มติบอร์ดหรือมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่จัดขึ้นโดยไม่เรียกประชุมถูกต้อง ไม่แจ้งล่วงหน้าตามกำหนด หรือองค์ประชุมไม่ครบ มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกฟ้องให้เป็นโมฆะหรือเพิกถอนภายหลัง
ทำให้การตัดสินใจสำคัญ เช่น เพิ่มทุน แต่งตั้งกรรมการ
หรืออนุมัติงบการเงิน ต้องย้อนกลับมาทำใหม่ บทความนี้สรุปขั้นตอนที่ถูกต้องและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในบริษัท SME ไทย
สารบัญบทความ
- ทำไมความถูกต้องของมติจึงสำคัญกว่าที่คิด
- เงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นสมบูรณ์
- เงื่อนไขของมติที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด)
- ตารางสรุปข้อบกพร่องที่พบบ่อยและผลทางกฎหมาย
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในบริษัท SME
- ตัวอย่างสถานการณ์จริง
- วิธีป้องกันไม่ให้มติเป็นโมฆะ
- คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
ทำไมความถูกต้องของมติจึงสำคัญกว่าที่คิด
ผู้ประกอบการ SME จำนวนมากมองว่าการประชุมบอร์ดหรือประชุมผู้ถือหุ้นเป็นเพียงพิธีการที่ต้องทำให้ครบตามกฎหมาย จึงมักจัดแบบไม่เป็นทางการ เช่น คุยกันในไลน์กลุ่มแล้วสรุปว่า
"ตกลงกันแล้ว" โดยไม่ได้บันทึกรายงานการประชุมอย่างถูกต้อง
ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อมีข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้น หรือเมื่อต้องนำมติไปใช้ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธนาคาร หรือหน่วยงานราชการ
หากมติที่ผ่านมานั้นไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และข้อบังคับบริษัทกำหนดไว้
ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการที่ไม่เห็นด้วยสามารถฟ้องร้องให้ศาลเพิกถอนมตินั้นได้ ซึ่งจะทำให้ธุรกรรมที่อ้างอิงมตินั้น เช่น การเพิ่มทุน การขายสินทรัพย์ หรือการแต่งตั้งกรรมการใหม่
ตกอยู่ในความไม่แน่นอนทางกฎหมาย
เงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นสมบูรณ์
การประชุมผู้ถือหุ้นที่จะถือว่าถูกต้องตามกฎหมายโดยทั่วไปต้องผ่านขั้นตอนสำคัญดังนี้ การเรียกประชุมต้องทำโดยกรรมการหรือผู้มีอำนาจตามข้อบังคับบริษัท
พร้อมส่งหนังสือนัดประชุมแจ้งวาระและระยะเวลาล่วงหน้าตามที่กฎหมายและข้อบังคับกำหนด
(ระยะเวลาแจ้งล่วงหน้าที่แน่นอนควรตรวจสอบกับข้อบังคับบริษัทและที่ปรึกษากฎหมายเนื่องจากอาจต่างกันตามประเภทวาระ) ต้องมีผู้ถือหุ้นมาประชุมครบองค์ประชุมตามที่ข้อบังคับกำหนด
และการลงมติต้องได้คะแนนเสียงตามสัดส่วนที่กฎหมายหรือข้อบังคับกำหนดสำหรับวาระนั้น เช่น วาระทั่วไปอาจใช้เสียงข้างมาก ขณะที่วาระสำคัญ เช่น การแก้ไขข้อบังคับหรือเพิ่มทุน
มักต้องใช้เสียงพิเศษที่สูงกว่า
ทั้งหมดนี้ต้องมีการจดบันทึกรายงานการประชุมและให้ผู้มีอำนาจลงนามรับรองไว้เป็นหลักฐาน
เงื่อนไขของมติที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด)
มติบอร์ดก็มีข้อกำหนดคล้ายกันในระดับที่เข้มงวดน้อยกว่า แต่ยังต้องปฏิบัติตามข้อบังคับบริษัทเรื่ององค์ประชุมกรรมการ (เช่น
ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด)
และเรื่องการลงมติที่อาจกำหนดให้กรรมการบางคนต้องงดออกเสียงหากมีส่วนได้เสียในเรื่องนั้น
การที่กรรมการคนใดคนหนึ่งอนุมัติเรื่องสำคัญเพียงลำพังโดยไม่ผ่านที่ประชุมบอร์ดตามที่ข้อบังคับกำหนด
