ถ้าบริษัทของคุณมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี กฎหมายภาษีไทยมีสิทธิประโยชน์พิเศษให้

ที่หลายคนยังไม่รู้ว่าตัวเองได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องยื่นขอเพิ่มเติม

สารบัญบทความ
  1. ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME คืออะไร ทำไมถึงต่างจากบริษัทใหญ่
  2. เกณฑ์ที่ต้องครบ ก่อนจะใช้อัตราภาษีขั้นบันได SME
  3. อัตราภาษีขั้นบันได SME ปี 2567–2569 เป็นอย่างไร
  4. เงื่อนไขเพิ่มเติมที่หลายคนมองข้าม
  5. ใช้สิทธิ์อย่างไร ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ให้ถูกต้อง
  6. สิทธิประโยชน์ภาษีอื่นที่ SME ควรรู้ไว้ควบคู่กัน
  7. ความผิดพลาดที่เจ้าของ SME มักเจอเรื่องภาษีขั้นบันได
  8. วางแผนภาษีให้ถูกทิศ ไม่ใช่แค่ยื่นให้ทัน
  9. สรุป: SME ไทยได้สิทธิ์ดีมาก แต่ต้องรู้เงื่อนไขให้ครบ
  10. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME คืออะไร ทำไมถึงต่างจากบริษัทใหญ่

บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในไทยต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT — Corporate Income Tax) จากกำไรสุทธิที่คำนวณได้ในแต่ละรอบบัญชี อัตราภาษีมาตรฐานอยู่ที่ 20%

ของกำไรสุทธิ แต่กฎหมายเปิดทางให้บริษัทขนาดเล็กที่เข้าเกณฑ์ "SME" ได้ใช้

อัตราแบบขั้นบันได (Progressive Rate) ซึ่งมีทั้งส่วนที่ยกเว้น (0%) และอัตราต่ำกว่ามาตรฐาน

แนวคิดเบื้องหลังคือรัฐต้องการลดภาระภาษีให้ธุรกิจขนาดเล็กที่ยังอยู่ในช่วงสร้างฐานรายได้ เพื่อให้มีกำไรเหลือนำไปลงทุนต่อและสร้างการจ้างงาน สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ สิทธิ์นี้

ไม่ต้องยื่นขอพิเศษ — ถ้าคุณเข้าเงื่อนไข

ก็ใช้อัตรานี้ได้เลยเมื่อยื่น ภ.ง.ด.50

เกณฑ์ที่ต้องครบ ก่อนจะใช้อัตราภาษีขั้นบันได SME

กฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้ 2 ข้อหลักที่ต้องผ่านพร้อมกัน ขาดข้อใดข้อหนึ่งก็หมดสิทธิ์ใช้อัตรา SME ทันที

  • ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี ไม่เกิน 5 ล้านบาท
  • รายได้รวมจากการขายสินค้าและให้บริการในรอบบัญชีนั้น ไม่เกิน 30 ล้านบาท

หมายเหตุสำคัญ: "รายได้รวม" ในที่นี้หมายถึงรายได้จากกิจการ ไม่ใช่กำไรสุทธิ บริษัทที่มียอดขาย 28 ล้านบาทแต่มีต้นทุนสูงจนขาดทุนก็ยังเข้าเกณฑ์

รายได้นี้ยังไม่รวมรายได้อื่นที่ไม่ใช่จากการดำเนินงานหลัก เช่น ดอกเบี้ยรับ

หรือกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ — แต่ควรตรวจสอบกับนักบัญชีเพื่อความแน่ใจ (ควรขอผู้เชี่ยวชาญยืนยันตัวเลขที่นับรวมในรายได้)

อัตราภาษีขั้นบันได SME ปี 2567–2569 เป็นอย่างไร

สำหรับบริษัทที่เข้าเกณฑ์ทั้งสองข้อข้างต้น กำไรสุทธิจะถูกแบ่งคำนวณภาษีเป็นขั้น ดังนี้ (อ้างอิงจากพระราชกฤษฎีกาและประมวลรัษฎากรที่บังคับใช้ ณ ปี 2569 —

กรุณาตรวจสอบอัตราล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีอีกครั้ง)

กำไรสุทธิ (บาท) อัตราภาษี หมายเหตุ
0 – 300,000 0% ยกเว้นภาษีทั้งหมด
300,001 – 3,000,000 15% เฉพาะส่วนที่เกิน 3 แสน
เกิน 3,000,000 20% เท่ากับอัตรามาตรฐาน

