ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่ต้องการเปิดคลินิกของตนเอง มักไม่แน่ใจว่าต้องขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพและใบอนุญาตสถานพยาบาลอย่างไรบ้าง
แตกต่างจากคลินิกแพทย์แผนปัจจุบันหรือไม่ และควรจดทะเบียนธุรกิจรูปแบบใดจึงจะเหมาะสม
บทความนี้อธิบายขั้นตอนจดทะเบียนสถานพยาบาลแพทย์แผนไทยประยุกต์ตั้งแต่ใบอนุญาตวิชาชีพไปจนถึงการวางระบบบัญชีภาษี
สารบัญบทความ
แพทย์แผนไทยประยุกต์ต่างจากแพทย์แผนไทยทั่วไปอย่างไร
แพทย์แผนไทยประยุกต์เป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่ผ่านการศึกษาที่ผสมผสานองค์ความรู้แพทย์แผนไทยดั้งเดิมเข้ากับความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน
ทำให้สามารถวินิจฉัยและให้การรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยได้ในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
ซึ่งอาจมีขอบเขตการรักษาที่กว้างกว่าแพทย์แผนไทยดั้งเดิมบางสาขา
ผู้ที่จะเปิดคลินิกในนามแพทย์แผนไทยประยุกต์จึงต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยประยุกต์ที่ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแลวิชาชีพการแพทย์แผนไทย
ซึ่งเป็นคนละใบกับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์แผนปัจจุบัน
ผู้ประกอบวิชาชีพควรตรวจสอบว่าใบอนุญาตของตนครอบคลุมการรักษาหรือหัตถการที่ต้องการให้บริการในคลินิกหรือไม่ก่อนเปิดกิจการจริง
ขั้นตอนขอใบอนุญาตสถานพยาบาล
เมื่อมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยประยุกต์แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือขอใบอนุญาตประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาลจากหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานพยาบาลในพื้นที่ที่ตั้งคลินิก
โดยต้องเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น แผนผังสถานที่ตั้งคลินิก
รายการอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้ในการรักษา หลักฐานคุณสมบัติของผู้ดำเนินการสถานพยาบาลซึ่งมักต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตรงตามประเภทของคลินิก
และมาตรฐานความปลอดภัยของสถานที่ เช่น ระบบระบายอากาศ ระบบป้องกันอัคคีภัย
และความสะอาดของพื้นที่ให้บริการ หน่วยงานกำกับดูแลมักเข้าตรวจสถานที่จริงก่อนออกใบอนุญาต ผู้ประกอบการจึงควรเตรียมสถานที่ให้ตรงตามมาตรฐานก่อนยื่นคำขอ
เพื่อลดรอบการแก้ไขและระยะเวลารออนุมัติ
| ขั้นตอน | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|
| ขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยประยุกต์ | ต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลวิชาชีพการแพทย์แผนไทยก่อน |
| เตรียมสถานที่และอุปกรณ์ตามมาตรฐาน | ระบบระบายอากาศ ป้องกันอัคคีภัย และความสะอาดของพื้นที่บริการ |
| ยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล | ยื่นเอกสารพร้อมแผนผังสถานที่ต่อหน่วยงานกำกับดูแลในพื้นที่ |
| รอตรวจสถานที่จริงและอนุมัติ | เจ้าหน้าที่เข้าตรวจก่อนออกใบอนุญาตให้เปิดดำเนินการ |
ควรจดทะเบียนธุรกิจรูปแบบใด
ผู้ประกอบวิชาชีพที่เปิดคลินิกคนเดียวและมีขนาดกิจการเล็ก อาจเริ่มต้นเป็นบุคคลธรรมดาจดทะเบียนพาณิชย์
แต่ต้องรับผิดชอบหนี้สินและความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยทรัพย์สินส่วนตัวแบบไม่จำกัด ซึ่งมีความเสี่ยงในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรักษาผู้ป่วย
หากมีแผนขยายกิจการ เพิ่มแพทย์แผนไทยประยุกต์ท่านอื่นเข้าร่วม หรือเปิดหลายสาขาในอนาคต ควรพิจารณาจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดตั้งแต่ต้น
เพราะช่วยจำกัดความรับผิดชอบของผู้ถือหุ้นไว้เท่าทุนที่ลงไป
และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกิจการ SME ที่เข้าเงื่อนไขทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี
โดยได้รับยกเว้นภาษีสำหรับกำไร 300,000 บาทแรกและอัตราลดหย่อนสำหรับกำไรส่วนถัดไป
ภาษีมูลค่าเพิ่มและการวางระบบบัญชี
บริการรักษาโรคของแพทย์แผนไทยประยุกต์ในฐานะบริการทางการแพทย์มักได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด แต่คลินิกที่มีการขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรือยาแผนไทยแยกต่างหากจากการรักษา
อาจมีส่วนที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหากรายได้จากการขายสินค้าถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด คลินิกจึงควรแยกบันทึกบัญชีรายได้ค่าบริการรักษาออกจากรายได้ขายผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน
เพื่อคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถูกต้อง
นอกจากนี้ควรวางระบบบันทึกต้นทุนสมุนไพรและวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงยา รวมถึงค่าใช้จ่ายในการอบตัวหรือประคบสมุนไพร เพื่อคำนวณต้นทุนบริการแต่ละประเภทให้แม่นยำ
ซึ่งช่วยให้ประเมินความคุ้มค่าของแต่ละบริการได้ดีขึ้น
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
สมมติแพทย์แผนไทยประยุกต์ท่านหนึ่งต้องการเปิดคลินิกที่ให้บริการทั้งการตรวจวินิจฉัยและจ่ายยาสมุนไพร รวมถึงบริการนวดประคบสมุนไพรเพื่อการบำบัด
แพทย์ท่านนี้ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยประยุกต์ก่อน
จากนั้นเตรียมสถานที่ให้ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด และยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว
ในการดำเนินกิจการควรแยกบันทึกรายได้ค่าตรวจวินิจฉัยและค่ายาสมุนไพรที่จ่ายตามใบสั่งแพทย์
ออกจากรายได้บริการนวดประคบสมุนไพรที่อาจไม่เข้าข่ายเป็นบริการทางการแพทย์โดยตรง เพื่อให้การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มของแต่ละส่วนถูกต้อง
และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อยืนยันขอบเขตการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการแต่ละประเภท
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เปิดคลินิกโดยใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ไม่ครอบคลุมหัตถการหรือการรักษาที่ให้บริการจริง
- เปิดให้บริการก่อนได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ทำให้เสี่ยงถูกดำเนินคดี
- ไม่แยกรายได้ค่าบริการรักษาออกจากรายได้ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร ทำให้คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มผิดพลาด
- ไม่เตรียมสถานที่ให้ได้มาตรฐานก่อนยื่นขอใบอนุญาต ทำให้ต้องแก้ไขและรออนุมัตินานกว่าที่ควร
- เริ่มต้นเป็นบุคคลธรรมดาทั้งที่มีแผนขยายสาขาหรือเพิ่มแพทย์ท่านอื่นเข้าร่วมในอนาคต
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
ผู้ที่ต้องการเปิดคลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ควรเริ่มจากตรวจสอบขอบเขตใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของตนเองให้ครอบคลุมบริการที่ต้องการให้
เตรียมสถานที่ให้ได้มาตรฐานก่อนยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
พิจารณารูปแบบธุรกิจที่เหมาะกับแผนขยายกิจการในอนาคต และวางระบบบัญชีแยกรายได้ค่าบริการรักษากับรายได้ขายผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน
หากไม่แน่ใจขั้นตอนใดควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสถานพยาบาลและบัญชีภาษีคู่ขนานกันไปตั้งแต่เริ่มวางแผน
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แพทย์แผนไทยประยุกต์ต้องมีใบอนุญาตอะไรก่อนเปิดคลินิก
ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยประยุกต์จากหน่วยงานกำกับดูแลวิชาชีพการแพทย์แผนไทยก่อน แล้วจึงยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลเพิ่มเติม
คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ต้องขอใบอนุญาตสถานพยาบาลต่างจากคลินิกทั่วไปหรือไม่
หลักการขอใบอนุญาตสถานพยาบาลใกล้เคียงกัน แต่ต้องมีผู้ดำเนินการสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตรงตามประเภทของคลินิก ควรตรวจสอบรายละเอียดกับหน่วยงานกำกับดูแลในพื้นที่
ควรจดทะเบียนธุรกิจเป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัทจำกัด
หากมีแผนขยายสาขาหรือเพิ่มแพทย์ท่านอื่นเข้าร่วมในอนาคต ควรพิจารณาจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดเพื่อจำกัดความรับผิดชอบและได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี SME
บริการรักษาของแพทย์แผนไทยประยุกต์ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
บริการทางการแพทย์มักได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่การขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรแยกต่างหากอาจต้องเสียภาษีหากรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี
ต้องแยกบัญชีรายได้ค่าบริการกับรายได้ขายผลิตภัณฑ์หรือไม่
ควรแยกอย่างชัดเจน เพราะรายได้แต่ละประเภทอาจมีภาระภาษีมูลค่าเพิ่มต่างกัน การแยกบัญชีช่วยให้คำนวณภาษีและต้นทุนบริการแต่ละประเภทได้แม่นยำ
เปิดคลินิกก่อนได้รับใบอนุญาตสถานพยาบาลได้หรือไม่
ไม่ควรทำ การเปิดให้บริการก่อนได้รับใบอนุญาตถือเป็นความเสี่ยงทางกฎหมาย ควรรอให้ได้รับใบอนุญาตครบถ้วนก่อนเริ่มดำเนินกิจการจริง
ควรเตรียมอะไรก่อนยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล
ควรเตรียมแผนผังสถานที่ รายการอุปกรณ์ หลักฐานคุณสมบัติผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และปรับสถานที่ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยก่อนยื่นคำขอ เพื่อลดรอบการแก้ไข
สำหรับธุรกิจที่ต้องการปิดงบได้ตรงเวลาและมีรายงานให้ผู้บริหารดูได้ทุกเดือน สามารถดูรายละเอียดบริการวางระบบบัญชีและภาษีเพิ่มเติมได้