TP: ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ต้องใช้ข้อมูลจากหลายฝ่ายและมักมีผลต่อเอกสาร บัญชี ภาษี payroll หรือกระแสเงินสด หากแก้จากไฟล์ปลายทางโดยไม่ตรวจหลักฐานต้นทาง ปัญหาจะกลับมาอีกในรอบถัดไป
บทความนี้ให้ตารางหลักฐาน workflow ตัวอย่าง ผู้รับผิดชอบ
รอบทบทวน และจุด escalation เพื่อให้ SME ดำเนินการได้อย่างตรวจสอบย้อนกลับและไม่สร้างความเสี่ยงใหม่ระหว่างแก้ปัญหา
สารบัญบทความ
- TP: ดัชนีสัญญาระหว่างกัน: เริ่มจากกำหนดคำถามให้ชัด
- ตารางหลักฐานและเกณฑ์ตัดสินใจ
- Workflow จากรับเรื่องถึงปิดงาน
- ตัวอย่างการตัดสินใจจากข้อมูลที่ไม่ตรงกัน
- Owner, รอบทบทวน และ Escalation
- เช็กลิสต์ความเสี่ยงก่อนอนุมัติ
- เชื่อมงานกับบัญชี ภาษี และการบริหาร
- บทความที่เกี่ยวข้อง
- แหล่งข้อมูลทางการ
- ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
TP: ดัชนีสัญญาระหว่างกัน เป็นงานที่ดูเหมือนแก้ได้จากเอกสารหนึ่งฉบับหรือตัวเลขหนึ่งช่อง แต่ความเสี่ยงจริงอยู่ที่ข้อมูลหลายระบบไม่ตรงกัน หากเดินหน้าจากข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน
กิจการอาจต้องแก้ทะเบียน บัญชี ภาษี payroll หรือรายงานธนาคารย้อนหลัง
บทความนี้จึงเริ่มจากหลักฐาน เกณฑ์ตัดสินใจ และผู้รับผิดชอบก่อนอธิบายขั้นตอนปฏิบัติ สำหรับหัวข้อ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ ข้อมูลต้นทางและทะเบียนงานสำหรับ
ดัชนีสัญญาระหว่างกัน และบันทึกว่า กำหนดขอบเขตและเจ้าของข้อมูลของ
ดัชนีสัญญาระหว่างกัน เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 1 ของแฟ้มงานนี้
TP: ดัชนีสัญญาระหว่างกัน: เริ่มจากกำหนดคำถามให้ชัด
เป้าหมายไม่ใช่เพียงทำรายการให้เสร็จ แต่ต้องทำให้ผลลัพธ์เชื่อมกลับไปยังเอกสารต้นทางและอธิบายได้ว่าใครตัดสินใจจากข้อมูลใด สำหรับหัวข้อนี้ให้ตั้งคำถามสามข้อพร้อมกัน ได้แก่
ข้อเท็จจริงปัจจุบันคืออะไร เอกสารหรือระบบใดเป็นแหล่งข้อมูลหลัก
และหากข้อมูลต่างกันใครมีอำนาจอนุมัติการแก้ไข การเริ่มจากคำถามเหล่านี้ช่วยป้องกันการแก้ไฟล์คนละสำเนาและลดการทำงานย้อนกลับ สำหรับหัวข้อ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ
รายงานกระทบยอดและรายการข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
และบันทึกว่า อนุมัติเกณฑ์ตรวจและวิธีปิดข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 2 ของแฟ้มงานนี้
ก่อนลงมือให้สร้าง case ID หรือเลขอ้างอิงกลาง แล้วรวบรวม ข้อมูลต้นทางและทะเบียนงานสำหรับ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน รวมทั้ง รายงานกระทบยอดและรายการข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
รวมทั้ง หลักฐานอนุมัติและบันทึกการแก้ไขลำดับที่ 6
ไว้ในแฟ้มเดียวกัน บันทึกวันที่ดึงข้อมูลและผู้ยืนยัน เพราะข้อมูลหน้าจอหรือรายงานที่ถูกสร้างคนละวันอาจอธิบายสถานะคนละช่วงเวลา การตัดสินใจควรใช้ข้อมูลที่มี cut-off
เดียวกันและระบุรายการที่ยังรอยืนยันอย่างชัดเจน สำหรับหัวข้อ
ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ หลักฐานอนุมัติและบันทึกการแก้ไขลำดับที่ 6 และบันทึกว่า ทบทวนผลกับเอกสารจริงและแหล่งทางการก่อนใช้งาน เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 3
ของแฟ้มงานนี้
