ผู้ประกอบการธุรกิจติดตั้งระบบ Smart Home ที่กำลังขยายกิจการจากรับเหมาติดตั้งรายย่อยไปสู่การผลิตหรือประกอบอุปกรณ์เอง มักสงสัยว่าธุรกิจของตนเข้าเกณฑ์ขอรับการส่งเสริม BOI

ได้หรือไม่ บทความนี้อธิบายว่ากิจการ Smart Home แบบใดมีโอกาสเข้าเกณฑ์

และสิทธิประโยชน์ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจยื่นขอ

สารบัญบทความ
  1. ธุรกิจ Smart Home มีกี่รูปแบบ และแบบไหนมีโอกาสเข้าเกณฑ์ BOI
  2. ประเภทกิจการ Smart Home ที่มีโอกาสขอ BOI ได้
  3. สิทธิประโยชน์ที่ธุรกิจ Smart Home จะได้รับหากเข้าเกณฑ์ BOI
  4. เงื่อนไขและขั้นตอนเบื้องต้นก่อนยื่นขอ BOI
  5. หน้าที่ทางบัญชีและภาษีหลังได้รับบัตร BOI
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของธุรกิจ Smart Home ที่พิจารณา BOI
  7. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  10. ตารางนำบทความไปใช้

ธุรกิจ Smart Home มีกี่รูปแบบ และแบบไหนมีโอกาสเข้าเกณฑ์ BOI

ธุรกิจ Smart Home ในตลาดไทยมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ร้านติดตั้งอุปกรณ์สำเร็จรูป เช่น สวิตช์อัจฉริยะ กล้องวงจรปิด หรือระบบล็อกประตูดิจิทัลที่ซื้อมาจากผู้ผลิตแล้วนำมาติดตั้งให้ลูกค้า

ไปจนถึงบริษัทที่พัฒนาแผงวงจร ซอฟต์แวร์ควบคุมระบบ

หรือประกอบอุปกรณ์อัตโนมัติภายในบ้านด้วยตนเอง

ประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ BOI ให้การส่งเสริมกับ "กิจการ" ไม่ใช่ "ชื่ออุตสาหกรรม"

ธุรกิจที่เป็นเพียงตัวแทนจำหน่ายหรือรับเหมาติดตั้งอุปกรณ์สำเร็จรูปที่ซื้อมาขายไปโดยไม่มีการผลิตหรือพัฒนาเทคโนโลยีเอง

มักไม่เข้าเกณฑ์ประเภทกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริม ในขณะที่ธุรกิจที่มีการผลิต ประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมอัตโนมัติ (Home Automation Software) หรือระบบ IoT

(Internet of Things) เพื่อบ้านอัจฉริยะ

มีโอกาสเข้าเกณฑ์ประเภทกิจการด้านอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลที่ BOI ส่งเสริมมากกว่า

ประเภทกิจการ Smart Home ที่มีโอกาสขอ BOI ได้

  • กิจการผลิตหรือประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เช่น เซนเซอร์ ตัวควบคุมอัตโนมัติ หรือแผงวงจรสำหรับระบบบ้านอัจฉริยะ
  • กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่ใช้ควบคุมระบบ Smart Home ผ่านแอปพลิเคชันหรือ IoT Platform
  • กิจการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับระบบอัตโนมัติภายในอาคารและที่พักอาศัย
  • กิจการดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับ Data Center หรือ Cloud สำหรับประมวลผลข้อมูล IoT ในบางกรณี

ในทางกลับกัน ธุรกิจติดตั้งระบบ Smart Home แบบรับเหมาทั่วไปที่ซื้ออุปกรณ์สำเร็จรูปจากต่างประเทศมาติดตั้งให้ลูกค้าโดยตรง มักไม่เข้าเกณฑ์ประเภทกิจการที่ได้รับการส่งเสริม

เพราะเป็นลักษณะการค้าและบริการติดตั้งทั่วไปมากกว่าการผลิตหรือพัฒนาเทคโนโลยี ควรตรวจสอบประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนฉบับล่าสุดหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ BOI

โดยตรงเพื่อยืนยันว่ารูปแบบธุรกิจของตนเข้าเกณฑ์หรือไม่

สิทธิประโยชน์ที่ธุรกิจ Smart Home จะได้รับหากเข้าเกณฑ์ BOI

หากกิจการเข้าเกณฑ์ประเภทที่ BOI ส่งเสริม สิทธิประโยชน์หลักที่จะได้รับมีดังนี้

สิทธิด้านภาษี

  • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามระยะเวลาที่กำหนดในกลุ่มกิจการ ซึ่งอาจอยู่ระหว่างหลายปีขึ้นอยู่กับระดับเทคโนโลยีและมูลค่าการลงทุน (ควรตรวจสอบระยะเวลาที่แน่นอนกับ BOI ตามประเภทกิจการที่ยื่น)
  • ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ที่ใช้ในสายการผลิตหรือประกอบอุปกรณ์ Smart Home
  • ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบ สำหรับกิจการที่ผลิตเพื่อส่งออก

