ถ้าบริษัทของคุณดำเนินธุรกิจหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์หรือหลายพื้นที่ในนิติบุคคลเดียว คำตอบสั้นๆ คือ TFRS 8 กำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงินแยกตาม
"ส่วนงานดำเนินงาน" (Operating Segment) ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
หากส่วนงานนั้นมีขนาดใหญ่พอตามเกณฑ์เชิงปริมาณ 10% แต่ในทางปฏิบัติมาตรฐานนี้บังคับใช้เฉพาะบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือกำลังยื่นขอเสนอขายหลักทรัพย์ ไม่ใช่ SME ทั่วไปทุกราย
มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 8 เรื่องส่วนงานดำเนินงาน (TFRS 8) เป็นมาตรฐานที่หลายเจ้าของธุรกิจ SME ไม่ค่อยคุ้นเคย
เพราะโดยหลักการแล้วมาตรฐานนี้บังคับใช้เฉพาะกิจการที่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ (Publicly Accountable Entities) เช่น
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่อยู่ระหว่างยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเพื่อเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน อย่างไรก็ตาม
เจ้าของธุรกิจที่วางแผนจะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต หรือกำลังขยายกิจการจนมีหลายสายผลิตภัณฑ์
ควรทำความเข้าใจหลักการนี้ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อวางระบบบัญชีบริหารให้รองรับการเปิดเผยข้อมูลได้ในอนาคต
สารบัญบทความ
ส่วนงานดำเนินงานคืออะไร
ส่วนงานดำเนินงาน (Operating Segment) หมายถึงส่วนประกอบของกิจการที่มีลักษณะครบ 3 ข้อ ได้แก่ (1) มีกิจกรรมทางธุรกิจที่อาจก่อให้เกิดรายได้และค่าใช้จ่าย (2)
ผลการดำเนินงานถูกทบทวนเป็นประจำโดย
"ผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดด้านการดำเนินงาน" (Chief Operating Decision Maker หรือ CODM) เพื่อใช้ตัดสินใจจัดสรรทรัพยากรและประเมินผลงาน และ (3)
มีข้อมูลทางการเงินแยกต่างหากสำหรับส่วนงานนั้น จุดที่ต่างจากมาตรฐานเดิมคือ TFRS 8 ใช้
"มุมมองของผู้บริหาร" (Management Approach) เป็นหลัก คือดูว่าองค์กรแบ่งส่วนงานภายในอย่างไรในการรายงานต่อผู้บริหารจริง ไม่ใช่กำหนดหลักเกณฑ์ตายตัวจากภายนอก เช่น
แบ่งตามประเภทผลิตภัณฑ์หรือภูมิศาสตร์แบบบังคับ
ใครบ้างที่ต้องปฏิบัติตาม TFRS 8
บริษัทที่ต้องเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานนี้คือกิจการที่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ได้แก่ บริษัทที่ตราสารหนี้หรือตราสารทุนซื้อขายในตลาดสาธารณะ
หรือกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการออกตราสารดังกล่าว
รวมถึงกิจการที่ถือสินทรัพย์ในฐานะทรัสตีให้กับกลุ่มบุคคลในวงกว้าง เช่น สถาบันการเงิน บริษัทประกันภัย และบริษัทหลักทรัพย์ ส่วน SME
ทั่วไปที่ใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) หรือมาตรฐาน
PAEs ที่ไม่เข้าเงื่อนไขข้างต้น โดยทั่วไปไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลตาม TFRS 8 แต่ควรตรวจสอบกับผู้สอบบัญชีเสมอ