ตารางหลักฐานและเกณฑ์ตัดสินใจ
ใช้ตารางนี้เป็น working paper ขั้นต่ำ สามารถเพิ่มคอลัมน์มูลค่า วันครบกำหนด และผู้อนุมัติตามระบบของกิจการ แต่ไม่ควรตัดคอลัมน์หลักฐานหรือผลการตัดสินใจ
เพราะสองคอลัมน์นี้ทำให้ผู้ตรวจคนถัดไปย้อนกลับไปยังข้อเท็จจริงได้ สำหรับหัวข้อ
ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ ข้อมูลต้นทางและทะเบียนงานสำหรับ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน และบันทึกว่า กำหนดขอบเขตและเจ้าของข้อมูลของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 4 ของแฟ้มงานนี้
| หลักฐานที่ต้องตรวจ | เกณฑ์ตัดสินใจ | ผลที่ต้องบันทึก |
|---|---|---|
| ข้อมูลต้นทางและทะเบียนงานสำหรับ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน | กำหนดขอบเขตและเจ้าของข้อมูลของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน | สถานะ 1, ผู้ยืนยัน, วันที่ และลิงก์ไฟล์ต้นทาง |
| รายงานกระทบยอดและรายการข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน | อนุมัติเกณฑ์ตรวจและวิธีปิดข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน | สถานะ 2, ผู้ยืนยัน, วันที่ และลิงก์ไฟล์ต้นทาง |
| หลักฐานอนุมัติและบันทึกการแก้ไขลำดับที่ 6 | ทบทวนผลกับเอกสารจริงและแหล่งทางการก่อนใช้งาน | สถานะ 3, ผู้ยืนยัน, วันที่ และลิงก์ไฟล์ต้นทาง |
หากหลักฐานข้อใดไม่ครบ อย่าเติมคำตอบจากความเคยชิน ให้กำหนดสถานะ “รอยืนยัน” พร้อมเจ้าของและวันครบกำหนด รายการที่มูลค่าสูงหรือกระทบบุคคลภายนอกควรมีผู้ตรวจทานอิสระ
ส่วนรายการที่ข้อมูลตรงกันแล้วให้ล็อกเวอร์ชันเพื่อป้องกันการเปลี่ยนระหว่างอนุมัติและดำเนินการ สำหรับหัวข้อ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ
รายงานกระทบยอดและรายการข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน และบันทึกว่า
อนุมัติเกณฑ์ตรวจและวิธีปิดข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 5 ของแฟ้มงานนี้
Workflow จากรับเรื่องถึงปิดงาน
ขั้นตอนต่อไปนี้ออกแบบให้ใช้ได้ทั้งกับทีมภายในและผู้ให้บริการภายนอก จุดสำคัญคือทุกขั้นมี input, output และผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่ส่งต่อด้วยข้อความว่า “ช่วยดูให้หน่อย”
ซึ่งไม่บอกว่าต้องตรวจอะไรและเมื่อไรจึงถือว่าเสร็จ สำหรับหัวข้อ
ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ หลักฐานอนุมัติและบันทึกการแก้ไขลำดับที่ 6 และบันทึกว่า ทบทวนผลกับเอกสารจริงและแหล่งทางการก่อนใช้งาน เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 6
ของแฟ้มงานนี้
- เปิดเคสและกำหนดขอบเขต: ระบุว่า TP: ดัชนีสัญญาระหว่างกัน กระทบหน่วยงาน ระบบ งวด และบุคคลภายนอกใดบ้าง พร้อมกำหนดวันตัดข้อมูล
- รวบรวมหลักฐาน: ดึง ข้อมูลต้นทางและทะเบียนงานสำหรับ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน, รายงานกระทบยอดและรายการข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน และ หลักฐานอนุมัติและบันทึกการแก้ไขลำดับที่ 6 จากเจ้าของระบบโดยตรง ไม่ใช้ภาพหรือไฟล์ส่งต่อที่ไม่ทราบวันที่
- ทำ reconciliation: จับคู่รหัส วันที่ จำนวนเงิน ชื่อบุคคล และสถานะ แยกความต่างเป็น timing, master data, process error หรือรายการที่ต้องใช้ดุลยพินิจ
