อุตสาหกรรมออกแบบวงจรรวมหรือ Chip Design เป็นหนึ่งในกลุ่มกิจการที่รัฐบาลไทยต้องการส่งเสริมอย่างจริงจัง เพราะเป็นต้นน้ำของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
บริษัทออกแบบชิปที่มีทีมวิศวกรออกแบบวงจรจริงมีโอกาสเข้าเกณฑ์ขอรับการส่งเสริม BOI ได้
แต่ต้องเข้าใจเงื่อนไขคุณสมบัติและสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างจากธุรกิจซอฟต์แวร์ทั่วไป
สารบัญบทความ
- Chip Design House คืออะไร
- ทำไมอุตสาหกรรมออกแบบชิปถึงเป็นกลุ่มที่ BOI ให้ความสำคัญ
- เกณฑ์คุณสมบัติที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นขอ
- สิทธิประโยชน์หลักที่ Chip Design House อาจได้รับ
- ขั้นตอนการยื่นขอรับการส่งเสริม BOI
- หน้าที่ทางบัญชีและภาษีหลังได้รับบัตร BOI
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ตัวอย่างสถานการณ์จริง
- คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- ตารางนำบทความไปใช้
Chip Design House คืออะไร
บริษัทออกแบบชิปหรือ Chip Design House คือกิจการที่ทำหน้าที่ออกแบบวงจรรวม (Integrated Circuit) หรือไมโครชิปสำหรับใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น ชิปประมวลผล
ชิปควบคุมเซนเซอร์ หรือชิปสำหรับอุปกรณ์ IoT
โดยทั่วไปบริษัทเหล่านี้ไม่ได้ผลิตชิปเอง แต่ออกแบบผังวงจรแล้วส่งแบบไปผลิตที่โรงงานผลิตชิป (Foundry) ในต่างประเทศ
ซึ่งลักษณะธุรกิจนี้ใช้ทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญสูงและซอฟต์แวร์ออกแบบเฉพาะทาง (EDA Tool) ที่มีมูลค่าลงทุนสูงมาก
ทำไมอุตสาหกรรมออกแบบชิปถึงเป็นกลุ่มที่ BOI ให้ความสำคัญ
ประเทศไทยตั้งเป้าพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เนื่องจากชิปเป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกชนิดในปัจจุบัน
ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์การแพทย์ ไปจนถึงอุปกรณ์ IoT
การมีบริษัทออกแบบชิปในประเทศช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเทคโนโลยีและพัฒนาบุคลากรวิศวกรรมขั้นสูง กิจการประเภทนี้จึงมักถูกจัดอยู่ในกลุ่มกิจการที่ BOI ให้ความสำคัญสูง (A1
หรือกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง)
ซึ่งมักได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ยาวนานกว่ากิจการทั่วไป อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเงื่อนไขที่แน่นอนควรตรวจสอบกับประกาศ BOI ฉบับล่าสุดหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ BOI โดยตรง
เกณฑ์คุณสมบัติที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นขอ
- ต้องมีทีมวิศวกรออกแบบวงจรจริงในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงตัวแทนจำหน่ายหรือรับช่วงงานจากบริษัทแม่ในต่างประเทศโดยไม่มีการออกแบบเอง
- เงินลงทุนขั้นต่ำ ซึ่งรวมถึงค่าซอฟต์แวร์ออกแบบ (EDA Tool) ค่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง และค่าใบอนุญาตใช้งานเทคโนโลยี ควรตรวจสอบตัวเลขที่แน่นอนกับ BOI
- บุคลากรต้องมีคุณสมบัติทางวิศวกรรมที่เหมาะสม เช่น วิศวกรไฟฟ้า วิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบวงจรรวม
- แผนธุรกิจต้องแสดงชัดเจนถึงกระบวนการออกแบบ ตั้งแต่การกำหนด Specification ไปจนถึงการส่งแบบไปผลิตที่ Foundry
สิทธิประโยชน์หลักที่ Chip Design House อาจได้รับ
สิทธิด้านภาษี
- ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามระยะเวลาที่กำหนดในกลุ่มกิจการเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งมักยาวนานกว่ากิจการทั่วไป ควรตรวจสอบระยะเวลาที่แน่นอนกับ BOI ตามประเภทกิจการที่ยื่น
- ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง ที่ใช้ในการออกแบบและจำลองวงจร (Simulation)
- ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินปันผล ที่จ่ายจากกำไรของกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ตลอดระยะเวลายกเว้นภาษี
สิทธิที่ไม่ใช่ภาษี
- นำผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรออกแบบชิปต่างชาติเข้ามาทำงาน พร้อมอำนวยความสะดวกด้าน Work Permit เนื่องจากบุคลากรเฉพาะทางด้านนี้ยังมีจำกัดในไทย
- สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับการพัฒนาบุคลากรและการวิจัย หากมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานวิจัย
ขั้นตอนการยื่นขอรับการส่งเสริม BOI
ขั้นที่ 1: ศึกษาประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์
ตรวจสอบว่ากิจการของบริษัทตรงกับประเภทย่อยที่ BOI กำหนดในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์หรือไม่
ขั้นที่ 2: จัดเตรียมแผนธุรกิจและเอกสารทางเทคนิค
นอกจากเอกสารทั่วไป เช่น หนังสือรับรองบริษัทและงบการเงิน ต้องเตรียมรายละเอียดกระบวนการออกแบบ ทีมงานวิศวกร และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการออกแบบวงจร
ขั้นที่ 3: ยื่นคำขอผ่านระบบ e-Investment ของ BOI
ยื่นคำขอออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ boi.go.th พร้อมอัปโหลดเอกสารทั้งหมด และติดตามสถานะผ่านระบบ
ขั้นที่ 4: รับบัตรส่งเสริมและเริ่มดำเนินโครงการ
เมื่อได้รับบัตรแล้ว ต้องเริ่มดำเนินโครงการภายในระยะเวลาที่กำหนดและรายงานความคืบหน้าตามรอบที่ BOI กำหนด
หน้าที่ทางบัญชีและภาษีหลังได้รับบัตร BOI
- แยกบัญชีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมออกจากรายได้อื่น อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะหากบริษัทมีทั้งงานออกแบบชิปและงานให้คำปรึกษาด้าน IT อื่น
- ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติทุกปี แม้อยู่ในช่วงได้รับยกเว้นภาษี
- ยังคงต้องจด VAT และเก็บ VAT ตามปกติ หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากสิทธิ BOI ไม่ครอบคลุม VAT
- รายงานผลการดำเนินงานต่อ BOI ตามระบบ e-Monitoring รวมถึงการใช้สิทธิเครื่องจักรและซอฟต์แวร์ที่นำเข้า
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เข้าใจผิดว่าธุรกิจซอฟต์แวร์ทั่วไปกับ Chip Design เข้าเกณฑ์เดียวกัน — ทำให้เตรียมเอกสารผิดประเภทและถูกปฏิเสธคำขอ
- ไม่แสดงหลักฐานทีมวิศวกรออกแบบจริงในประเทศ — ทำให้ผู้พิจารณาสงสัยว่าเป็นเพียงตัวแทนรับงานจากต่างประเทศ
- ไม่แยกบัญชีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมกับงานที่ปรึกษาอื่น — เสี่ยงคำนวณรายได้ยกเว้นภาษีผิดพลาด
- ประเมินมูลค่าลงทุนซอฟต์แวร์ออกแบบ (EDA Tool) ต่ำเกินจริง — ทำให้ไม่เข้าเกณฑ์เงินลงทุนขั้นต่ำที่ BOI กำหนด
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
บริษัทออกแบบชิปแห่งหนึ่งมีทีมวิศวกร 15 คนออกแบบวงจรควบคุมเซนเซอร์สำหรับอุปกรณ์ IoT ลงทุนซื้อใบอนุญาตใช้งานซอฟต์แวร์ออกแบบวงจรมูลค่าหลายล้านบาทต่อปี และส่งแบบไปผลิตที่ Foundry
ในไต้หวัน บริษัทจึงพิจารณายื่นขอ BOI
ในหมวดกิจการออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ โดยเตรียมเอกสารแสดงกระบวนการออกแบบ ทีมวิศวกร และมูลค่าการลงทุนซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน ก่อนยื่นคำขอผ่านระบบ e-Investment ของ BOI