ตัวอย่างง่าย ๆ: บริษัท A มีกำไรสุทธิ 1,200,000 บาท และเข้าเกณฑ์ SME

  • กำไร 300,000 บาทแรก: เสียภาษี 0 บาท
  • กำไรส่วนที่เหลือ 900,000 บาท: เสียภาษี 15% = 135,000 บาท
  • ภาษีรวมที่จ่ายจริง: 135,000 บาท (อัตราเฉลี่ยแท้จริงแค่ 11.25%)
  • หากใช้อัตรามาตรฐาน 20%: จะต้องจ่าย 240,000 บาท — ประหยัดไปได้ถึง 105,000 บาท

เงื่อนไขเพิ่มเติมที่หลายคนมองข้าม

นอกจากสองเกณฑ์หลัก ยังมีเงื่อนไขย่อยที่ต้องระวัง

กรณีที่ถือหุ้นระหว่างบริษัท (นิติบุคคลถือหุ้นข้ามกัน)

หากบริษัทของคุณมีนิติบุคคลอื่นถือหุ้นอยู่ด้วย หรือคุณไปถือหุ้นในนิติบุคคลอื่น อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "ผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลธรรมดาต้องไม่น้อยกว่า..."

ซึ่งแตกต่างกันตามพระราชกฤษฎีกาแต่ละฉบับที่บังคับใช้

ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนยื่นแบบทุกปี

รอบบัญชีไม่ครบ 12 เดือน

บริษัทเปิดใหม่ปีแรกที่มีรอบบัญชีไม่เต็ม 12 เดือน ยังสามารถใช้อัตราขั้นบันได SME ได้ แต่เกณฑ์กำไรสุทธิ 300,000 บาทที่ยกเว้นจะถูกปรับตามสัดส่วนเดือนที่มีจริงในรอบบัญชีนั้น

ทุนจดทะเบียนกับทุนที่ชำระแล้ว

หลายคนสับสนระหว่าง "ทุนจดทะเบียน" กับ "ทุนที่ชำระแล้ว" กฎหมายดูจากทุนที่ชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี ไม่ใช่ทุนจดทะเบียนตามหนังสือบริคณห์สนธิ เพราะฉะนั้นบริษัทที่จดทุน 10

ล้านบาทแต่ชำระจริงแค่ 4 ล้าน ก็ยังอาจเข้าเกณฑ์ได้

(แต่ต้องตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีด้วยเสมอ)

ใช้สิทธิ์อย่างไร ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ให้ถูกต้อง

สิทธิประโยชน์นี้ไม่มีขั้นตอนยื่นขอล่วงหน้า แต่ต้องระบุให้ถูกต้องในแบบ ภ.ง.ด.50 ที่ยื่นปีละครั้งภายใน150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี (เช่น รอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม ต้องยื่นภายใน

30 พฤษภาคม ของปีถัดไป)

  • ตรวจสอบว่ายอดทุนชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท
  • รวบรวมรายได้จากการขาย/บริการทั้งรอบบัญชีว่าไม่เกิน 30 ล้านบาท
  • ระบุในแบบ ภ.ง.ด.50 ว่าใช้อัตราขั้นบันไดตามเกณฑ์ SME
  • ทีมบัญชีจะคำนวณภาษีแบ่งเป็นช่วงกำไรตามตารางด้านบน
  • อย่าลืมเรื่องภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ที่ต้องยื่นภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนของรอบบัญชี ซึ่งเป็นการประมาณจ่ายล่วงหน้า

หากไม่แน่ใจว่าบริษัทเข้าเกณฑ์หรือเปล่า แนะนำให้ทีมรับทำบัญชีรายเดือนช่วยตรวจก่อนยื่น เพราะการคำนวณผิดอาจทำให้เสียภาษีขาดหรือเกินได้

สิทธิประโยชน์ภาษีอื่นที่ SME ควรรู้ไว้ควบคู่กัน

นอกจากอัตราขั้นบันได ยังมีมาตรการสนับสนุน SME จากกรมสรรพากรที่เปลี่ยนแปลงตามนโยบายรัฐบาลในแต่ละปี ซึ่งควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีว่าบริษัทเข้าเกณฑ์หรือไม่ในรอบบัญชีนั้น ได้แก่

