ซื้อเครื่องจักร คอมพิวเตอร์ หรือรถยนต์ในนามบริษัทแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะวางแผนค่าเสื่อมราคาอย่างไรให้ลดภาษีได้ถูกต้องและเต็มที่ที่สุด บทความนี้อธิบายหลักคิด อัตราตามกฎหมาย

และเทคนิคที่ SME ใช้งานได้จริง

สารบัญบทความ
  1. ทำไมค่าเสื่อมราคาถึงสำคัญต่อการวางแผนภาษีนิติบุคคล
  2. ทรัพย์สินประเภทไหนบ้างที่หักค่าเสื่อมราคาได้
  3. อัตราค่าเสื่อมราคาตามกฎหมายภาษีไทย
  4. วางแผนค่าเสื่อมราคาอย่างถูกต้อง ทำได้อย่างไร
  5. มาตรการค่าเสื่อมราคาเร่ง (Accelerated Depreciation) ที่ SME ควรรู้
  6. ข้อผิดพลาดที่ทำให้หักค่าเสื่อมไม่ได้หรือถูกปรับ
  7. ความแตกต่างระหว่างค่าเสื่อมทางบัญชีกับทางภาษี
  8. เช็กลิสต์วางแผนค่าเสื่อมราคาสำหรับเจ้าของกิจการ
  9. ให้ A Plus Me ช่วยวางระบบทรัพย์สินและค่าเสื่อมให้ถูกต้อง
  10. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ทำไมค่าเสื่อมราคาถึงสำคัญต่อการวางแผนภาษีนิติบุคคล

เวลาบริษัทซื้อทรัพย์สินที่ใช้งานได้นานกว่าหนึ่งปี เช่น เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ รถยนต์ หรืออาคาร กฎหมายไม่อนุญาตให้หักเป็นรายจ่ายทางภาษีเต็มก้อนในปีที่ซื้อ

แต่ให้ทยอยหักผ่านค่าเสื่อมราคาตามอัตราที่กำหนด

นั่นหมายความว่า ถ้าวางแผนถูกต้อง — เลือกซื้อทรัพย์สินถูกประเภท ตั้งต้นทุนถูก บันทึกถูกเวลา — บริษัทจะมีรายจ่ายค่าเสื่อมที่หักได้ทุกปีอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วย

ลดกำไรสุทธิและภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ได้อย่างถูกกฎหมาย

สำหรับ SME ที่เสียภาษีในอัตรา 15% (กำไรสุทธิ 300,001–3,000,000 บาท) หรือ 20% (กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท) ค่าเสื่อมราคาทุกบาทที่หักได้ถูกต้องจึงมีมูลค่าจริง

และหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง วางแผนภาษี ให้ครบถ้วน

แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ทรัพย์สินประเภทไหนบ้างที่หักค่าเสื่อมราคาได้

ก่อนวางแผน ต้องรู้ก่อนว่าอะไรถือเป็น "สินทรัพย์ถาวร" ที่ต้องคิดค่าเสื่อม และอะไรควรลงเป็นค่าใช้จ่ายในปีเดียว

  • อาคารและส่วนปรับปรุงอาคาร — คิดค่าเสื่อมตามอัตราที่กำหนด ที่ดินไม่คิดค่าเสื่อม
  • เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต — มักคิดค่าเสื่อมในอัตราสูงกว่าและมีสิทธิได้รับมาตรการเร่งค่าเสื่อมพิเศษ
  • เครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ — กฎหมายกำหนดอายุใช้งานเฉพาะ ระวังสับสนระหว่างฮาร์ดแวร์กับค่าบริการ SaaS รายเดือน
  • รถยนต์ — มีข้อจำกัดพิเศษเรื่องเพดานราคาทุน โปรดดูรายละเอียดในส่วนถัดไป
  • เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน — ของเล็กน้อยราคาต่ำอาจลงเป็นค่าใช้จ่ายทันทีได้ตามนโยบายบัญชีของกิจการ
  • สินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น โปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ซื้อใช้ระยะยาว — บันทึกเป็นสินทรัพย์และตัดจำหน่ายตามอายุประมาณการ

สิ่งที่ ไม่ ถือเป็นสินทรัพย์ถาวร เช่น ค่าเช่ารายเดือน ค่าซ่อมบำรุงทั่วไป วัสดุสิ้นเปลือง — รายการเหล่านี้ลงเป็นค่าใช้จ่ายได้ทันทีในงวดที่เกิดขึ้น

อัตราค่าเสื่อมราคาตามกฎหมายภาษีไทย

ประมวลรัษฎากรกำหนดอัตราค่าเสื่อมราคาสูงสุดสำหรับทรัพย์สินแต่ละประเภทไว้ในพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145 พ.ศ. 2527 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) บริษัทสามารถเลือกคิดค่าเสื่อมได้ไม่เกิน

