หากธุรกิจของคุณผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าที่อยู่ในบัญชี "มอก. บังคับ" เช่น เต้ารับ-เต้าเสียบไฟฟ้า ของเล่นเด็ก หรือเหล็กเส้นก่อสร้าง

คุณต้องขอใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ก่อนวางขาย มิฉะนั้นสินค้าจะถูกอายัดและมีโทษปรับ

บทความนี้สรุปว่าสินค้าประเภทใดต้องขอ มอก. บังคับ และขั้นตอนที่ SME ต้องเตรียมตัว

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) แบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ มอก. ทั่วไป (สมัครใจ) ที่ผู้ประกอบการเลือกขอเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และ มอก. บังคับ

ที่กฎหมายกำหนดให้สินค้าบางประเภทต้องผ่านการรับรองก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายในประเทศไทย

หากฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ SME ที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับสินค้าอุตสาหกรรมควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสินค้าของตนต้องขอ มอก.

บังคับหรือไม่ก่อนเริ่มผลิตหรือนำเข้าจริง

สารบัญบทความ
  1. 1. มอก. บังคับ คืออะไร ต่างจาก มอก. ทั่วไปอย่างไร
  2. 2. ตัวอย่างสินค้าที่มักเข้าข่าย มอก. บังคับ
  3. 3. ขั้นตอนการขอใบอนุญาต มอก.
  4. 4. ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
  5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  6. ตัวอย่างสถานการณ์
  7. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  8. เช็กลิสต์ก่อนผลิตหรือนำเข้าสินค้าที่อาจเข้าข่าย มอก. บังคับ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ควรตรวจสอบ
  10. ตารางนำบทความไปใช้

1. มอก. บังคับ คืออะไร ต่างจาก มอก. ทั่วไปอย่างไร

มอก. บังคับ คือมาตรฐานที่กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศกำหนดให้สินค้าบางประเภทต้องผ่านการรับรองคุณภาพและความปลอดภัยตามเกณฑ์ที่กำหนดก่อนวางขายในตลาด

โดยมีเหตุผลหลักด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภคหรือสิ่งแวดล้อม เช่น สินค้าที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า

สินค้าที่ใช้กับเด็ก หรือวัสดุก่อสร้างที่กระทบความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร

ในขณะที่ มอก. ทั่วไปเป็นเรื่องความสมัครใจ ผู้ประกอบการสามารถเลือกขอหรือไม่ขอก็ได้ตามกลยุทธ์การตลาด แต่ มอก. บังคับไม่มีทางเลือก

หากสินค้าของคุณอยู่ในบัญชีที่กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศ ต้องขอใบอนุญาตให้เรียบร้อยก่อนจึงจะผลิต นำเข้า

หรือจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมาย

2. ตัวอย่างสินค้าที่มักเข้าข่าย มอก. บังคับ

บัญชีสินค้าที่ต้องขอ มอก. บังคับมีการปรับปรุงและเพิ่มเติมอยู่เสมอ ตัวอย่างกลุ่มสินค้าที่ผู้ประกอบการ SME พบบ่อย ได้แก่:

  • อุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน เช่น เต้ารับ-เต้าเสียบ สายไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท
  • ของเล่นเด็ก ที่ต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัยก่อนวางขาย
  • วัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ท่อร้อยสายไฟ ปูนซีเมนต์บางประเภท
  • ถังแก๊สและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับก๊าซหุงต้ม
  • ผลิตภัณฑ์ยานยนต์บางประเภท เช่น ยางรถยนต์ กระจกนิรภัย

เนื่องจากบัญชีสินค้ามีการเพิ่มเติมและแก้ไขเป็นระยะ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดยตรง

เพื่อยืนยันว่าสินค้าที่ตนผลิตหรือนำเข้าอยู่ในบัญชี มอก. บังคับหรือไม่ในปัจจุบัน

3. ขั้นตอนการขอใบอนุญาต มอก.