  • มาตรการหักรายจ่ายเพิ่มขึ้น (Enhanced Deduction) เช่น ค่าฝึกอบรมพนักงาน ค่าจ้างผู้พิการ หักได้เกิน 100% ของรายจ่ายจริง
  • มาตรการยกเว้นภาษีเพิ่มเติม สำหรับการซื้อเครื่องจักรหรือระบบ IT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามพระราชกฤษฎีกาแต่ละปี
  • การยกเว้น VAT สำหรับ SME รายเล็ก ที่รายรับไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความ VAT สำหรับ SME)
  • สิทธิประโยชน์ BOI สำหรับธุรกิจที่อยู่ในหมวดที่ส่งเสริมการลงทุน เช่น เทคโนโลยี เกษตร หรืออุตสาหกรรมเป้าหมาย — ซึ่งให้สิทธิ์ยกเว้นภาษีนิติบุคคลสูงกว่าอัตราขั้นบันได SME มาก

ความผิดพลาดที่เจ้าของ SME มักเจอเรื่องภาษีขั้นบันได

จากประสบการณ์ดูแลลูกค้า SME พบปัญหาซ้ำ ๆ หลายจุด

เพิ่มทุนแล้วหลุดเกณฑ์โดยไม่ตั้งใจ

บางบริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อขอสินเชื่อหรือทำสัญญาราชการ แต่ลืมคิดว่าถ้าชำระทุนเกิน 5 ล้านบาทก็จะหมดสิทธิ์อัตราขั้นบันได SME ในรอบบัญชีนั้น

ก่อนเพิ่มทุนควรให้นักบัญชีคำนวณผลกระทบด้านภาษีก่อนเสมอ โดยเฉพาะหากกำไรสุทธิใกล้เพดาน 3 ล้านบาท

รายได้ทะลุ 30 ล้านโดยไม่รู้ตัว

ธุรกิจที่เติบโตเร็วอาจมียอดขายพุ่งข้ามเกณฑ์ 30 ล้านบาทกลางปี บางครั้งเจ้าของเพิ่งรู้ตอนปิดงบ ส่งผลให้ต้องคำนวณภาษีด้วยอัตรา 20% ทั้งหมด แทนที่จะเป็นขั้นบันได

ควรให้ทีมบัญชีติดตามยอดรายได้สะสมรายไตรมาส เพื่อวางแผนล่วงหน้าได้ทัน

นับรายได้ผิด หรือคำนวณกำไรสุทธิผิดเกณฑ์

กำไร "ทางบัญชี" กับกำไร "ทางภาษี" ต่างกัน เพราะมีรายจ่ายบางรายการที่บัญชียอมให้บันทึก แต่ภาษีไม่ยอมให้หักเป็นรายจ่ายที่ลงได้ เช่น ค่าเสื่อมราคาส่วนที่เกินเพดาน

หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่บันทึกผ่านบริษัท

สิ่งเหล่านี้ทำให้กำไรสุทธิทางภาษีสูงกว่ากำไรทางบัญชี ซึ่งผิดจากที่เจ้าของคาดไว้ หากอยากเข้าใจเรื่องนี้ลึกขึ้น แนะนำอ่านบทความ เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชี

เพื่อวางระบบเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

วางแผนภาษีให้ถูกทิศ ไม่ใช่แค่ยื่นให้ทัน

สิทธิ์อัตราขั้นบันได SME เป็นแค่จุดเริ่มต้น การวางแผนภาษีที่ดีกว่านั้นคือการจัดโครงสร้างรายได้ ค่าใช้จ่าย และทุนให้สอดคล้องกับเกณฑ์ตลอดทั้งปี ไม่ใช่รอปิดงบแล้วค่อยมาคิด

ตัวอย่างเช่น

  • ถ้าคาดว่ากำไรสุทธิปีนี้จะอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท อาจพิจารณาลงทุนในสินทรัพย์ที่หักค่าเสื่อมได้ เพื่อดึงกำไรลงมาในช่วงที่เสียภาษี 15% แทนที่จะข้ามไป 20%
  • ถ้ายอดขายใกล้ทะลุ 30 ล้าน อาจต้องคุยกับนักบัญชีว่ามีทางจัดโครงสร้างธุรกิจอย่างไรให้ยังอยู่ในเกณฑ์ SME อย่างถูกกฎหมาย
  • ถ้ากำลังจดทะเบียนบริษัทใหม่ ควรตั้งทุนจดทะเบียนให้พอดีกับความต้องการจริง ไม่ตั้งสูงเกินจำเป็น เพราะจะกระทบสิทธิ์ภาษีโดยตรง

