เมื่อธุรกิจขยายตัวจนมีหลายบริษัทในกลุ่ม การแบ่งปันค่าใช้จ่าย เช่น ค่าบริหาร ค่าการตลาด หรือค่าทรัพย์สินทางปัญญา ระหว่างกันจำเป็นต้องเป็นไปตามหลัก Arm's Length Principle

และกฎหมาย Transfer Pricing ของไทย บทความนี้อธิบายหลักการ ความเสี่ยง

และวิธีจัดทำเอกสารที่ถูกต้อง

สารบัญบทความ
  1. Transfer Pricing คืออะไร และทำไม SME ต้องสนใจ
  2. ธุรกรรมระหว่างกลุ่มที่พบบ่อยและความเสี่ยงทางภาษี
  3. หลัก Arm's Length Principle คืออะไร
  4. เอกสาร Transfer Pricing ที่กฎหมายไทยกำหนด
  5. APA: ข้อตกลงราคาล่วงหน้ากับสรรพากร
  6. แนวปฏิบัติสำหรับ SME ที่มีกลุ่มบริษัท
  7. บทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม

Transfer Pricing คืออะไร และทำไม SME ต้องสนใจ

Transfer Pricing คือการกำหนดราคาสำหรับการซื้อขายสินค้า บริการ หรือสิทธิต่าง ๆ ระหว่างบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน (Related Parties) ในประเทศไทย มาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่รอบบัญชีปี 2562 เป็นต้นมา

กำหนดให้ธุรกรรมดังกล่าวต้องเป็นราคาตลาด (Arm's Length Price) เพื่อป้องกันการโยกย้ายกำไรระหว่างบริษัท

แม้ว่ากฎหมาย Transfer Pricing มักถูกพูดถึงในบริบทของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ แต่ SME ที่มีโครงสร้างกลุ่มบริษัทก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

โดยเฉพาะหากมีการแบ่งปันค่าใช้จ่ายระหว่างบริษัทในกลุ่มโดยไม่มีเหตุผลทางการค้าที่ชัดเจนหรือราคาไม่สะท้อนตลาด

ธุรกรรมระหว่างกลุ่มที่พบบ่อยและความเสี่ยงทางภาษี

ธุรกรรม Intercompany ที่พบบ่อยในกลุ่ม SME ได้แก่

  • ค่าบริหารจัดการ (Management Fee): บริษัทแม่เรียกเก็บค่าบริหารจากบริษัทลูก หากไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีการให้บริการจริงและราคาสมเหตุสมผล สรรพากรอาจไม่ยอมรับเป็นค่าใช้จ่าย
  • ค่าสิทธิ (Royalty): การจ่ายค่าสิทธิสำหรับการใช้เครื่องหมายการค้าหรือสูตรสินค้า ต้องมีสัญญาชัดเจนและอัตราเทียบเคียงได้กับตลาด
  • ดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างกลุ่ม: อัตราดอกเบี้ยต้องใกล้เคียงกับตลาดการเงิน ไม่ใช่กำหนดตามอำเภอใจ
  • การจำหน่ายสินค้าระหว่างกลุ่ม: ราคาซื้อขายต้องสะท้อนราคาตลาด ไม่ใช่ราคาที่สร้างขึ้นเพื่อโยกกำไร

หลัก Arm's Length Principle คืออะไร

Arm's Length Principle หมายความว่าการกำหนดราคาระหว่างบริษัทในกลุ่มต้องเป็นเช่นเดียวกับที่บุคคลภายนอกที่ไม่มีความสัมพันธ์กันจะตกลงกันในสถานการณ์เดียวกัน

กรมสรรพากรกำหนดวิธีการเปรียบเทียบราคาหลัก ๆ ดังนี้

วิธีการคำอธิบายเหมาะกับ
CUP (Comparable Uncontrolled Price)เปรียบเทียบกับราคาที่บุคคลอิสระซื้อขายจริงสินค้าที่มีราคาตลาดชัดเจน
RPM (Resale Price Method)คำนวณจากราคาขายต่อลบกำไรขั้นต้นมาตรฐานการจัดจำหน่ายสินค้า
CPM (Cost Plus Method)คำนวณจากต้นทุนบวกกำไรที่เหมาะสมการผลิตและบริการ
TNMM (Transactional Net Margin Method)เปรียบเทียบอัตรากำไรสุทธิกับบริษัทอิสระที่เปรียบเทียบได้พบบ่อยที่สุดในทางปฏิบัติ

เอกสาร Transfer Pricing ที่กฎหมายไทยกำหนด

สำหรับบริษัทที่มีรายได้เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด กรมสรรพากรกำหนดให้จัดทำเอกสารดังนี้ โดยอ้างอิงจากประกาศอธิบดีกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้อง

  • Local File: เอกสารรายละเอียดธุรกรรมระหว่างกลุ่มในระดับบริษัทไทย รวมถึงการวิเคราะห์ความสามารถในการเปรียบเทียบ (Comparability Analysis)
  • Master File: ภาพรวมของกลุ่มบริษัททั้งหมด รวมโครงสร้างองค์กร นโยบาย Transfer Pricing และข้อมูลทางการเงินระดับกลุ่ม
  • CbCR (Country-by-Country Report): รายงานสำหรับกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้รวมเกิน 28,000 ล้านบาท
  • แบบแสดงรายการ TP Disclosure: แนบพร้อมแบบ ภ.ง.ด.50 เปิดเผยธุรกรรมระหว่างกลุ่มที่มีนัยสำคัญ