โดยทั่วไปขั้นตอนขอใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานมีลำดับดังนี้:

  • ยื่นคำขอต่อ สมอ. พร้อมเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และระบบควบคุมคุณภาพ
  • ส่งตัวอย่างสินค้าตรวจสอบ ที่ห้องปฏิบัติการที่ สมอ. รับรอง เพื่อทดสอบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด
  • ตรวจประเมินโรงงาน (สำหรับผู้ผลิตในประเทศ) เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจระบบควบคุมคุณภาพการผลิต
  • รับใบอนุญาตและเครื่องหมาย มอก. เมื่อผ่านทุกขั้นตอน สามารถนำเครื่องหมาย มอก. ไปติดบนสินค้าและบรรจุภัณฑ์ได้

สำหรับผู้นำเข้า อาจมีขั้นตอนเพิ่มเติมเรื่องการตรวจสอบสินค้านำเข้าที่ด่านศุลกากร ซึ่งต้องแสดงใบอนุญาต มอก. ก่อนสินค้าจะผ่านพิธีการนำเข้าได้

4. ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความพร้อมของเอกสาร โดยทั่วไปอาจใช้เวลาตั้งแต่หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน หากต้องมีการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ผ่านเกณฑ์ ส่วน

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการทดสอบสินค้าจะแตกต่างกันไปตามประเภทและจำนวนรายการสินค้า ผู้ประกอบการควรสอบถามอัตราค่าธรรมเนียมและระยะเวลาที่แน่นอนจาก สมอ.

โดยตรงก่อนวางแผนงบประมาณและไทม์ไลน์การเปิดตัวสินค้า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ผลิตหรือนำเข้าสินค้าก่อนตรวจสอบว่าต้องขอ มอก. บังคับหรือไม่ ทำให้ต้องหยุดสายการผลิตหรือถูกอายัดสินค้าที่ด่านศุลกากร
  • เข้าใจผิดว่า มอก. ทั่วไปกับ มอก. บังคับเหมือนกัน ทำให้ขอผิดประเภทหรือคิดว่าไม่จำเป็นต้องขอทั้งที่จริงเป็นข้อบังคับ
  • ไม่ติดตามการปรับปรุงบัญชีสินค้าบังคับ เพราะ สมอ. อาจเพิ่มสินค้าประเภทใหม่เข้าบัญชีบังคับเป็นระยะ
  • นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศโดยไม่ตรวจสอบว่าเข้าข่าย มอก. บังคับก่อนสั่งซื้อ ทำให้สินค้าตกค้างที่ด่านศุลกากรและเสียค่าใช้จ่ายเก็บรักษาเพิ่มเติม

ตัวอย่างสถานการณ์

ผู้ประกอบการรายหนึ่งนำเข้าเต้ารับ-เต้าเสียบไฟฟ้าจากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายในไทย โดยไม่ทราบว่าสินค้าประเภทนี้อยู่ในบัญชี มอก. บังคับ เมื่อสินค้าถึงด่านศุลกากร

เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าไม่มีใบอนุญาต มอก.

จึงกักสินค้าไว้และไม่อนุญาตให้นำเข้าจนกว่าจะดำเนินการขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง ทำให้ผู้ประกอบการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเก็บรักษาสินค้าที่ด่านเพิ่มขึ้นมาก

กรณีนี้แสดงให้เห็นความสำคัญของการตรวจสอบบัญชี มอก.

บังคับก่อนสั่งซื้อหรือนำเข้าสินค้าทุกครั้ง

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ก่อนเริ่มผลิต นำเข้า หรือวางขายสินค้าใหม่ ผู้ประกอบการควรตรวจสอบบัญชีสินค้า มอก. บังคับล่าสุดจากเว็บไซต์สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) หรือสอบถามเจ้าหน้าที่โดยตรง

หากสินค้าเข้าข่าย

ควรเผื่อเวลาดำเนินการขอใบอนุญาตล่วงหน้าก่อนกำหนดวางขายจริง เพื่อไม่ให้กระทบแผนธุรกิจและกระแสเงินสด

เช็กลิสต์ก่อนผลิตหรือนำเข้าสินค้าที่อาจเข้าข่าย มอก. บังคับ

สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนเริ่มธุรกิจ

  • ตรวจสอบบัญชีสินค้า มอก. บังคับล่าสุดจาก สมอ. ก่อนผลิตหรือสั่งซื้อสินค้าเข้ามา
  • เตรียมเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์และระบบควบคุมคุณภาพให้พร้อมก่อนยื่นคำขอ
  • ส่งตัวอย่างสินค้าให้ห้องปฏิบัติการที่ สมอ. รับรองตรวจสอบล่วงหน้า
  • สอบถามระยะเวลาและค่าธรรมเนียมที่แน่นอนจาก สมอ. เพื่อวางแผนงบประมาณและไทม์ไลน์