อัตราสูงสุดที่กำหนด แต่ต้องใช้สม่ำเสมอในแต่ละปี

ประเภทสินทรัพย์ อัตราค่าเสื่อมสูงสุด (%/ปี) อายุใช้งานขั้นต่ำ (ปี)
อาคารถาวร 5% 20
อาคารชั่วคราว 100% 1
ต้นทุนปรับปรุงอาคารเช่า 20% 5
เครื่องจักรและอุปกรณ์ 20% 5
รถยนต์* 20% 5
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ 33.33% 3
เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน 20% 5
สินทรัพย์อื่น ๆ 10% 10

*รถยนต์มีเพดานราคาทุนที่หักค่าเสื่อมได้ กรุณาดูรายละเอียดในหัวข้อถัดไป

หมายเหตุสำหรับผู้ตรวจสอบ: อัตราข้างต้นอ้างอิงจากพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 145 และแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร ขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีภาษียืนยันอัตราล่าสุดปี 2567-2569 ก่อนนำไปใช้

วางแผนค่าเสื่อมราคาอย่างถูกต้อง ทำได้อย่างไร

1. จัดทำทะเบียนทรัพย์สินให้ครบถ้วน

ทะเบียนทรัพย์สิน (Fixed Asset Register) คือหัวใจสำคัญ ในนั้นต้องมีข้อมูลครบ ได้แก่ ชื่อทรัพย์สิน วันที่ซื้อ ราคาทุน อายุใช้งาน อัตราค่าเสื่อมที่เลือกใช้

และยอดสะสมค่าเสื่อมแต่ละปี หากไม่มีทะเบียนนี้

นักบัญชีและผู้สอบบัญชีไม่สามารถตรวจสอบได้ และอาจถูกสรรพากรปฏิเสธการหักค่าเสื่อมทั้งหมดในกรณีถูกตรวจสอบ

2. เลือกอัตราค่าเสื่อมให้เหมาะกับกลยุทธ์ภาษี

กฎหมายกำหนดอัตรา "สูงสุด" ไม่ใช่อัตราบังคับ บริษัทจึงเลือกคิดในอัตราที่ต่ำกว่าได้ แต่ต้องสม่ำเสมอทุกปี

กลยุทธ์ที่นิยม: หากปีนี้กำไรสูงและต้องการลดภาษี ควรตั้งอัตราค่าเสื่อมที่อนุญาตไว้สูงสุดตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ปรับขึ้นภายหลัง เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้เปลี่ยนอัตรากลางคัน

3. กำหนดเวลาซื้อสินทรัพย์ให้เป็นประโยชน์ทางภาษี

ค่าเสื่อมราคาคิดตั้งแต่เดือนที่เริ่มใช้งานสินทรัพย์จริง ไม่ใช่วันที่สั่งซื้อหรือจ่ายเงิน ดังนั้นหากซื้อเครื่องจักรในเดือนธันวาคมและเริ่มใช้งานในเดือนเดียวกัน

บริษัทก็ได้หักค่าเสื่อมสำหรับรอบบัญชีปีนั้น 1 เดือนแล้ว

หากต้องการวางแผนให้รัดกุมมากขึ้น ปรึกษาทีม วางแผนภาษี ของ A Plus Me เพื่อกำหนดช่วงเวลาซื้อสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับรอบบัญชีและเป้าหมายกำไรของบริษัท

4. ระวังข้อจำกัดกรณีรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่นั่งไม่เกิน 10 คน กฎหมายกำหนดว่าสามารถนำมาคิดค่าเสื่อมภาษีได้ไม่เกินราคาทุน 1,000,000 บาทต่อคัน (ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 145) หากซื้อรถราคา

2,500,000 บาท บริษัทคิดค่าเสื่อมได้บนฐาน 1,000,000 บาทเท่านั้น

ส่วนที่เกินหักเป็นรายจ่ายภาษีไม่ได้

นอกจากนี้ ภาษีซื้อ (VAT) ของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลก็เป็นภาษีซื้อต้องห้ามที่ขอคืนไม่ได้ ต้องบวกรวมเป็นราคาทุนสินทรัพย์แทน รายละเอียดเรื่อง VAT สำหรับ SME

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความที่เกี่ยวข้อง

มาตรการค่าเสื่อมราคาเร่ง (Accelerated Depreciation) ที่ SME ควรรู้

รัฐบาลไทยออกมาตรการพิเศษเป็นระยะ เพื่อกระตุ้นให้ธุรกิจลงทุนในเครื่องจักร เทคโนโลยี หรืออุปกรณ์ประหยัดพลังงาน โดยให้หักค่าเสื่อมราคาได้เร็วกว่าปกติในปีแรก