เพราะเกณฑ์การจัดกลุ่มกิจการอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของสภาวิชาชีพบัญชีในแต่ละปี
เกณฑ์เชิงปริมาณ 10% ในการกำหนดส่วนงานที่รายงาน
เมื่อกิจการระบุส่วนงานดำเนินงานได้แล้ว ขั้นต่อไปคือพิจารณาว่าส่วนงานใดมีขนาดใหญ่พอที่ต้อง "รายงานแยก" (Reportable Segment)
โดยใช้เกณฑ์เชิงปริมาณอย่างน้อยหนึ่งข้อต่อไปนี้ ซึ่งโดยทั่วไปกำหนดไว้ที่ระดับ 10%
ของฐานเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้อง:
- รายได้ที่รายงานของส่วนงานนั้น (รวมรายได้จากลูกค้าภายนอกและรายได้ระหว่างส่วนงาน) มีสัดส่วนตั้งแต่ 10% ขึ้นไปของรายได้รวมทุกส่วนงาน
- กำไรหรือขาดทุนของส่วนงานนั้นมีมูลค่าสัมบูรณ์ตั้งแต่ 10% ขึ้นไปเมื่อเทียบกับมูลค่าที่มากกว่าระหว่างผลรวมกำไรของส่วนงานที่มีกำไรทั้งหมด กับผลรวมขาดทุนของส่วนงานที่ขาดทุนทั้งหมด
- สินทรัพย์ของส่วนงานนั้นมีสัดส่วนตั้งแต่ 10% ขึ้นไปของสินทรัพย์รวมทุกส่วนงาน
นอกจากนี้ มาตรฐานยังกำหนดเกณฑ์เสริมว่า หากส่วนงานที่รายงานรวมกันมีรายได้จากลูกค้าภายนอกน้อยกว่า 75% ของรายได้รวมทั้งกิจการ ต้องระบุส่วนงานเพิ่มเติมให้ครบจนกว่าจะถึงเกณฑ์ 75%
แม้ส่วนงานนั้นจะไม่เข้าเกณฑ์ 10% ก็ตาม
เพื่อให้ผู้ใช้งบการเงินเห็นภาพรวมกิจกรรมหลักของกิจการได้ครบถ้วน
ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยสำหรับแต่ละส่วนงาน
รายการเปิดเผยหลักตาม TFRS 8
- ปัจจัยที่ใช้ระบุส่วนงานที่รายงาน และประเภทของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่แต่ละส่วนงานสร้างรายได้
- กำไรหรือขาดทุนของแต่ละส่วนงาน พร้อมรายละเอียดรายได้และค่าใช้จ่ายสำคัญที่ CODM ใช้ทบทวนผลงาน
- สินทรัพย์รวมและหนี้สินรวมของแต่ละส่วนงาน (หากมีการรายงานตัวเลขนี้ให้ CODM)
- รายการกระทบยอด (Reconciliation) ระหว่างผลรวมของส่วนงานที่รายงานกับตัวเลขรวมในงบการเงินของกิจการทั้งหมด
- ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ และลูกค้ารายใหญ่ (หากมีลูกค้ารายใดสร้างรายได้ตั้งแต่ 10% ของรายได้รวมขึ้นไป ต้องเปิดเผยการพึ่งพาลูกค้ารายนั้น)
ตัวอย่างการจัดกลุ่มส่วนงานของธุรกิจ
สมมติบริษัทแห่งหนึ่งดำเนินธุรกิจ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง กลุ่มให้เช่าเครื่องจักรก่อสร้าง และกลุ่มบริการติดตั้งงานระบบ
โดยผู้บริหารระดับสูงได้รับรายงานผลกำไรขาดทุนแยกทั้ง 3 กลุ่มทุกเดือนเพื่อใช้ตัดสินใจจัดสรรงบลงทุน
หากพิจารณารายได้รวมทั้งบริษัท 100 ล้านบาท และกลุ่มจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมีรายได้ 70 ล้านบาท กลุ่มให้เช่าเครื่องจักรมีรายได้ 22 ล้านบาท ส่วนกลุ่มบริการติดตั้งมีรายได้เพียง 8
ล้านบาท จะพบว่ากลุ่มจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง (70%)
และกลุ่มให้เช่าเครื่องจักร (22%) เข้าเกณฑ์ 10% ของรายได้รวม จึงต้องรายงานแยกทั้งสองส่วนงาน ส่วนกลุ่มบริการติดตั้ง (8%) ไม่เข้าเกณฑ์รายได้
แต่ต้องตรวจสอบเกณฑ์กำไรขาดทุนและสินทรัพย์เพิ่มเติมก่อนสรุปว่าไม่ต้องรายงานแยก
เพราะเข้าเกณฑ์เพียงข้อเดียวก็ต้องรายงานแล้ว
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจัดทำรายงานส่วนงาน
จุดที่ฝ่ายบัญชีมักทำผิดพลาด
- ใช้เกณฑ์แบ่งส่วนงานตามโครงสร้างองค์กรในผังบัญชีเท่านั้น โดยไม่ได้ตรวจสอบว่าตรงกับรายงานที่ CODM ใช้ทบทวนจริงหรือไม่
- ลืมทำรายการกระทบยอดระหว่างผลรวมของส่วนงานกับตัวเลขรวมทั้งกิจการ ทำให้งบการเงินขาดความสอดคล้อง
- ไม่เปิดเผยข้อมูลลูกค้ารายใหญ่ที่มีรายได้เกิน 10% ของรายได้รวม ซึ่งเป็นข้อกำหนดเฉพาะที่มักถูกมองข้าม
- เข้าใจผิดว่าทุกบริษัทต้องเปิดเผยตาม TFRS 8 ทั้งที่มาตรฐานนี้จำกัดเฉพาะกิจการที่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะเท่านั้น
- ไม่ทบทวนการจัดกลุ่มส่วนงานใหม่เมื่อโครงสร้างธุรกิจเปลี่ยนแปลง เช่น ควบรวมหรือแยกหน่วยธุรกิจ
ความเชื่อมโยงกับการวางแผนภาษีและการบริหารจัดการ
แม้ TFRS 8 จะเป็นเรื่องการเปิดเผยข้อมูลทางบัญชี แต่ข้อมูลรายส่วนงานที่จัดทำอย่างเป็นระบบยังมีประโยชน์ต่อการบริหารภายใน เช่น การวิเคราะห์ความสามารถในการทำกำไรของแต่ละสายธุรกิจ
การตัดสินใจขยายหรือยุบหน่วยธุรกิจ
และการเตรียมข้อมูลสำหรับนักลงทุนหรือธนาคารที่ต้องการเห็นภาพรายละเอียดมากกว่างบการเงินรวม อย่างไรก็ตาม
การจัดกลุ่มส่วนงานเพื่อวัตถุประสงค์ทางบัญชีไม่ควรนำไปใช้สรุปผลกระทบทางภาษีโดยตรง
เนื่องจากภาษีเงินได้นิติบุคคลคำนวณจากกำไรสุทธิทางภาษีของทั้งนิติบุคคล ไม่ได้แยกตามส่วนงาน
จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีแยกต่างหากหากต้องการวางแผนภาษีตามผลประกอบการรายหน่วยธุรกิจ
แนวทางปฏิบัติที่แนะนำ
- ตรวจสอบกับผู้สอบบัญชีตั้งแต่เนิ่นๆ ว่ากิจการเข้าเงื่อนไขต้องปฏิบัติตาม TFRS 8 หรือไม่ โดยเฉพาะหากมีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์
- ออกแบบรายงานผลการดำเนินงานภายในให้สอดคล้องกับมุมมองของผู้บริหารตั้งแต่ต้น เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดเผยข้อมูลในอนาคต
- จัดทำรายการกระทบยอดระหว่างข้อมูลส่วนงานกับงบการเงินรวมทุกงวดบัญชี เพื่อลดข้อผิดพลาดตอนปิดงบประจำปี
- ทบทวนการจัดกลุ่มส่วนงานทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานบัญชีเมื่อไม่แน่ใจว่าส่วนงานใดเข้าเกณฑ์ต้องรายงานแยก
สรุป
TFRS 8 เป็นมาตรฐานที่ใช้มุมมองของผู้บริหารเป็นหลักในการกำหนดส่วนงานดำเนินงาน และกำหนดเกณฑ์เชิงปริมาณ 10% เพื่อคัดเลือกส่วนงานที่ต้องรายงานแยก
มาตรฐานนี้บังคับใช้เฉพาะกิจการที่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ แต่ SME
ที่วางแผนขยายกิจการหรือเข้าตลาดทุนในอนาคตควรเริ่มวางระบบรายงานผลการดำเนินงานแยกตามหน่วยธุรกิจตั้งแต่เนิ่นๆ
เพื่อให้พร้อมรับมือกับข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลที่ซับซ้อนขึ้นเมื่อกิจการเติบโต
