คลินิกความงามมีรายได้หลายแบบ ทั้งค่าบริการรายครั้ง แพ็กเกจคอร์ส เวชภัณฑ์ สินค้าดูแลผิว และมัดจำ หากบัญชีรวมทุกอย่างเป็นยอดขายก้อนเดียว จะไม่รู้ว่าบริการใดทำกำไรจริงและรายการใดต้องรอส่งมอบในอนาคต

คำตอบสั้น ๆ

บัญชีคลินิกความงาม ควรเริ่มจากการแยกประเภทรายการ เอกสารต้นทาง และรายงานที่ใช้กระทบยอดให้ชัดเจนก่อนปิดเดือน คลินิกความงามมีรายได้หลายแบบ ทั้งค่าบริการรายครั้ง แพ็กเกจคอร์ส เวชภัณฑ์ สินค้าดูแลผิว และมัดจำ หากบัญชีรวมทุกอย่างเป็นยอดขายก้อนเดียว จะไม่รู้ว่าบริการใดทำกำไรจริงและรายการใดต้องรอส่งมอบในอนาคต

บทความนี้เหมาะกับใคร

  • เจ้าของคลินิก สปา ฟิตเนส หรือธุรกิจ wellness
  • ผู้จัดการสาขาและทีมหน้าร้านที่ต้องปิดยอดขาย
  • ทีมบัญชีที่ต้องแยกรายได้ แพ็กเกจ และต้นทุนบริการ

อ่านบทความนี้แล้วควรได้คำตอบเรื่องอะไร

  • สรุปประเด็นที่ควรรู้
  • แยกรายได้ตามประเภทบริการและสินค้า
  • ติดตามแพ็กเกจที่ขายแล้วแต่ยังใช้ไม่ครบ
  • ดู margin ตามบริการและแพทย์ผู้ให้บริการ
  • อ่านต่อ

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง

  • รวมเงินรับล่วงหน้ากับรายได้ที่ให้บริการแล้ว
  • ไม่กระทบยอด POS กับเงินสด QR บัตรเครดิต และ bank statement
  • ไม่แยกสต๊อกยา เวชภัณฑ์ หรือ package balance ตามสาขา

ลำดับลงมือทำที่แนะนำ

  1. แยกประเภทบริการและช่องทางรับเงิน
  2. ทำรายงานแพ็กเกจคงเหลือหรือ session คงเหลือ
  3. กระทบยอดรายได้กับธนาคารและเอกสารภาษีก่อนปิดเดือน

สรุปประเด็นที่ควรรู้

  • ประเภทบริการ
  • ใบเสร็จรับเงิน
  • รายได้รายบริการ

แยกรายได้ตามประเภทบริการและสินค้า

ระบบหน้าร้านควรแยกค่าหัตถการ ค่าปรึกษา แพ็กเกจคอร์ส สินค้าขายหน้าร้าน และเงินมัดจำ เพื่อให้บัญชีตรวจรายได้กับภาษีได้ถูก

ข้อมูลตั้งต้นที่ควรกำหนดให้ตรงกันคือ ประเภทบริการ, แพ็กเกจคอร์ส, มัดจำ, สินค้าเวชสำอาง, รหัสแพทย์ เพื่อให้หน้าร้าน ทีมแพทย์ ทีมบริการ และบัญชีใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน

  • ประเภทบริการ
  • แพ็กเกจคอร์ส
  • มัดจำ
  • สินค้าเวชสำอาง
  • รหัสแพทย์

ติดตามแพ็กเกจที่ขายแล้วแต่ยังใช้ไม่ครบ

แพ็กเกจความงามมักรับเงินก่อนให้บริการครบ จึงต้องมีรายงาน session คงเหลือ มูลค่าคงเหลือ และบริการที่ส่งมอบแล้ว

เอกสารที่ควรเก็บคู่กันคือ ใบเสร็จรับเงิน, ใบกำกับภาษี, รายงานแพ็กเกจ, consent/service record, รายงานรับเงิน เพื่อให้ตรวจย้อนหลังได้ทั้งรายได้ ค่าบริการ ต้นทุนยา/เวชภัณฑ์ ภาษี และการปิดบัญชีรายเดือน

  • ใบเสร็จรับเงิน
  • ใบกำกับภาษี
  • รายงานแพ็กเกจ
  • consent/service record
  • รายงานรับเงิน

ดู margin ตามบริการและแพทย์ผู้ให้บริการ

ต้นทุนของแต่ละบริการต่างกัน เช่น ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือ และค่าทีมแพทย์ เจ้าของควรดู margin รายบริการไม่ใช่ดูยอดขายรวม

รายงานที่เจ้าของกิจการควรดูทุกเดือนคือ รายได้รายบริการ, แพ็กเกจคงเหลือ, รายได้รับล่วงหน้า, ต้นทุนเวชภัณฑ์, margin รายบริการ เพื่อเห็นกำไรจริงของบริการ แพ็กเกจ สาขา และทีมที่เกี่ยวข้อง

  • รายได้รายบริการ
  • แพ็กเกจคงเหลือ
  • รายได้รับล่วงหน้า
  • ต้นทุนเวชภัณฑ์
  • margin รายบริการ

เช็กลิสต์นำไปใช้ในเดือนนี้

สิ่งที่ควรทำทันที

  • ตั้งรหัสบริการ
  • แยกแพ็กเกจจากบริการรายครั้ง
  • ติดตาม session คงเหลือ
  • ตรวจ VAT รายเดือน
  • ทำรายงาน margin รายบริการ

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ประกอบการ SME การบันทึกบัญชีและภาษีของแต่ละกิจการควรพิจารณาจากเอกสารจริง สัญญา และข้อเท็จจริงของรายการ หากมีรายการเฉพาะควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คลินิกความงามต้องเสีย VAT ทุกบริการไหม

ต้องดูว่าเป็นบริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตหรือเป็นบริการ/สินค้าที่อยู่ในบังคับ VAT ตามข้อเท็จจริง

ขายแพ็กเกจแล้วรับรู้รายได้ทันทีได้ไหม

ควรพิจารณาว่าบริการส่งมอบครบหรือยัง หากยังเหลือ session ควรติดตามรายได้รับล่วงหน้าหรือภาระบริการคงเหลือ

ควรส่งอะไรให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน

ควรส่งรายงานยอดขาย รายงานรับเงิน รายงานแพ็กเกจคงเหลือ รายงานสต๊อกยาและเวชภัณฑ์ ใบกำกับภาษีซื้อขาย ใบหัก ณ ที่จ่าย และ bank statement ของเดือนนั้น

ควรเริ่มปรับระบบจากจุดไหนก่อน

แยกประเภทบริการและช่องทางรับเงิน จากนั้นรวบรวมเอกสารและรายงานที่เกี่ยวข้องให้ครบก่อนกระทบยอดกับธนาคารและรายงานภาษี

สำนักงานบัญชีช่วยตรวจเรื่องนี้ได้อย่างไร

ช่วยตรวจโครงสร้างเอกสาร วิธีบันทึกบัญชี ภาษีที่เกี่ยวข้อง รายงานกระทบยอด และประเด็นผิดปกติก่อนปิดบัญชีรายเดือน