  • เครื่องจักรสำหรับผลิตสินค้า — บางมาตรการอนุญาตให้หักค่าเสื่อม 40% ในปีแรก (ส่วนที่เหลือทยอยหักปีถัดไป) ทำให้ลดกำไรได้เร็วขึ้นในปีที่ลงทุน
  • คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ IT — อัตราค่าเสื่อมสูงสุด 33.33% ต่อปีอยู่แล้ว บางมาตรการพิเศษอาจหักได้ 100% ในปีแรก
  • ซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจ — อาจได้รับสิทธิค่าเสื่อมเร่งในโครงการส่งเสริมดิจิทัลของรัฐ

หมายเหตุสำหรับผู้ตรวจสอบ: มาตรการค่าเสื่อมเร่งพิเศษมักมีเงื่อนไขและระยะเวลาบังคับใช้เฉพาะ ขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษียืนยันว่าปี 2568-2569 มีมาตรการใดบ้างที่ยังมีผลบังคับใช้

ข้อผิดพลาดที่ทำให้หักค่าเสื่อมไม่ได้หรือถูกปรับ

จากประสบการณ์ทำงานกับ SME พบข้อผิดพลาดซ้ำ ๆ ดังนี้

  • ไม่มีทะเบียนทรัพย์สิน — สรรพากรอาจปฏิเสธการหักค่าเสื่อมทั้งหมด เพราะไม่มีหลักฐานว่าสินทรัพย์มีอยู่จริงและเริ่มใช้งานเมื่อใด
  • ราคาทุนบันทึกไม่ครบ — ควรรวมค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง และค่าทดสอบเครื่องเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนสินทรัพย์ ไม่ใช่ลงเป็นค่าใช้จ่ายแยก
  • เปลี่ยนอัตราค่าเสื่อมกลางคัน — กฎหมายไม่อนุญาต ต้องใช้อัตราเดิมตลอดอายุสินทรัพย์นั้น
  • ลืมตัดสินทรัพย์ที่จำหน่ายหรือเลิกใช้ออกจากทะเบียน — ทำให้ยังคิดค่าเสื่อมบนสินทรัพย์ที่ไม่มีอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม
  • นำค่าซ่อมบำรุงมาลงเป็นราคาทุนสินทรัพย์ — ค่าซ่อมทั่วไปเป็นค่าใช้จ่าย แต่การปรับปรุงที่เพิ่มอายุหรือมูลค่าสินทรัพย์อาจต้องลงเป็นทุนสินทรัพย์ต่างหาก
  • หักค่าเสื่อมเกินกว่าราคาทุน — ค่าเสื่อมสะสมหักได้สูงสุดถึงราคาทุน (หรือต้นทุนหักมูลค่าซาก) เท่านั้น

หากไม่แน่ใจว่าสินทรัพย์ไหนควรลงเป็นทุนหรือค่าใช้จ่าย ดู เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชี เพื่อเตรียมหลักฐานให้พร้อม และนำไปหารือกับนักบัญชีของบริษัท

ความแตกต่างระหว่างค่าเสื่อมทางบัญชีกับทางภาษี

นี่คือจุดสับสนที่พบบ่อยมากสำหรับเจ้าของกิจการ SME

ค่าเสื่อมทางบัญชี (Accounting Depreciation) ใช้มาตรฐานการบัญชีไทย (TFRS/NPAE) เป็นฐาน โดยกิจการประมาณอายุใช้งานและมูลค่าซากเองตามความเป็นจริงของสินทรัพย์

ค่าเสื่อมทางภาษี (Tax Depreciation) ต้องเป็นไปตามอัตราที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาเท่านั้น บางครั้งตัวเลขสองชุดนี้ไม่ตรงกัน

ผลที่ตามมาคือกิจการอาจมี "ผลต่างชั่วคราว" (Temporary Difference) ระหว่างกำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษีสุทธิ ซึ่งส่งผลต่อการคำนวณภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred Tax) ในงบการเงิน

— เรื่องนี้เป็นงานเทคนิคของนักบัญชีและผู้สอบบัญชีโดยตรง

เช็กลิสต์วางแผนค่าเสื่อมราคาสำหรับเจ้าของกิจการ

  • มีทะเบียนทรัพย์สินที่อัปเดตและครบถ้วนหรือยัง
  • ราคาทุนสินทรัพย์รวมค่าใช้จ่ายในการได้มาครบทุกรายการหรือไม่ (ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง ฯลฯ)
  • อัตราค่าเสื่อมที่เลือกอยู่ภายในเพดานกฎหมายหรือไม่
  • ใช้อัตราเดิมสม่ำเสมอทุกปีหรือไม่
  • ได้ตรวจสอบสินทรัพย์ที่เลิกใช้หรือขายออกและตัดออกจากทะเบียนหรือยัง
  • สินทรัพย์ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล — ตรวจสอบเพดานราคาทุน 1,000,000 บาทหรือไม่
  • ตรวจสอบว่ามีมาตรการค่าเสื่อมเร่งพิเศษที่กิจการมีสิทธิได้รับหรือไม่
  • เปรียบเทียบค่าเสื่อมทางบัญชีกับค่าเสื่อมทางภาษี และปรับปรุงผลต่างในแบบ ภ.ง.ด.50 แล้วหรือยัง