APA: ข้อตกลงราคาล่วงหน้ากับสรรพากร

Advance Pricing Agreement (APA) คือการทำข้อตกลงกับกรมสรรพากรล่วงหน้าเพื่อยืนยันว่าราคาที่กำหนดในธุรกรรมระหว่างกลุ่มเป็นราคา Arm's Length ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนทางภาษีในอนาคต

แม้จะเหมาะกับบริษัทขนาดใหญ่มากกว่า แต่ SME

ที่มีธุรกรรมระหว่างกลุ่มมูลค่าสูงก็สามารถพิจารณาได้

แนวปฏิบัติสำหรับ SME ที่มีกลุ่มบริษัท

เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบ Transfer Pricing ควรดำเนินการดังนี้

  • ทำสัญญาลายลักษณ์อักษรสำหรับทุกธุรกรรมระหว่างกลุ่ม ระบุราคา เงื่อนไข และเหตุผล
  • ทบทวนราคาระหว่างกลุ่มทุกปีเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพตลาด
  • เก็บหลักฐานการให้บริการจริง เช่น รายงาน ใบแจ้งหนี้ อีเมล และบันทึกการประชุม
  • จัดทำ Benchmarking Study เพื่อเปรียบเทียบราคากับตลาด หากธุรกรรมมีมูลค่าสูง
  • ปรึกษาที่ปรึกษาภาษีที่มีความเชี่ยวชาญ Transfer Pricing โดยเฉพาะ

บทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม

หากสรรพากรตรวจพบว่าราคาธุรกรรมระหว่างกลุ่มไม่เป็นไปตามหลัก Arm's Length มีอำนาจ

  • ปรับราคาธุรกรรมให้เป็นราคาตลาดและคำนวณภาษีใหม่
  • เรียกเก็บภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
  • กรณีไม่จัดทำเอกสาร TP ตามที่กำหนด มีโทษปรับตามที่กฎหมายกำหนด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มาตรา 71 ทวิ บังคับใช้กับ SME ขนาดเล็กด้วยหรือไม่?

บังคับใช้กับทุกบริษัทที่ทำธุรกรรมกับบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน แต่ภาระการจัดทำเอกสารจะหนักหรือเบาขึ้นกับรายได้และมูลค่าธุรกรรม SME

ขนาดเล็กที่มีธุรกรรมระหว่างกลุ่มน้อยอาจได้รับการยกเว้นบางส่วน

Management Fee ระหว่างบริษัทในกลุ่มหักภาษีได้เสมอหรือไม่?

ไม่เสมอ กรมสรรพากรจะตรวจสอบว่ามีการให้บริการจริง ราคาสมเหตุสมผล และมีหลักฐานรองรับ หากไม่ผ่านเกณฑ์ สรรพากรจะไม่ยอมรับ Management Fee เป็นค่าใช้จ่าย

Benchmarking Study คืออะไร และจำเป็นต้องทำหรือไม่?

Benchmarking Study คือการวิจัยเพื่อหาราคาหรืออัตรากำไรของบริษัทอิสระที่เปรียบเทียบได้เพื่อพิสูจน์ว่าราคาระหว่างกลุ่มเป็น Arm's Length จำเป็นมากสำหรับธุรกรรมมูลค่าสูง แต่ SME

ขนาดเล็กอาจใช้ข้อมูลอื่นทดแทนได้

หากบริษัทในกลุ่มตั้งในต่างประเทศ กฎ Transfer Pricing ไทยยังบังคับใช้หรือไม่?

ใช่ มาตรา 71 ทวิ บังคับใช้กับธุรกรรมทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาอนุสัญญาภาษีซ้อนและกฎหมายของประเทศคู่สัญญาด้วย

APA เหมาะกับ SME ขนาดไหน?

APA เหมาะกับบริษัทที่มีธุรกรรมระหว่างกลุ่มมูลค่าสูงและต้องการความแน่นอนทางภาษีในระยะยาว สำหรับ SME ขนาดเล็กที่มีธุรกรรมไม่ซับซ้อน การจัดทำเอกสารที่ดีและสัญญาชัดเจนอาจเพียงพอ

ต้องยื่น TP Disclosure ทุกปีหรือไม่?

ต้องยื่นสำหรับรอบบัญชีที่มีธุรกรรมกับบริษัทที่มีความสัมพันธ์กันเกินมูลค่าที่กำหนด โดยแนบพร้อมแบบ ภ.ง.ด.50 ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของกรมสรรพากรที่ rd.go.th เพื่อความถูกต้อง

ดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างบริษัทในกลุ่มต้องคิดอัตราเท่าไร?

ต้องคิดอัตราดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงกับอัตราตลาด เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สถาบันการเงิน ณ เวลาที่กู้ยืม หากคิดต่ำกว่ามากหรือไม่คิดดอกเบี้ยเลย

สรรพากรอาจปรับเป็นรายได้ดอกเบี้ยของผู้ให้กู้

เมื่อพร้อมส่งข้อมูลเพื่อประเมินงาน ทีม A Plus Me ยินดีให้คำแนะนำผ่านหน้าบริการเสริมตามลักษณะปัญหาของแต่ละกิจการ