อาจถูกโต้แย้งภายหลังว่ากรรมการคนนั้นไม่มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทในเรื่องนั้น โดยเฉพาะธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงหรือเป็นการทำนิติกรรมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการเอง
ตารางสรุปข้อบกพร่องที่พบบ่อยและผลทางกฎหมาย
| ข้อบกพร่อง | ตัวอย่างสถานการณ์ | ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น |
|---|---|---|
| ไม่แจ้งนัดประชุมล่วงหน้าตามกำหนด | ส่งไลน์แจ้งประชุมก่อนวันประชุมเพียง 1 วัน | ผู้ถือหุ้นที่ไม่มาประชุมฟ้องเพิกถอนมติได้ |
| องค์ประชุมไม่ครบ | ผู้ถือหุ้นมาประชุมไม่ถึงสัดส่วนที่ข้อบังคับกำหนด | มติที่ผ่านถือว่าไม่สมบูรณ์ |
| ไม่บันทึกรายงานการประชุม | ตกลงปากเปล่าโดยไม่มีเอกสาร | ไม่มีหลักฐานยืนยันมติเมื่อเกิดข้อพิพาท |
| กรรมการมีส่วนได้เสียร่วมลงมติ | กรรมการอนุมัติสัญญาที่ตนเองมีผลประโยชน์ | มติในส่วนนั้นอาจถูกโต้แย้งว่าไม่ชอบ |
| ใช้เสียงข้างมากธรรมดาในวาระที่ต้องใช้เสียงพิเศษ | เพิ่มทุนโดยใช้มติเสียงข้างมากทั่วไป | มติอาจเป็นโมฆะเพราะคะแนนเสียงไม่ครบตามกฎหมาย |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในบริษัท SME
- ไม่เคยเปิดข้อบังคับบริษัทของตัวเองอ่านเลย ทั้งที่ข้อบังคับกำหนดเงื่อนไขการนัดประชุมและองค์ประชุมไว้ชัดเจน
- จัดประชุมแบบไม่เป็นทางการ แล้วให้เลขานุการหรือนักบัญชีร่างรายงานการประชุมย้อนหลังโดยไม่ได้ประชุมจริง
- ให้ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการที่ไม่ได้มาประชุมลงชื่อในรายงานการประชุมทีหลัง ซึ่งอาจเข้าข่ายเอกสารเท็จ
- ไม่แยกแยะว่าเรื่องใดต้องผ่านมติบอร์ด เรื่องใดต้องผ่านมติผู้ถือหุ้น ทำให้ยื่นจดทะเบียนแก้ไขข้อมูลบริษัทไม่ผ่าน
- ไม่เก็บสำเนาหนังสือนัดประชุมและหลักฐานการส่งไว้เป็นหลักฐาน เมื่อถูกโต้แย้งจึงพิสูจน์ไม่ได้ว่าได้แจ้งล่วงหน้าจริง
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
บริษัท SME แห่งหนึ่งต้องการเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อรับนักลงทุนใหม่ กรรมการผู้จัดการจึงโทรศัพท์แจ้งผู้ถือหุ้นทุกคนและสรุปว่าทุกคนเห็นด้วย
แล้วให้ฝ่ายบัญชีจัดทำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นย้อนหลังเพื่อนำไปยื่นจดทะเบียนเพิ่มทุนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ต่อมาผู้ถือหุ้นรายหนึ่งที่ไม่พอใจสัดส่วนหุ้นใหม่อ้างว่าตนไม่เคยได้รับหนังสือนัดประชุมอย่างเป็นทางการและไม่เคยเข้าร่วมประชุมจริง
จึงยื่นฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนมติเพิ่มทุนดังกล่าว กรณีเช่นนี้หากศาลเห็นว่าไม่มีการประชุมเกิดขึ้นจริงตามขั้นตอน มติเพิ่มทุนอาจถูกเพิกถอน
ทำให้การจดทะเบียนเพิ่มทุนที่ยื่นไปแล้วมีปัญหาย้อนหลัง
และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนใหม่ที่เข้ามาร่วมทุน
วิธีป้องกันไม่ให้มติเป็นโมฆะ
บริษัทควรกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบด้านเลขานุการบริษัทหรือที่ปรึกษากฎหมายคอยตรวจสอบทุกครั้งก่อนจัดประชุมว่าวาระนั้นต้องใช้องค์ประชุมและคะแนนเสียงเท่าใดตามข้อบังคับ
จัดส่งหนังสือนัดประชุมเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมเก็บหลักฐานการส่ง (เช่น