สรุป: SME ไทยได้สิทธิ์ดีมาก แต่ต้องรู้เงื่อนไขให้ครบ

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลแบบขั้นบันไดสำหรับ SME เป็นสิทธิประโยชน์ที่กฎหมายไทยให้มาตั้งนานแล้ว และยังคงมีผลบังคับใช้ในปี 2569 สำหรับบริษัทที่เข้าเกณฑ์ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5

ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท

ความแตกต่างของภาษีที่จ่ายจริงเทียบกับอัตรามาตรฐาน 20% อาจสูงถึงหลักแสนบาทต่อปี

ทีมงาน A Plus Me พร้อมช่วยตรวจสอบว่าบริษัทของคุณเข้าเกณฑ์ไหม คำนวณภาษีให้ถูกต้อง และช่วยวางแผนภาษีให้ใช้สิทธิ์ได้เต็มที่ตลอดทั้งปี ไม่ใช่แค่ยื่นแบบทัน

แต่ยื่นอย่างถูกต้องและประหยัดที่สุด ติดต่อทีมได้ที่ ติดต่อ A Plus Me

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บริษัทที่มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทพอดี ได้ใช้อัตราภาษี SME ขั้นบันไดไหม

ได้ เพราะเกณฑ์คือ "ไม่เกิน 5 ล้านบาท" แต่ต้องดูที่ทุนที่ชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี ไม่ใช่ทุนจดทะเบียนตามที่ระบุในหนังสือบริคณห์สนธิ และรายได้รวมต้องไม่เกิน 30

ล้านบาทด้วย

ยอดขาย 28 ล้านบาท แต่ขาดทุน ยังได้สิทธิ์อัตราขั้นบันได SME อยู่ไหม

ได้ เพราะเกณฑ์ 30 ล้านดูที่รายได้รวม ไม่ใช่กำไร ถ้ารายได้ไม่เกิน 30 ล้านและทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้าน บริษัทเข้าเกณฑ์ SME แต่ถ้าขาดทุนอยู่แล้ว ก็ไม่มีกำไรสุทธิให้คำนวณภาษีอยู่ดี

ต้องยื่นขอสิทธิ์ภาษีขั้นบันไดพิเศษหรือเปล่า หรือได้อัตโนมัติ

ได้อัตโนมัติ ไม่ต้องยื่นขอแยก แค่คำนวณและระบุในแบบ ภ.ง.ด.50 ให้ถูกต้องว่าบริษัทเข้าเกณฑ์ SME ทีมบัญชีจะคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันไดให้เอง

ถ้าเพิ่มทุนกลางปีจนเกิน 5 ล้าน จะหมดสิทธิ์ SME ในปีนั้นเลยไหม

ใช่ เพราะกฎหมายดูทุนชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี ถ้าชำระทุนไปแล้วเกิน 5 ล้านบาท แม้เพิ่งเพิ่มกลางปี ก็จะหมดสิทธิ์ใช้อัตราขั้นบันไดในรอบบัญชีนั้น

ควรปรึกษานักบัญชีก่อนตัดสินใจเพิ่มทุน

กำไรสุทธิ 3 ล้านบาทพอดี เสียภาษีเท่าไหร่ถ้าเข้าเกณฑ์ SME

กำไร 300,000 บาทแรกยกเว้น (0 บาท) ส่วนที่เหลืออีก 2,700,000 บาท เสีย 15% = 405,000 บาท รวมภาษีทั้งสิ้น 405,000 บาท เทียบกับอัตรา 20% ที่จะต้องจ่าย 600,000 บาท — ประหยัดได้

195,000 บาทต่อปี

หจก. ได้สิทธิ์อัตราภาษีขั้นบันได SME ด้วยไหม

ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (หจก.) ก็ได้รับสิทธิ์เช่นเดียวกับบริษัทจำกัด ถ้าเข้าเงื่อนไขทุนและรายได้ครบ แต่อัตราภาษีและเงื่อนไขของ หจก. อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยในบางส่วน

ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีให้ชัดเจน