ให้ A Plus Me ช่วยวางระบบทรัพย์สินและค่าเสื่อมให้ถูกต้อง

การวางแผนค่าเสื่อมราคาอย่างถูกกฎหมายต้องอาศัยความเข้าใจทั้งฝั่งบัญชีและฝั่งภาษีควบคู่กัน ทีม A Plus Me ให้บริการทั้ง รับทำบัญชีรายเดือน และ วางแผนภาษี แบบครบวงจร

รวมถึงจัดทำทะเบียนทรัพย์สิน คำนวณค่าเสื่อมที่ถูกต้อง

และตรวจสอบว่ากิจการของคุณใช้สิทธิประโยชน์ด้านค่าเสื่อมได้เต็มที่หรือยัง หากมีข้อสงสัยหรืออยากประเมินสถานการณ์ปัจจุบันของกิจการ สามารถ ติดต่อ A Plus Me ได้โดยตรง

ทีมพร้อมให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

วางแผนค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินช่วยลดภาษีนิติบุคคลได้อย่างไร

ค่าเสื่อมราคาถือเป็นรายจ่ายที่หักได้ทางภาษี เมื่อบันทึกค่าเสื่อมราคาสูงขึ้น (ภายในอัตราที่กฎหมายกำหนด) กำไรสุทธิจะลดลง และภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องจ่ายก็ลดตามไปด้วย

โดยไม่ต้องจ่ายเงินสดออกเพิ่มในงวดนั้น

รถยนต์นั่งส่วนบุคคลในนามบริษัทหักค่าเสื่อมได้สูงสุดเท่าไหร่

กฎหมายกำหนดให้หักค่าเสื่อมราคาได้บนฐานราคาทุนสูงสุดไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อคัน แม้ซื้อรถแพงกว่านี้ก็หักได้แค่บนฐาน 1,000,000 บาท ส่วนที่เกินถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม

บริษัทจะเปลี่ยนอัตราค่าเสื่อมราคากลางคันได้ไหม

ไม่ได้ กฎหมายภาษีไม่อนุญาตให้เปลี่ยนอัตราค่าเสื่อมราคาระหว่างอายุสินทรัพย์ ต้องเลือกอัตราตั้งแต่ต้นและใช้สม่ำเสมอทุกปีจนสินทรัพย์คิดค่าเสื่อมครบ จึงควรวางแผนอัตราให้ดีตั้งแต่แรก

ค่าเสื่อมทางบัญชีกับค่าเสื่อมทางภาษีต่างกันอย่างไร

ค่าเสื่อมทางบัญชีประมาณตามอายุใช้งานจริงและมาตรฐานบัญชี TFRS/NPAE ส่วนค่าเสื่อมทางภาษีต้องอยู่ภายในอัตราสูงสุดตามพระราชกฤษฎีกา ทั้งสองอาจไม่เท่ากัน

ส่งผลให้ต้องปรับปรุงกำไรทางบัญชีเป็นกำไรทางภาษีในแบบ ภ.ง.ด.50 ทุกปี

ทะเบียนทรัพย์สินสำคัญแค่ไหน ไม่มีได้ไหม

ทะเบียนทรัพย์สินสำคัญมากและจำเป็นต้องมี เพราะเป็นหลักฐานยืนยันว่าสินทรัพย์มีอยู่จริง เริ่มใช้งานวันใด และคิดค่าเสื่อมในอัตราอะไร หากถูกสรรพากรตรวจสอบและไม่มีทะเบียนนี้

อาจถูกปฏิเสธการหักค่าเสื่อมทั้งหมดย้อนหลัง

มาตรการค่าเสื่อมเร่งพิเศษสำหรับ SME มีอยู่จริงไหม

มีจริง รัฐบาลไทยออกมาตรการเป็นระยะเพื่อกระตุ้นการลงทุน เช่น อนุญาตให้หักค่าเสื่อมเครื่องจักรในอัตราพิเศษในปีแรก แต่มีเงื่อนไขและระยะเวลาที่จำกัด

ควรปรึกษาที่ปรึกษาภาษีเพื่อตรวจสอบว่ากิจการมีสิทธิได้รับมาตรการใดบ้างในปีภาษีปัจจุบัน