาระตามกฎหมายจะลดลงตามสัดส่วนเวลาโดยอัตโนมัติ เพราะเกณฑ์รายได้คำนวณจากรายได้จริงในรอบบัญชีนั้น ไม่ใช่รายได้เทียบเท่ารายปี
ควรตรวจสอบเกณฑ์กับกรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษีให้ชัดก่อนยื่นแบบ
และหากบริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ควรตรวจสอบผลกระทบต่อการนับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่อิงกับรอบระยะเวลาบัญชีควบคู่ไปกับกรมสรรพากรและ BOI
ก่อนยื่นคำร้องเปลี่ยนรอบบัญชีด้วยเช่นกัน
เช็กลิสต์เตรียมตัวสำหรับบริษัทลูกต่างชาติก่อนยื่นคำร้อง
ก่อนเริ่มกระบวนการขออนุมัติเปลี่ยนรอบบัญชี ทีมการเงินในไทยควรประสานกับฝ่ายการเงินกลุ่มและตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้ให้ครบ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่นและไม่กระทบกำหนดรวมงบของกลุ่ม
- ยืนยันวันสิ้นรอบบัญชีเป้าหมายจากบริษัทแม่และกำหนดเส้นตายรวมงบระดับกลุ่มให้ชัดเจนก่อนยื่นคำร้อง
- ตรวจข้อบังคับบริษัท (AOA) ว่าระบุวันสิ้นรอบบัญชีตายตัวหรือไม่ และเตรียมมติผู้ถือหุ้นล่วงหน้าหากต้องแก้ไข
- เตรียมหนังสือชี้แจงเหตุผลทางธุรกิจและเอกสารจากบริษัทแม่ (แปลไทยและรับรองให้เรียบร้อย) ประกอบคำร้องต่อสรรพากรพื้นที่
- ยื่นแบบ ส.บช.4 ผ่านระบบ e-Permit ต่อสารวัตรบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก่อนวันสิ้นสุดรอบบัญชีใหม่ที่ขอเปลี่ยน คู่ขนานกับการขออนุมัติจากกรมสรรพากรเสมอ
- วางแผนงบประมาณค่าสอบบัญชีเพิ่ม เพราะรอบสั้นต้องปิดงบและตรวจสอบแยกอีกหนึ่งรอบ พร้อมแจ้งผู้สอบบัญชีล่วงหน้าเพื่อจองคิว
- ประเมินภาระ ภ.ง.ด.51 และ Disclosure Form ของรอบสั้นล่วงหน้ากับสำนักงานบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ เพื่อวางแผนกระแสเงินสดสำหรับภาษีให้ถูกต้อง
- อย่าแจ้งกำหนดวันรวมงบใหม่ให้บริษัทแม่จนกว่าจะได้รับหนังสืออนุมัติจากทั้งกรมสรรพากรและ DBD อย่างเป็นทางการ
การเปลี่ยนรอบบัญชีให้ตรงกับบริษัทแม่ต่างชาติเป็นเรื่องที่ทำได้และเป็นแนวทางที่กรมสรรพากรยอมรับในทางปฏิบัติ แต่ต้องวางแผนล่วงหน้า เข้าใจภาระเอกสารทั้งสองหน่วยงาน
และเตรียมรับมือกับรอบบัญชีสั้นที่จะเกิดขึ้นในปีที่เปลี่ยนผ่านให้ครบถ้วน
หากยังไม่แน่ใจว่าเอกสารและขั้นตอนของกิจการครบหรือไม่ ทีมงาน A Plus Me ยินดีช่วยตรวจสอบและประสานงานกับสรรพากรพื้นที่ให้ตั้งแต่ต้นจนปิดงบรอบสั้นเรียบร้อย
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง เปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชีให้ตรงบริษัทแม่ต่างชาติ ทำอย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์
เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เหตุผล "ต้องการให้รอบบัญชีตรงกับบริษัทแม่ต่างชาติ" ใช้ขออนุมัติเปลี่ยนรอบบัญชีจากกรมสรรพากรได้จริงหรือไม่
ใช้ได้ในทางปฏิบัติ และเป็นเหตุผลทางธุรกิจที่กรมสรรพากรพบเห็นบ่อยและยอมรับได้ แต่ไม่ใช่สิทธิ์ที่เปลี่ยนได้เองทันที ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร
บริษัทต้องยื่นหนังสือขอเปลี่ยนแปลงรอบระยะเวลาบัญชีต่อสรรพากรพื้นที่ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่
พร้อมชี้แจงเหตุผลและเอกสารประกอบ แล้วรอคำสั่งอนุมัติจากอธิบดีก่อน รอบบัญชีใหม่จึงจะมีผลบังคับใช้กับรอบบัญชีถัดไป (ไม่ย้อนหลัง) นอกจากนี้ยังต้องยื่นคำขออนุญาตด้วยแบบ ส.บช.4
ต่อสารวัตรบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าคู่ขนานกันด้วย
รอบบัญชีสั้น (stub period) ที่เกิดขึ้นในปีที่เปลี่ยนรอบ ต้องยื่นงบการเงินและ ภ.ง.ด.50 แยกต่างหากหรือไม่
ต้องยื่นแยกต่างหากเสมอ เพราะรอบบัญชีสั้นถือเป็นรอบบัญชีอิสระตามกฎหมาย บริษัทต้องจัดทำงบการเงินให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบ จัดประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบภายใน 4
เดือนนับจากวันสิ้นรอบ นำส่งงบต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 1
เดือนหลังวันประชุม และยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมชำระภาษีภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นสุดรอบสั้นนั้น ตามมาตรา 69 เช่นเดียวกับรอบบัญชีปกติทุกประการ ส่วนภาระ ภ.ง.ด.51
ครึ่งปีของรอบสั้นควรยืนยันกับสำนักงานบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่เป็นรายกรณี
เปลี่ยนรอบบัญชีแล้ว ธุรกรรมกับบริษัทแม่ต่างประเทศ เช่น ค่าลิขสิทธิ์หรือค่าบริการบริหาร ต้องปรับหลักเกณฑ์ภาษีหรือไม่
ไม่ต้องปรับ กติกาภาษีของธุรกรรมกับบริษัทแม่ในต่างประเทศไม่เปลี่ยนตามรอบบัญชี ค่าลิขสิทธิ์ ค่าบริการบริหารจัดการ หรือดอกเบี้ยที่จ่ายไปต่างประเทศยังต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายนำส่งด้วย
ภ.ง.ด.54 และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ภ.พ.36 ตามอัตราปกติ
สิ่งที่ต้องระวังเพิ่มคือรอบบัญชีสั้นถือเป็นรอบบัญชีของตัวเอง หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ 200 ล้านบาทขึ้นไปตามที่กฎหมาย Transfer Pricing กำหนดและมีความสัมพันธ์กับบริษัทในเครือ
อาจยังต้องยื่นแบบรายงานข้อมูลบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน (Disclosure
Form) พร้อม ภ.ง.ด.50 ของรอบสั้นด้วย โดยเกณฑ์รายได้นับจากรายได้จริงในรอบสั้นนั้น ไม่ปรับลดตามสัดส่วนเวลา
บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะเปลี่ยนรอบบัญชีให้ตรงบริษัทแม่ได้หรือไม่
โดยหลักการยังยื่นขอเปลี่ยนรอบบัญชีได้ตามขั้นตอนปกติกับกรมสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีของ BOI เช่น
ระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลมักอ้างอิงกับรอบระยะเวลาบัญชี
บริษัทควรตรวจสอบผลกระทบต่อการนับสิทธิประโยชน์กับ BOI ควบคู่ไปด้วยก่อนยื่นคำร้องเปลี่ยนรอบบัญชี เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิ์ที่ได้รับอยู่โดยไม่ตั้งใจ
นอกจากการจดทะเบียนบริษัทให้ถูกต้องตามกฎหมาย ควรวางระบบบัญชีและภาษีให้พร้อมตั้งแต่วันแรกด้วย จึงควรพิจารณาบริการจดบริษัทพร้อมวางฐานบัญชีของ A Plus Me
ที่ดูแลต่อเนื่องไปถึงงานหลังจดทะเบียน