- อนุมัติวิธีแก้: บันทึกทางเลือก ผลกระทบ และเหตุผล โดยใช้เกณฑ์ กำหนดขอบเขตและเจ้าของข้อมูลของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน รวมถึง อนุมัติเกณฑ์ตรวจและวิธีปิดข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน รวมถึง ทบทวนผลกับเอกสารจริงและแหล่งทางการก่อนใช้งาน
- ดำเนินการและปิดเคส: แก้ข้อมูลทุกระบบที่เกี่ยวข้อง เก็บหลักฐานผลสำเร็จ กระทบยอดซ้ำ และบันทึกมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
ควรกำหนด SLA ของแต่ละขั้นและวัดเวลาที่ค้างกับเจ้าของงาน หากงานหยุดเพราะรอข้อมูลภายนอก ให้แยกเวลารอนั้นออกจากเวลาปฏิบัติงาน แต่ยังต้องมีวันติดตามและ escalation
การเห็นคอขวดช่วยให้แก้ระบบได้ตรงจุดมากกว่าการเพิ่มคนในปลายกระบวนการ
สำหรับหัวข้อ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ ข้อมูลต้นทางและทะเบียนงานสำหรับ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน และบันทึกว่า กำหนดขอบเขตและเจ้าของข้อมูลของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 7 ของแฟ้มงานนี้
ตัวอย่างการตัดสินใจจากข้อมูลที่ไม่ตรงกัน
สมมติ: กิจการพบว่า ข้อมูลต้นทางและทะเบียนงานสำหรับ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน แสดงข้อมูลชุดหนึ่ง แต่ รายงานกระทบยอดและรายการข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน แสดงอีกชุด และ
หลักฐานอนุมัติและบันทึกการแก้ไขลำดับที่ 6 ยังไม่มีผู้ยืนยัน
หากทีมเลือกแก้รายงานปลายทางทันที ตัวเลขอาจดูตรงชั่วคราวแต่ต้นเหตุยังอยู่ รอบถัดไปจึงเกิดความต่างซ้ำและไม่ทราบว่าฉบับใดได้รับอนุมัติ สำหรับหัวข้อ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
ให้ผูกย่อหน้านี้กับ รายงานกระทบยอดและรายการข้อยกเว้นของ
ดัชนีสัญญาระหว่างกัน และบันทึกว่า อนุมัติเกณฑ์ตรวจและวิธีปิดข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 8 ของแฟ้มงานนี้
วิธีที่ตรวจสอบได้: ทีมเปิด case ID ล็อก cut-off ตรวจเจ้าของข้อมูล และใช้เกณฑ์ “กำหนดขอบเขตและเจ้าของข้อมูลของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน” เป็นการตัดสินใจแรก จากนั้นบันทึก adjustment
แยกจากข้อมูลเดิม ให้ผู้ตรวจทานยืนยันผลต่อบัญชี ภาษี เอกสาร
หรือเงินสด แล้วปิดงานเมื่อข้อมูลทุกระบบตรงกัน ไม่ใช่เมื่อส่งอีเมลตอบแล้ว สำหรับหัวข้อ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ หลักฐานอนุมัติและบันทึกการแก้ไขลำดับที่ 6
และบันทึกว่า ทบทวนผลกับเอกสารจริงและแหล่งทางการก่อนใช้งาน
เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 9 ของแฟ้มงานนี้
ผลลัพธ์ที่ผู้บริหารควรเห็น: รายงานหนึ่งหน้าที่สรุปยอดหรือสถานะก่อนแก้ หลังแก้ ความต่างคงเหลือ root cause ผู้รับผิดชอบ และวันที่มาตรการป้องกันมีผล
รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจจากผลกระทบ ไม่ต้องอ่านบทสนทนาหรือไฟล์หลายเวอร์ชัน
สำหรับหัวข้อ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ ข้อมูลต้นทางและทะเบียนงานสำหรับ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน และบันทึกว่า กำหนดขอบเขตและเจ้าของข้อมูลของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 10 ของแฟ้มงานนี้
Owner, รอบทบทวน และ Escalation