อีเมลหรือไปรษณีย์ลงทะเบียน) จัดทำรายงานการประชุมทันทีหลังประชุมเสร็จและให้ผู้เข้าประชุมลงนามรับรองความถูกต้อง หากเป็นวาระสำคัญ เช่น เพิ่มทุน ลดทุน แก้ไขข้อบังคับ หรือควบรวมกิจการ
ควรให้ที่ปรึกษากฎหมายตรวจสอบร่างมติและขั้นตอนก่อนจัดประชุมจริงทุกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะถูกโต้แย้งภายหลัง
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
เจ้าของธุรกิจควรทบทวนข้อบังคับบริษัทของตนเองอย่างน้อยปีละครั้งร่วมกับที่ปรึกษากฎหมายหรือสำนักงานบัญชี
เพื่อให้แน่ใจว่าขั้นตอนการประชุมบอร์ดและผู้ถือหุ้นที่ปฏิบัติอยู่สอดคล้องกับข้อบังคับและกฎหมายปัจจุบัน
โดยเฉพาะก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญที่ต้องนำไปยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือใช้ประกอบสัญญากับบุคคลภายนอก
การลงทุนเวลาทำขั้นตอนให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยป้องกันความเสียหายทางกฎหมายและธุรกิจที่อาจตามมาในอนาคต
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะเป็นโมฆะได้ในกรณีใดบ้าง
มักเกิดจากการไม่เรียกประชุมตามขั้นตอนที่ข้อบังคับกำหนด ไม่แจ้งล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กำหนด องค์ประชุมไม่ครบ หรือใช้คะแนนเสียงไม่ถูกต้องตามวาระ
ควรตรวจสอบข้อบังคับบริษัทและปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนจัดประชุมทุกครั้ง
รายงานการประชุมที่จัดทำย้อนหลังโดยไม่มีการประชุมจริง มีความเสี่ยงอย่างไร
หากไม่มีการประชุมเกิดขึ้นจริงแต่จัดทำเอกสารว่ามีการประชุม อาจเข้าข่ายเอกสารเท็จและมติที่อ้างอิงจากรายงานนั้นอาจถูกฟ้องเพิกถอนได้ ควรจัดประชุมจริงและบันทึกทันทีหลังประชุมเสร็จ
กรรมการที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่ประชุมควรทำอย่างไร
โดยหลักการ กรรมการที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่กำลังพิจารณาควรแจ้งให้ที่ประชุมทราบและงดออกเสียงในวาระนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้มติถูกโต้แย้งภายหลังว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
องค์ประชุมผู้ถือหุ้นที่ไม่ครบ ส่งผลอย่างไรต่อมติที่ผ่าน
หากองค์ประชุมไม่ครบตามที่ข้อบังคับหรือกฎหมายกำหนด มติที่ลงคะแนนในการประชุมครั้งนั้นถือว่าไม่สมบูรณ์ และอาจต้องจัดประชุมใหม่เพื่อให้ได้มติที่ถูกต้องตามกฎหมาย
วาระเพิ่มทุนหรือแก้ไขข้อบังคับต้องใช้คะแนนเสียงเท่าใด
โดยทั่วไปวาระสำคัญเหล่านี้มักต้องใช้คะแนนเสียงพิเศษที่สูงกว่าวาระทั่วไปตามที่กฎหมายและข้อบังคับกำหนด ควรตรวจสอบสัดส่วนที่แน่นอนกับที่ปรึกษากฎหมายก่อนจัดประชุม
ผู้ถือหุ้นข้างน้อยสามารถฟ้องเพิกถอนมติที่ตนไม่เห็นด้วยได้หรือไม่
หากมติดังกล่าวไม่ได้ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือข้อบังคับ ผู้ถือหุ้นที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนมตินั้นได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันปัญหามติเป็นโมฆะในระยะยาว
ควรมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบตรวจสอบขั้นตอนก่อนจัดประชุมทุกครั้ง จัดส่งหนังสือนัดประชุมและเก็บหลักฐานอย่างเป็นระบบ และปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายก่อนลงมติในเรื่องสำคัญ
สำหรับกิจการที่ต้องปิดงบย้อนหลังหรือขอคืนภาษี สามารถดูรายละเอียดบริการเสริมของ A Plus Me เพื่อประเมินขอบเขตงานเบื้องต้น