สิทธิที่ไม่ใช่ภาษี

  • นำผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงาน พร้อมอำนวยความสะดวกด้าน Work Permit สำหรับวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญด้าน IoT
  • ถือครองที่ดินเพื่อประกอบกิจการ ตามเงื่อนไข BOI สำหรับกิจการที่มีนักลงทุนต่างชาติ

เงื่อนไขและขั้นตอนเบื้องต้นก่อนยื่นขอ BOI

ก่อนตัดสินใจยื่น ธุรกิจ Smart Home ควรตรวจสอบเงื่อนไขพื้นฐานดังนี้

  • ต้องเป็นนิติบุคคล ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายไทย
  • เงินลงทุนขั้นต่ำ ต้องเป็นไปตามที่ BOI กำหนดสำหรับแต่ละประเภทกิจการ ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน
  • แผนธุรกิจต้องแสดงชัดเจน ว่ามีการผลิต ประกอบ หรือพัฒนาเทคโนโลยีจริง ไม่ใช่เพียงซื้อมาขายไป
  • โครงการต้องยังไม่เริ่มดำเนินการลงทุน ก่อนยื่นคำขอ (ยกเว้นกรณีมีมาตรการเฉพาะ)

ขั้นตอนโดยสรุปคือ ตรวจสอบประเภทกิจการในประกาศ BOI จัดเตรียมแผนธุรกิจและงบการเงิน ยื่นคำขอผ่านระบบ e-Investment ของ BOI รอการพิจารณาและอาจมีการสัมภาษณ์

และเมื่อได้รับอนุมัติจะได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนที่ระบุสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขชัดเจน

หน้าที่ทางบัญชีและภาษีหลังได้รับบัตร BOI

เมื่อได้รับบัตรส่งเสริมแล้ว ธุรกิจ Smart Home ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

  • แยกบัญชีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมออกจากธุรกิจอื่น อย่างเคร่งครัด เพราะสิทธิยกเว้นภาษีใช้ได้เฉพาะรายได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมเท่านั้น
  • ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติทุกปี แม้อยู่ในช่วงได้รับยกเว้นภาษี
  • รายงานผลการดำเนินงานให้ BOI ตามรอบที่กำหนด รวมถึงการใช้สิทธิเครื่องจักรและวัตถุดิบ
  • จัดทำงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ทุกปี
  • ระบบ VAT ยังคงต้องปฏิบัติตามปกติ เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเรียกเก็บ VAT ตามอัตราที่บังคับใช้ (ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากร)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของธุรกิจ Smart Home ที่พิจารณา BOI

  • เข้าใจผิดว่าธุรกิจติดตั้งอุปกรณ์สำเร็จรูปเข้าเกณฑ์ BOI ได้เหมือนกิจการผลิต: ทำให้เตรียมเอกสารและยื่นขอไปแล้วไม่ผ่านการพิจารณา เสียเวลาและค่าใช้จ่าย
  • ไม่แยกบัญชีธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมกับธุรกิจติดตั้งทั่วไป: ทำให้คำนวณรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีผิดพลาดและเสี่ยงถูกเพิกถอนสิทธิ
  • คิดว่าได้รับ BOI แล้วไม่ต้องจด VAT: ความจริงคือ BOI ไม่ครอบคลุมภาระ VAT ยังต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ปกติ
  • ไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนร่างแผนธุรกิจ: ทำให้เขียนแผนไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ BOI ต้องการเห็น เช่น สัดส่วนการผลิตจริงเทียบกับการนำเข้า

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

บริษัทแห่งหนึ่งเริ่มจากธุรกิจติดตั้งระบบ Smart Home ให้บ้านจัดสรร โดยซื้ออุปกรณ์สำเร็จรูปจากต่างประเทศมาติดตั้ง

ต่อมาขยายกิจการไปสู่การพัฒนาแอปพลิเคชันควบคุมระบบและประกอบแผงวงจรควบคุมเซนเซอร์เองบางส่วน บริษัทจึงพิจารณายื่นขอ BOI

เฉพาะส่วนกิจการพัฒนาซอฟต์แวร์และประกอบอุปกรณ์ ในขณะที่ธุรกิจติดตั้งทั่วไปยังคงดำเนินการและเสียภาษีตามปกติแยกจากกัน ซึ่งช่วยให้บริษัทได้ประโยชน์จาก BOI เฉพาะส่วนที่เข้าเกณฑ์จริง