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
บริษัทออกแบบชิปที่สนใจขอรับการส่งเสริม BOI ควรตรวจสอบก่อนว่ากิจการของตนมีกระบวนการออกแบบวงจรจริงในประเทศไทยหรือไม่
เตรียมหลักฐานทีมวิศวกรและมูลค่าการลงทุนซอฟต์แวร์ออกแบบให้ครบถ้วน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและ BOI
ตั้งแต่ขั้นตอนวางแผนโครงการ เพื่อประเมินมูลค่าสิทธิประโยชน์ที่แท้จริงเทียบกับต้นทุนการลงทุนและการปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังได้รับบัตรส่งเสริม
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
ตารางนำบทความไปใช้
| ประเด็น | สิ่งที่ต้องตรวจ | ผลที่ต้องบันทึก |
|---|---|---|
| Chip Design House คืออะไร | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| ทำไมอุตสาหกรรมออกแบบชิปถึงเป็นกลุ่มที่ BOI ให้ความสำคัญ | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| เกณฑ์คุณสมบัติที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นขอ | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บริษัทออกแบบชิปในไทยขอรับการส่งเสริม BOI ได้หรือไม่
มีโอกาสได้ หากมีทีมวิศวกรออกแบบวงจรจริงในประเทศไทยและไม่ใช่เพียงตัวแทนรับงานจากบริษัทแม่ต่างประเทศ ควรตรวจสอบประเภทกิจการในประกาศ BOI ล่าสุดก่อนยื่นขอ
Chip Design House ต่างจากธุรกิจซอฟต์แวร์ทั่วไปอย่างไรในสายตา BOI
Chip Design House เกี่ยวข้องกับการออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ระดับฮาร์ดแวร์ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
ต่างจากธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันทั่วไปที่อยู่คนละหมวดกิจการ
ระยะเวลายกเว้นภาษีนิติบุคคลสำหรับ Chip Design House นานเท่าไร
ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการย่อยและเงื่อนไขที่ BOI กำหนด ซึ่งกิจการเทคโนโลยีขั้นสูงมักได้รับระยะเวลายกเว้นภาษีที่ยาวกว่ากิจการทั่วไป ควรตรวจสอบระยะเวลาที่แน่นอนกับ BOI
ได้รับ BOI แล้วยังต้องเสีย VAT ไหม
ยังต้องเสีย เพราะสิทธิยกเว้นภาษี BOI ครอบคลุมเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคลและอากรขาเข้า ไม่ครอบคลุม VAT หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปียังต้องจดทะเบียนและเรียกเก็บ VAT ตามปกติ
ซอฟต์แวร์ออกแบบวงจร (EDA Tool) นับเป็นเงินลงทุนสำหรับ BOI ได้ไหม
โดยทั่วไปค่าใบอนุญาตใช้งานซอฟต์แวร์ออกแบบเฉพาะทางมักนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของเงินลงทุนโครงการได้ ควรตรวจสอบรายละเอียดการนับเงินลงทุนกับเจ้าหน้าที่ BOI ให้ชัดเจน
บริษัทออกแบบชิปที่ยังไม่ได้ BOI มีทางเลือกลดภาษีอื่นไหม
หากเป็นนิติบุคคล SME ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี จะได้รับยกเว้นภาษีในกำไร 300,000 บาทแรกตามเกณฑ์ทั่วไป
ต้องมีวิศวกรกี่คนถึงจะเข้าเกณฑ์ BOI สำหรับ Chip Design House
BOI ไม่ได้กำหนดจำนวนวิศวกรตายตัวในทุกกรณี แต่พิจารณาจากความสามารถจริงในการออกแบบวงจรและมูลค่าการลงทุนโดยรวม ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ BOI เพื่อประเมินความพร้อมของทีมงาน
เมื่อกิจการเริ่มมีรายการบัญชีและภาษีที่ซับซ้อนขึ้นตามลักษณะธุรกิจ การวางระบบให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาในระยะยาว A Plus Me มีบริการดูแลบัญชี ภาษี และระบบการเงินครบวงจร
ที่ช่วยรองรับความต้องการนี้ได้