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • ผลิตหรือนำเข้าสินค้าก่อนตรวจสอบว่าต้องขอ มอก. บังคับหรือไม่
  • สับสนระหว่าง มอก. ทั่วไปที่สมัครใจกับ มอก. บังคับที่เป็นข้อกำหนดทางกฎหมาย
  • ไม่ติดตามการปรับปรุงบัญชีสินค้าบังคับที่อาจเพิ่มเติมสินค้าประเภทใหม่

แหล่งอ้างอิงที่ควรตรวจสอบ

  • สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (tisi.go.th)
  • กรมศุลกากร (customs.go.th) สำหรับขั้นตอนนำเข้าสินค้าควบคุม
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (dbd.go.th) สำหรับข้อมูลจดทะเบียนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
1. มอก. บังคับ คืออะไร ต่างจาก มอก. ทั่วไปอย่างไรตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
2. ตัวอย่างสินค้าที่มักเข้าข่าย มอก. บังคับตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
3. ขั้นตอนการขอใบอนุญาต มอก.ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มอก. บังคับต่างจาก มอก. ทั่วไปอย่างไร

มอก. บังคับเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่สินค้าบางประเภทต้องผ่านการรับรองก่อนผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ส่วน มอก.

ทั่วไปเป็นเรื่องสมัครใจที่ผู้ประกอบการเลือกขอเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือทางการตลาดเท่านั้น

จะรู้ได้อย่างไรว่าสินค้าของเราต้องขอ มอก. บังคับหรือไม่

ควรตรวจสอบบัญชีรายชื่อสินค้าที่ต้องขอ มอก. บังคับจากเว็บไซต์สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดยตรง หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ สมอ.

เนื่องจากบัญชีสินค้ามีการปรับปรุงเพิ่มเติมเป็นระยะ

นำเข้าสินค้าที่ต้องขอ มอก. บังคับโดยไม่มีใบอนุญาตมีผลอย่างไร

สินค้าจะถูกกักไว้ที่ด่านศุลกากรและไม่อนุญาตให้นำเข้าจนกว่าจะดำเนินการขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง ทำให้เสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายเก็บรักษาสินค้าเพิ่มเติม

ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนสั่งซื้อหรือนำเข้าทุกครั้ง

ขอใบอนุญาต มอก. ใช้เวลานานเท่าไหร่

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและความพร้อมของเอกสาร โดยทั่วไปอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน หากต้องปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ผ่านเกณฑ์ ควรสอบถามระยะเวลาที่แน่นอนจาก สมอ.

เพื่อวางแผนไทม์ไลน์ธุรกิจ

ผู้ผลิตในประเทศกับผู้นำเข้าต้องขอ มอก. ต่างกันหรือไม่

หลักเกณฑ์พื้นฐานคล้ายกัน แต่ผู้ผลิตในประเทศจะมีขั้นตอนตรวจประเมินโรงงานเพิ่มเติม ส่วนผู้นำเข้าต้องแสดงใบอนุญาต มอก. ที่ด่านศุลกากรก่อนสินค้าจะผ่านพิธีการนำเข้าได้

ควรสอบถามรายละเอียดกับ สมอ. ตามประเภทธุรกิจของตน

ค่าใช้จ่ายในการขอ มอก. บังคับประมาณเท่าไหร่

ค่าธรรมเนียมและค่าทดสอบสินค้าแตกต่างกันไปตามประเภทและจำนวนรายการสินค้า ไม่มีอัตราตายตัวที่ใช้ได้กับทุกกรณี

ผู้ประกอบการควรสอบถามอัตราที่แน่นอนจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมโดยตรงก่อนวางแผนงบประมาณ

หากขายสินค้าที่ต้อง มอก. บังคับโดยไม่มีใบอนุญาต มีความผิดหรือไม่

มีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ซึ่งอาจถูกอายัดสินค้าและมีบทลงโทษตามกฎหมาย ควรตรวจสอบและขอใบอนุญาตให้ถูกต้องก่อนวางจำหน่ายสินค้าที่เข้าข่ายบังคับทุกครั้ง

สำหรับ SME ที่ต้องการจัดระบบบัญชีและภาษีให้รัดกุมมากขึ้นโดยไม่ต้องศึกษาทุกรายละเอียดด้วยตัวเอง ลองพิจารณาภาพรวมบริการที่ปรึกษาบัญชีและภาษีของ A Plus Me เพื่อประกอบการตัดสินใจ