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
ตารางนำบทความไปใช้
| ประเด็น | สิ่งที่ต้องตรวจ | ผลที่ต้องบันทึก |
|---|---|---|
| ส่วนงานดำเนินงานคืออะไร | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ |
| ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน | ||
| ใครบ้างที่ต้องปฏิบัติตาม TFRS 8 | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| เกณฑ์เชิงปริมาณ 10% ในการกำหนดส่วนงานที่รายงาน |
| ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
โดยทั่วไปไม่บังคับ เพราะ TFRS 8 ใช้เฉพาะกิจการที่มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ เช่น คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
TFRS 8 บังคับใช้กับ SME ทั่วไปหรือไม่
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือกำลังยื่นเสนอขายหลักทรัพย์ ควรตรวจสอบสถานะกิจการกับผู้สอบบัญชีเพื่อความชัดเจน ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน ส่วนงานดำเนินงานพิจารณาจากมุมมองที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดใช้ทบทวนผลงานจริง ซึ่งอาจต่างจากโครงสร้างหน่วยงานในผังบัญชีภายใน ใช้ได้ 3 ทาง คือ สัดส่วนรายได้ กำไรขาดทุน หรือสินทรัพย์ของส่วนงานเทียบกับฐานรวมทั้งกิจการ หากเข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งตั้งแต่ 10% ขึ้นไปต้องรายงานแยก ต้องระบุส่วนงานเพิ่มเติมให้รายงานจนกว่าผลรวมรายได้จากลูกค้าภายนอกของส่วนงานที่รายงานจะถึง 75% ของรายได้รวมทั้งกิจการ แม้ส่วนงานนั้นจะไม่เข้าเกณฑ์ 10% ก็ตาม ต้องเปิดเผย หากมีลูกค้ารายใดสร้างรายได้ตั้งแต่ 10% ของรายได้รวมทั้งกิจการขึ้นไป มาตรฐานกำหนดให้เปิดเผยการพึ่งพาลูกค้ารายนั้นในหมายเหตุประกอบงบการเงิน การจัดกลุ่มส่วนงานเป็นเรื่องการเปิดเผยข้อมูลบัญชี ไม่ได้เปลี่ยนวิธีคำนวณภาษีซึ่งคำนวณจากกำไรสุทธิทางภาษีทั้งนิติบุคคล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีแยกต่างหากหากต้องการวิเคราะห์ผลประกอบการรายหน่วยธุรกิจเพื่อวางแผนภาษี ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานการบัญชีเพื่อตรวจสอบสถานะความรับผิดชอบต่อสาธารณะของกิจการก่อนตัดสินใจว่าต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนงานหรือไม่ส่วนงานดำเนินงานกับหน่วยงานในผังบัญชีเหมือนกันหรือไม่
เกณฑ์ 10% ใช้กับตัวเลขอะไรบ้าง
ถ้าส่วนงานที่รายงานรวมกันมีรายได้ไม่ถึง 75% ของรายได้รวมต้องทำอย่างไร
ต้องเปิดเผยข้อมูลลูกค้ารายใหญ่หรือไม่
การจัดกลุ่มส่วนงานมีผลต่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่
หากไม่แน่ใจว่ากิจการต้องปฏิบัติตาม TFRS 8 หรือไม่ควรทำอย่างไร
การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบภาระภาษีและวางระบบบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ จะช่วยให้วางแผนงานได้แม่นยำขึ้น สามารถดูรายละเอียดบริการบัญชีและภาษีทั้งหมดของ A Plus Me
เพิ่มเติมได้