Owner: หัวหน้าบัญชีเป็น process owner โดยผู้จัดทำ reconciliation และผู้อนุมัติรายการปรับปรุงต้องแยกจากกัน การระบุ owner ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นทำทุกขั้น
แต่หมายถึงรับผิดชอบให้ข้อมูลครบ ตัดสินใจถูกระดับ และปิดรายการตาม SLA สำหรับหัวข้อ
ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ รายงานกระทบยอดและรายการข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน และบันทึกว่า อนุมัติเกณฑ์ตรวจและวิธีปิดข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 11 ของแฟ้มงานนี้
รอบทบทวน: ทำตาม close calendar ทุกเดือนและสรุปรายการเกิน SLA ใน monthly review ควรมี dashboard แสดงจำนวนเคสใหม่ เคสปิด เคสเกินกำหนด และมูลค่าความต่าง
เพื่อแยกปัญหาครั้งเดียวออกจากปัญหาเชิงระบบ สำหรับหัวข้อ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
ให้ผูกย่อหน้านี้กับ หลักฐานอนุมัติและบันทึกการแก้ไขลำดับที่ 6 และบันทึกว่า ทบทวนผลกับเอกสารจริงและแหล่งทางการก่อนใช้งาน เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 12 ของแฟ้มงานนี้
Escalation: รายการไม่ทราบสาเหตุ มูลค่าสูง หรือค้างข้ามงวดต้องแจ้ง CFO ก่อนล็อกงวด ไม่ใช้บัญชีพักเพื่อเลื่อนปัญหา เกณฑ์ escalation ต้องตกลงล่วงหน้า เช่น มูลค่า อายุรายการ
ผลต่อการยื่นแบบ หรือความเสี่ยงทุจริต
เพื่อไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานต้องตัดสินใจคนเดียวในวันที่เวลาเหลือน้อย สำหรับหัวข้อ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ ข้อมูลต้นทางและทะเบียนงานสำหรับ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
และบันทึกว่า กำหนดขอบเขตและเจ้าของข้อมูลของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 13 ของแฟ้มงานนี้
เช็กลิสต์ความเสี่ยงก่อนอนุมัติ
- ใช้ชื่อรายการหรือคำอธิบายสั้น ๆ แทนการตรวจข้อเท็จจริงของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
- ข้อมูลจาก ข้อมูลต้นทางและทะเบียนงานสำหรับ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ไม่ตรงกับ รายงานกระทบยอดและรายการข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
- แก้ปลายทางโดยไม่แก้ master data หรือกระบวนการที่ทำให้ หลักฐานอนุมัติและบันทึกการแก้ไขลำดับที่ 6 ผิด
- ไม่มีผู้อนุมัติ วันมีผล หรือหลักฐานว่ารายการแก้ไขถูกนำไปใช้ครบทุกระบบ
- รอจนถึงวันยื่น วันจ่าย หรือวันส่งธนาคารจึงเริ่มกระทบยอดและขอข้อมูล
เมื่อพบความเสี่ยงหนึ่งข้อไม่ได้แปลว่าต้องหยุดทุกกรณี แต่ต้องเพิ่มหลักฐานหรือระดับอนุมัติให้เหมาะสม รายการที่ทำซ้ำควรถูกเปลี่ยนเป็น system control เช่น validation,
maker-checker, locked master field หรือ exception report
ส่วนรายการที่เกิดน้อยแต่ผลกระทบสูงควรมี checklist และผู้เชี่ยวชาญทบทวนก่อนดำเนินการ สำหรับหัวข้อ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ รายงานกระทบยอดและรายการข้อยกเว้นของ
ดัชนีสัญญาระหว่างกัน และบันทึกว่า
อนุมัติเกณฑ์ตรวจและวิธีปิดข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 14 ของแฟ้มงานนี้
เชื่อมงานกับบัญชี ภาษี และการบริหาร
