ทุกเดือนนายจ้างและผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่หลายคนยังสับสนว่าต้องใช้แบบ ภงด.3 หรือ ภงด.53 และมีขั้นตอนอย่างไร บทความนี้อธิบายครบทุกขั้นตอนพร้อมตารางอัตราภาษีที่ใช้บ่อย
ภงด.3 และ ภงด.53 คืออะไร?
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax หรือ WHT) คือภาษีที่ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักจากเงินที่จ่ายให้ผู้รับ แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน เป็นกลไกสำคัญในระบบภาษีไทยที่ช่วยให้รัฐจัดเก็บภาษีได้ต่อเนื่องตลอดปี โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักตามลักษณะของผู้รับเงิน
- ภงด.3 (แบบ ภ.ง.ด.3): ใช้สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้ที่จ่ายให้ บุคคลธรรมดา เช่น ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่าเช่า ค่านายหน้า รางวัล เป็นต้น
- ภงด.53 (แบบ ภ.ง.ด.53): ใช้สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้ที่จ่ายให้ นิติบุคคล (บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด สมาคม) เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า ค่าจ้างผู้รับเหมา ค่าโฆษณา เป็นต้น
นายจ้างหรือผู้จ่ายเงินที่เป็นทั้งบุคคลธรรมดา (ทำธุรกิจ) และนิติบุคคล มีหน้าที่ต้องหักภาษีและยื่นแบบทุกเดือน ไม่ว่าจะมีการหักภาษีหรือไม่ก็ตาม
อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่พบบ่อย
| ประเภทเงินได้ | อัตราหัก ณ ที่จ่าย | แบบที่ใช้ |
|---|---|---|
| ค่าจ้างทำของ (บุคคลธรรมดา) | 3% | ภงด.3 |
| ค่าบริการ (บุคคลธรรมดา) | 3% | ภงด.3 |
| ค่าเช่า (บุคคลธรรมดา) | 5% | ภงด.3 |
| ค่าโฆษณา (บุคคลธรรมดา) | 2% | ภงด.3 |
| ค่าจ้างทำของ (นิติบุคคล) | 3% | ภงด.53 |
| ค่าบริการ (นิติบุคคล) | 3% | ภงด.53 |
| ค่าเช่า (นิติบุคคล) | 5% | ภงด.53 |
| ค่าโฆษณา (นิติบุคคล) | 2% | ภงด.53 |
| เงินปันผล (นิติบุคคล) | 10% | ภงด.53 |
| ดอกเบี้ย (นิติบุคคล) | 1% | ภงด.53 |
หมายเหตุ: อัตราข้างต้นเป็นอัตราปกติ อัตราจริงอาจแตกต่างกันตามประเภทเงินได้ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร rd.go.th
กำหนดเวลายื่นแบบ
กำหนดเวลายื่นแบบ ภงด.3 และ ภงด.53 ขึ้นอยู่กับช่องทางที่เลือก
- ยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากร: ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักภาษี
- ยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing: ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่หักภาษี (ได้เวลาเพิ่มอีก 8 วัน)
ตัวอย่าง: หักภาษีในเดือนมกราคม ต้องยื่นแบบและนำส่งภาษีภายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ (กระดาษ) หรือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ (ออนไลน์)
ขั้นตอนยื่น ภงด.3 และ ภงด.53 ออนไลน์
การยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรสะดวกและประหยัดเวลากว่าการยื่นกระดาษมาก ขั้นตอนมีดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมข้อมูลและเอกสาร
ก่อนเริ่มยื่นแบบ ให้รวบรวมข้อมูลรายการจ่ายเงินในเดือนนั้นทั้งหมด ได้แก่
- ชื่อ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (13 หลัก) ของผู้รับเงินทุกราย
- ประเภทเงินได้ที่จ่าย (ตามมาตราในประมวลรัษฎากร)
- จำนวนเงินที่จ่ายและจำนวนภาษีที่หัก
- วันที่จ่ายเงิน
ขั้นตอนที่ 2: เข้าสู่ระบบ e-Filing
- เปิดเว็บไซต์ efiling.rd.go.th
- เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่ลงทะเบียนไว้
- หากยังไม่มีบัญชี ลงทะเบียนด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของกิจการ
ขั้นตอนที่ 3: เลือกแบบฟอร์ม
- เลือกเมนู "ยื่นแบบ" จากหน้าหลัก
- เลือก "ภ.ง.ด.3" หากจ่ายให้บุคคลธรรมดา หรือ "ภ.ง.ด.53" หากจ่ายให้นิติบุคคล
- ระบุงวดภาษี (เดือน/ปี) ที่ต้องการยื่น
ขั้นตอนที่ 4: กรอกข้อมูลหรืออัปโหลดไฟล์
มีสองวิธีในการป้อนข้อมูล
- กรอกทีละรายการ: เหมาะสำหรับผู้รับเงินจำนวนน้อย กรอกข้อมูลทีละรายในแบบฟอร์มออนไลน์
- อัปโหลดไฟล์ CSV/TEXT: เหมาะสำหรับผู้รับเงินจำนวนมาก สร้างไฟล์ตามรูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด แล้วอัปโหลดเข้าระบบ
ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบและยืนยัน
- ตรวจสอบยอดรวมภาษีให้ถูกต้องก่อนส่ง
- กดปุ่ม "ยืนยัน" เพื่อส่งแบบ
- บันทึกเลขที่รับแบบและหมายเลขอ้างอิงไว้
ขั้นตอนที่ 6: ชำระภาษี
หลังยื่นแบบ สามารถชำระภาษีได้หลายช่องทาง ได้แก่
- ชำระผ่านระบบ e-Filing โดยตรง (Internet Banking / QR Code)
- พิมพ์ใบชำระเงินและชำระที่ธนาคาร
- ชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคารที่ร่วมโครงการ
สิ่งที่ต้องทำเมื่อยื่นแบบเสร็จ
หลังจากยื่นแบบและชำระภาษีเรียบร้อยแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้
- ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้กับผู้รับเงินทุกราย ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ขอ (หรือทันทีหากผู้รับเงินขอในขณะจ่าย)
- เก็บสำเนาแบบที่ยื่นและหลักฐานการชำระเงินไว้อย่างน้อย 5 ปี
- บันทึกลงในสมุดบัญชีรายจ่าย
โทษหากยื่นล่าช้าหรือไม่ยื่น
การยื่นแบบล่าช้าหรือไม่ยื่นแบบมีผลทางกฎหมายดังนี้
- ยื่นล่าช้า: ต้องชำระเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของภาษีที่ต้องนำส่ง
- ไม่ยื่นแบบ: เบี้ยปรับ 1 เท่าถึง 2 เท่าของภาษีที่ต้องนำส่ง บวกเงินเพิ่ม
- ไม่หักภาษีทั้งที่มีหน้าที่: ต้องรับผิดชอบชำระภาษีแทนผู้รับเงิน พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
ดังนั้นการยื่นแบบให้ตรงเวลาจึงสำคัญมาก แม้จะไม่มีรายการที่ต้องหักภาษีในเดือนนั้น ก็ควรยื่นแบบ "ไม่มีรายการ" เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง
เคล็ดลับการจัดการ WHT ให้ง่ายขึ้น
- ทำระบบเก็บข้อมูลผู้รับเงิน (เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ประเภทเงินได้) ไว้ใน Excel หรือโปรแกรมบัญชี
- กำหนดวันในปฏิทินบริษัทสำหรับงาน WHT ทุกเดือน เช่น วันที่ 10 เตรียมข้อมูล วันที่ 12 ยื่นแบบ
- ใช้โปรแกรมบัญชีที่มีฟีเจอร์ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายอัตโนมัติ เพื่อลดความผิดพลาด
- ตรวจสอบเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของคู่ค้าให้ถูกต้องก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง ยื่น ภงด.3 และ ภงด.53 ออนไลน์ด้วยตัวเอง: คู่มือทีละขั้นตอนสำหรับนายจ้าง ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ภงด.3 กับ ภงด.53 ต่างกันอย่างไร ใช้แบบไหนกับใคร?
ภงด.3 ใช้สำหรับเงินได้ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา เช่น ฟรีแลนซ์ ช่างรับเหมารายย่อย เจ้าของร้านค้าบุคคลธรรมดา ส่วน ภงด.53 ใช้สำหรับเงินได้ที่จ่ายให้นิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่มีเลขทะเบียนนิติบุคคล
หากเดือนนั้นไม่มีการจ่ายเงินให้ใคร ต้องยื่น ภงด.3/53 ด้วยไหม?
ขึ้นอยู่กับนโยบายของสำนักงานสรรพากรพื้นที่ แต่โดยทั่วไปหากไม่มีรายการหักภาษีเลย สามารถไม่ยื่นได้ อย่างไรก็ตามควรปรึกษาสำนักงานสรรพากรหรือนักบัญชีเพื่อความแน่ใจ เพราะบางกรณีกำหนดให้ยื่นแบบ "ไม่มีรายการ" ด้วย
อัตราหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าจ้างทำของ (ค่าแรง) คือเท่าไร?
ค่าจ้างทำของหักในอัตรา 3% ทั้งสำหรับบุคคลธรรมดา (ภงด.3) และนิติบุคคล (ภงด.53) โดยใช้ได้กับการจ้างผู้รับจ้างทำงานที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป อัตราอาจแตกต่างในกรณีพิเศษ ควรตรวจสอบกับ rd.go.th
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ต้องออกให้ผู้รับเงินภายในกี่วัน?
ต้องออกให้ทันทีหากผู้รับเงินขอในขณะที่รับเงิน และต้องออกภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ผู้รับเงินร้องขอในกรณีที่ขอภายหลัง ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ผู้รับเงินใช้นำไปยื่นภาษีประจำปีของตัวเอง
ยื่น ภงด.53 ออนไลน์ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้างจากคู่ค้า?
ต้องมีชื่อนิติบุคคล ที่อยู่จดทะเบียน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก ประเภทเงินได้ที่จ่าย จำนวนเงินที่จ่าย จำนวนภาษีที่หัก และวันที่จ่ายเงิน แนะนำให้รวบรวมข้อมูลเหล่านี้จากคู่ค้าทุกรายก่อนเริ่มธุรกรรมครั้งแรก
ยื่น ภงด.3/53 ล่าช้า 1 เดือน ต้องเสียเงินเพิ่มเท่าไร?
ต้องชำระเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน คำนวณจากยอดภาษีที่ต้องนำส่ง เช่น ภาษีที่ต้องนำส่ง 10,000 บาท ล่าช้า 1 เดือน เสียเงินเพิ่ม 150 บาท นอกจากนั้นยังอาจมีเบี้ยปรับเพิ่มเติมในกรณีที่เจ้าหน้าที่ประเมินด้วย