โดยไม่ปะปนกับรายได้จากธุรกิจติดตั้งทั่วไป

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ก่อนตัดสินใจยื่นขอ BOI ธุรกิจ Smart Home ควรประเมินก่อนว่าโมเดลธุรกิจของตนมีสัดส่วนการผลิต ประกอบ หรือพัฒนาเทคโนโลยีมากพอที่จะเข้าเกณฑ์หรือไม่

หากยังเป็นธุรกิจติดตั้งอุปกรณ์สำเร็จรูปเป็นหลัก อาจยังไม่เข้าเกณฑ์ในขณะนี้

แต่หากมีแผนขยายไปสู่การผลิตหรือพัฒนาซอฟต์แวร์เอง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและ BOI ตั้งแต่ขั้นวางแผนธุรกิจ เพื่อออกแบบโครงสร้างบัญชีและกิจการให้พร้อมสำหรับการยื่นขอในอนาคต

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
ธุรกิจ Smart Home มีกี่รูปแบบ และแบบไหนมีโอกาสเข้าเกณฑ์ BOIตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ประเภทกิจการ Smart Home ที่มีโอกาสขอ BOI ได้ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
สิทธิประโยชน์ที่ธุรกิจ Smart Home จะได้รับหากเข้าเกณฑ์ BOIตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ธุรกิจติดตั้งระบบ Smart Home ทั่วไปขอ BOI ได้หรือไม่

โดยทั่วไปธุรกิจที่เพียงซื้ออุปกรณ์สำเร็จรูปมาติดตั้งให้ลูกค้าโดยไม่มีการผลิตหรือพัฒนาเทคโนโลยีเอง มักไม่เข้าเกณฑ์ประเภทกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริม ควรตรวจสอบประกาศ BOI

ล่าสุดหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่โดยตรง

ธุรกิจ Smart Home แบบไหนมีโอกาสเข้าเกณฑ์ BOI มากที่สุด

กิจการที่ผลิตหรือประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะเอง พัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมระบบ หรือทำวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี IoT มีโอกาสเข้าเกณฑ์มากกว่าธุรกิจรับเหมาติดตั้งอุปกรณ์สำเร็จรูป

ได้รับบัตรส่งเสริม BOI แล้วยังต้องเสีย VAT อยู่ไหม

ยังต้องเสีย เพราะสิทธิยกเว้นภาษี BOI ครอบคลุมเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคลและอากรขาเข้า ไม่ครอบคลุม VAT กิจการที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปียังต้องจดทะเบียนและเรียกเก็บ VAT ตามปกติ

ธุรกิจ Smart Home ที่มีทั้งส่วนติดตั้งและส่วนผลิตเอง ยื่น BOI ได้อย่างไร

ควรแยกบัญชีให้ชัดเจนระหว่างกิจการที่เข้าเกณฑ์ BOI (เช่น การผลิตหรือพัฒนาซอฟต์แวร์) กับกิจการติดตั้งทั่วไปที่ไม่เข้าเกณฑ์

เพื่อให้สิทธิยกเว้นภาษีใช้ได้ถูกต้องเฉพาะส่วนที่ได้รับการส่งเสริมเท่านั้น

เงินลงทุนขั้นต่ำสำหรับยื่น BOI ธุรกิจ Smart Home อยู่ที่เท่าไร

เงินลงทุนขั้นต่ำแตกต่างกันตามประเภทกิจการที่ BOI กำหนด ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน ควรตรวจสอบตัวเลขที่แน่นอนกับประกาศ BOI ฉบับล่าสุดหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนยื่น

สิทธิยกเว้นภาษีนิติบุคคลจาก BOI สำหรับ Smart Home มีระยะเวลากี่ปี

ระยะเวลายกเว้นภาษีขึ้นอยู่กับกลุ่มกิจการและระดับเทคโนโลยีที่ยื่นขอ ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละประเภท ควรตรวจสอบระยะเวลาที่แน่นอนกับ BOI ตามประเภทกิจการเฉพาะที่ยื่นคำขอ

ถ้าไม่เข้าเกณฑ์ BOI ธุรกิจ Smart Home มีทางเลือกลดภาระภาษีอื่นไหม

มี เช่น การใช้สิทธิประโยชน์ภาษี SME ทั่วไปสำหรับนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี

หรือการวางแผนค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์อย่างเหมาะสม

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อประเมินทางเลือกที่เหมาะกับธุรกิจ

งานบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางมักมีรายละเอียดที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป จึงควรมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทีม A Plus Me มี

บริการให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจแต่ละประเภทให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม