ยา เวชภัณฑ์ และ consumables เป็นต้นทุนสำคัญของคลินิก แต่ถ้าไม่คุม lot และวันหมดอายุ จะเกิดของเสีย สต๊อกหาย หรือเบิกใช้ไม่ตรงกับบริการที่ขาย ทำให้ margin รายบริการผิด
คำตอบสั้น ๆ
สต๊อกยาและเวชภัณฑ์คลินิก ควรเริ่มจากการแยกประเภทรายการ เอกสารต้นทาง และรายงานที่ใช้กระทบยอดให้ชัดเจนก่อนปิดเดือน ยา เวชภัณฑ์ และ consumables เป็นต้นทุนสำคัญของคลินิก แต่ถ้าไม่คุม lot และวันหมดอายุ จะเกิดของเสีย สต๊อกหาย หรือเบิกใช้ไม่ตรงกับบริการที่ขาย ทำให้ margin รายบริการผิด
บทความนี้เหมาะกับใคร
- เจ้าของคลินิก สปา ฟิตเนส หรือธุรกิจ wellness
- ผู้จัดการสาขาและทีมหน้าร้านที่ต้องปิดยอดขาย
- ทีมบัญชีที่ต้องแยกรายได้ แพ็กเกจ และต้นทุนบริการ
อ่านบทความนี้แล้วควรได้คำตอบเรื่องอะไร
- สรุปประเด็นที่ควรรู้
- ตั้ง stock card แยก lot และ expiry
- เบิกใช้ตาม service record
- รายงานของหมดอายุและ wastage
- อ่านต่อ
ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง
- รวมเงินรับล่วงหน้ากับรายได้ที่ให้บริการแล้ว
- ไม่กระทบยอด POS กับเงินสด QR บัตรเครดิต และ bank statement
- ไม่แยกสต๊อกยา เวชภัณฑ์ หรือ package balance ตามสาขา
ลำดับลงมือทำที่แนะนำ
- แยกประเภทบริการและช่องทางรับเงิน
- ทำรายงานแพ็กเกจคงเหลือหรือ session คงเหลือ
- กระทบยอดรายได้กับธนาคารและเอกสารภาษีก่อนปิดเดือน
สรุปประเด็นที่ควรรู้
- รหัสเวชภัณฑ์
- ใบรับสินค้า
- stock on hand
ตั้ง stock card แยก lot และ expiry
ยาและเวชภัณฑ์ควรมีรหัสสินค้า หน่วยนับ lot number วันหมดอายุ และสถานที่เก็บ เพื่อให้ตรวจนับและตัดใช้ตามเคสได้
ข้อมูลตั้งต้นที่ควรกำหนดให้ตรงกันคือ รหัสเวชภัณฑ์, lot number, expiry date, หน่วยนับ, service code เพื่อให้หน้าร้าน ทีมแพทย์ ทีมบริการ และบัญชีใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน
- รหัสเวชภัณฑ์
- lot number
- expiry date
- หน่วยนับ
- service code
เบิกใช้ตาม service record
เมื่อให้บริการ ควรบันทึกเวชภัณฑ์ที่ใช้จริงตามเคสหรือหัตถการ ไม่ควรตัดรวมท้ายเดือนโดยไม่มีรายละเอียด
เอกสารที่ควรเก็บคู่กันคือ ใบรับสินค้า, stock card, ใบเบิกใช้, service record, บันทึกของเสีย เพื่อให้ตรวจย้อนหลังได้ทั้งรายได้ ค่าบริการ ต้นทุนยา/เวชภัณฑ์ ภาษี และการปิดบัญชีรายเดือน
- ใบรับสินค้า
- stock card
- ใบเบิกใช้
- service record
- บันทึกของเสีย
รายงานของหมดอายุและ wastage
ของหมดอายุ เสียหาย หรือเปิดใช้แล้วเหลือทิ้งควรถูกบันทึกแยกจากต้นทุนปกติ เพื่อให้รู้ว่าขาดทุนจากการจัดซื้อหรือการใช้งานไม่เหมาะสม
รายงานที่เจ้าของกิจการควรดูทุกเดือนคือ stock on hand, expiry aging, usage per service, wastage, stock variance เพื่อเห็นกำไรจริงของบริการ แพ็กเกจ สาขา และทีมที่เกี่ยวข้อง
- stock on hand
- expiry aging
- usage per service
- wastage
- stock variance
เช็กลิสต์นำไปใช้ในเดือนนี้
สิ่งที่ควรทำทันที
- ตั้งรหัสยาและเวชภัณฑ์
- บันทึก lot/expiry
- ตัดใช้ตามเคส
- ตรวจนับรายเดือน
- รายงานของใกล้หมดอายุ
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
- บริการรับทำบัญชีรายเดือน
- Dashboard บัญชีสำหรับผู้บริหาร
- วางแผนภาษีและที่ปรึกษาภาษี
- เอกสารฟรีสำหรับจัดระบบธุรกิจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- คู่มือภาษีสำหรับผู้ประกอบการ กรมสรรพากร
- คู่มือการหักภาษี ณ ที่จ่าย กรมสรรพากร
- คู่มือใบกำกับภาษี กรมสรรพากร
- แนววินิจฉัยภาษีมูลค่าเพิ่มสถานพยาบาล กรมสรรพากร
- แนววินิจฉัยภาษีมูลค่าเพิ่มกิจการสถานพยาบาล กรมสรรพากร
- แนววินิจฉัยภาษีหัก ณ ที่จ่ายบริการนวด กรมสรรพากร
- ระบบตรวจสอบสถานพยาบาลเอกชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
- กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ระบบ DBD e-Filing
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ประกอบการ SME การบันทึกบัญชีและภาษีของแต่ละกิจการควรพิจารณาจากเอกสารจริง สัญญา และข้อเท็จจริงของรายการ หากมีรายการเฉพาะควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เวชภัณฑ์เล็ก ๆ ต้องทำ stock card ไหม
ควรทำอย่างน้อยกับรายการมูลค่าสูงหรือเสี่ยงหมดอายุ ส่วนรายการเล็กอาจกำหนด threshold ตามความคุ้มค่า
ของหมดอายุลงบัญชีอย่างไร
ควรมีบันทึกอนุมัติตัดจำหน่ายและแยกจากต้นทุนบริการปกติ เพื่อให้เห็นสาเหตุของ loss
ควรส่งอะไรให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน
ควรส่งรายงานยอดขาย รายงานรับเงิน รายงานแพ็กเกจคงเหลือ รายงานสต๊อกยาและเวชภัณฑ์ ใบกำกับภาษีซื้อขาย ใบหัก ณ ที่จ่าย และ bank statement ของเดือนนั้น
ควรเริ่มปรับระบบจากจุดไหนก่อน
แยกประเภทบริการและช่องทางรับเงิน จากนั้นรวบรวมเอกสารและรายงานที่เกี่ยวข้องให้ครบก่อนกระทบยอดกับธนาคารและรายงานภาษี
สำนักงานบัญชีช่วยตรวจเรื่องนี้ได้อย่างไร
ช่วยตรวจโครงสร้างเอกสาร วิธีบันทึกบัญชี ภาษีที่เกี่ยวข้อง รายงานกระทบยอด และประเด็นผิดปกติก่อนปิดบัญชีรายเดือน