TP: ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ไม่ควรถูกปิดอยู่ในฝ่ายเดียว ให้ระบุ downstream impact ตั้งแต่ต้นว่าอาจเปลี่ยน GL, tax return, payroll, bank mandate, contract, cash forecast หรือ
management report ใดบ้าง หลังดำเนินการให้เจ้าของ downstream
ยืนยันว่ารับข้อมูลใหม่แล้ว การส่งสำเนาเอกสารโดยไม่มี confirmation ยังไม่ถือว่าการเชื่อมระบบเสร็จ สำหรับหัวข้อ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ
หลักฐานอนุมัติและบันทึกการแก้ไขลำดับที่ 6 และบันทึกว่า
ทบทวนผลกับเอกสารจริงและแหล่งทางการก่อนใช้งาน เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 15 ของแฟ้มงานนี้
ทีม A Plus สามารถช่วยตรวจข้อเท็จจริง ออกแบบ reconciliation และกำหนด owner กับ close evidence ให้เหมาะกับกิจการ ดูขอบเขต บริการที่เกี่ยวข้องกับ TP: ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
ก่อนส่งข้อมูลเพื่อประเมินงาน
โดยจะยืนยันขอบเขตและเอกสารที่ต้องใช้ก่อนเสนอวิธีดำเนินการ สำหรับหัวข้อ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ ข้อมูลต้นทางและทะเบียนงานสำหรับ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
และบันทึกว่า กำหนดขอบเขตและเจ้าของข้อมูลของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 16 ของแฟ้มงานนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข้อมูลทางการ
บทความนี้อธิบาย workflow และการควบคุมทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยข้อเท็จจริงเฉพาะราย กฎหมาย ระบบ และข้อกำหนดอาจเปลี่ยนได้ จึงควรตรวจข้อมูลฉบับล่าสุดและเอกสารจริงก่อนยื่น ลงนาม
หรือชำระเงิน สำหรับหัวข้อ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ให้ผูกย่อหน้านี้กับ
รายงานกระทบยอดและรายการข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน และบันทึกว่า อนุมัติเกณฑ์ตรวจและวิธีปิดข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน เป็นบริบทตรวจสอบลำดับที่ 17 ของแฟ้มงานนี้
- กรมสรรพากร: แบบและคำอธิบาย Transfer Pricing — แบบรายงานและคำอธิบายสำหรับกิจการที่มีความสัมพันธ์กัน
- OECD: Thailand Transfer Pricing Country Profile — ภาพรวมกติกาและแนวปฏิบัติราคาโอนของประเทศไทย
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง TP: ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร
และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
TP: ดัชนีสัญญาระหว่างกัน ควรเริ่มตรวจจากอะไร
เริ่มจากกำหนด cut-off และรวบรวม ข้อมูลต้นทางและทะเบียนงานสำหรับ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน, รายงานกระทบยอดและรายการข้อยกเว้นของ ดัชนีสัญญาระหว่างกัน และ
หลักฐานอนุมัติและบันทึกการแก้ไขลำดับที่ 6 จากแหล่งต้นทางเดียวกันก่อนเลือกวิธีแก้
ใครควรเป็นผู้อนุมัติเรื่อง TP: ดัชนีสัญญาระหว่างกัน
หัวหน้าบัญชีเป็น process owner โดยผู้จัดทำ reconciliation และผู้อนุมัติรายการปรับปรุงต้องแยกจากกัน
ควรทบทวน TP: ดัชนีสัญญาระหว่างกัน บ่อยแค่ไหน
ทำตาม close calendar ทุกเดือนและสรุปรายการเกิน SLA ใน monthly review
เมื่อข้อมูลไม่ตรงกันควรทำอย่างไร
กำหนดสถานะรอยืนยัน แยกประเภทความต่าง บันทึกผู้รับผิดชอบและหยุดรายการที่กระทบบุคคลภายนอกจนกว่าจะมีหลักฐานและการอนุมัติครบ