นิติบุคคลไทยจำต้องยื่นแบบนำส่งภาษีสรรพากรเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งแบบฟอร์มหลักในกลุ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) ที่กรรมการมักสับสนคือ "ภ.พ.30" "ภ.พ.36" และ

"ภ.พ.40" เอกสารทั้ง 3 ใบนี้มีความแตกต่างกันด้านจุดเกิดภาษี

ขอบเขตประเภทธุรกรรม และหน้าที่การรับภาระนำส่ง

สารบัญบทความ
  1. 1. แบบ ภ.พ.30 คืออะไร? (แวตปกติในประเทศ)
  2. 2. แบบ ภ.พ.36 คืออะไร? (แวตบริการต่างประเทศ)
  3. 3. แบบ ภ.พ.40 คืออะไร? (ภาษีธุรกิจเฉพาะ)
  4. สรุป
  5. ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
  6. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  7. ตารางนำบทความไปใช้

1. แบบ ภ.พ.30 คืออะไร? (แวตปกติในประเทศ)

แบบ ภ.พ.30 คือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนทั่วไป เหมาะสำหรับนิติบุคคลที่จดทะเบียน VAT 7%:

  • วัตถุประสงค์: สรุปยอดรวม "ภาษีซื้อ" และ "ภาษีขาย" ที่เกิดขึ้นภายในเดือนภาษีนั้นๆ จากการซื้อขายสินค้าและบริการในไทย
  • การคำนวณภาษี: ภาษีต้องจ่าย = ภาษีขาย - ภาษีซื้อ (หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย จะได้รับสิทธิ์ขอคืนเงินหรือยกยอดไปเครดิตเดือนถัดไป)
  • เดดไลน์ยื่น: ยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 23 สำหรับยื่นออนไลน์)

2. แบบ ภ.พ.36 คืออะไร? (แวตบริการต่างประเทศ)

แบบ ภ.พ.36 คือแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ "การจ่ายเงินค่าบริการไปต่างประเทศ":

  • วัตถุประสงค์: เมื่อเราจ่ายเงินค่าแอด (เช่น Facebook, Google) หรือค่าระบบซอฟต์แวร์ให้บริษัทต่างประเทศที่ไม่มีสาขาในไทย ผู้จ่ายเงินในไทยมีหน้าที่ต้อง หักและนำส่งแวต 7% แทนบริษัทต่างประเทศ นั้นๆ
  • จุดแตกต่าง: เป็นการยื่นจ่ายแวตล่วงหน้าคราวละรายการ โดยเราสามารถนำใบเสร็จสรรพากรของแบบ ภ.พ.36 นี้มาใช้เป็น ภาษีซื้อ เคลมคืนในแบบ ภ.พ.30 เดือนถัดไปได้
  • เดดไลน์ยื่น: ยื่นภายใน 7 วันทำการนับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่ายเงินออกไป

3. แบบ ภ.พ.40 คืออะไร? (ภาษีธุรกิจเฉพาะ)

แบบ ภ.พ.40 คือแบบแสดงรายการสำหรับธุรกิจที่มีรายได้ที่ต้องเสีย "ภาษีธุรกิจเฉพาะ" (SBT) แทนภาษีมูลค่าเพิ่ม:

ขอบเขตของ ภ.พ.40:
- ใช้สำหรับธุรกิจธนาคาร ประกันชีวิต โรงรับจำนำ ค้าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า หรือรายได้ดอกเบี้ยรับจากการกู้ยืมเงินระหว่างบริษัทและกรรมการ
-

ยื่นนำส่งยอดเงินรายรับสะสมรายเดือนตามอัตราภาษีที่ระบุ (เช่น

3.3% ของดอกเบี้ยรับ) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

สรุป

แบบภาษีทั้งสามประเภทมีบทบาทสำคัญในการควบคุมความถูกต้องของระบบบัญชีบริษัท SME ที่มีการยิงแอดต่างประเทศต้องยื่นทั้ง ภ.พ.30 และ ภ.พ.36 ควบคู่กัน

ส่วนบริษัทที่มีรายการปล่อยเงินกู้ระหว่างกันต้องไม่ลืมจัดการแบบ ภ.พ.40

ปลายเดือนเพื่อเลี่ยงข้อหาจงใจหลบเลี่ยงการรายงานภาษีธุรกิจเฉพาะ

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ความแตกต่างระหว่าง ภ.พ.30, ภ.พ.36 และ ภ.พ.40: คู่มือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ SME ควรใช้ตรวจทั้งจุดเกิดภาษี เอกสารขาย เอกสารซื้อ และรายงาน ภ.พ.30

เพราะข้อผิดพลาด VAT

มักกระทบหลายเดือนต่อเนื่องและแก้ยากเมื่อปิดรอบภาษีไปแล้ว

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • ตรวจว่าธุรกิจอยู่ในกิจการที่ต้องจด VAT หรือเป็นกิจการยกเว้น VAT
  • แยกใบกำกับภาษีขาย ใบกำกับภาษีซื้อ ใบเสร็จ และหลักฐานรับชำระเงินให้ตรงรอบเดือน
  • กระทบยอดรายงานภาษีซื้อ-ขายกับ ภ.พ.30 รายได้ และรายการเดินบัญชีธนาคารก่อนยื่นแบบ

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • เคลมภาษีซื้อจากเอกสารที่ข้อมูลไม่ครบหรือไม่เกี่ยวกับกิจการโดยตรง
  • ออกใบกำกับภาษีผิดเดือนหรือไม่สัมพันธ์กับวันที่รับเงิน ส่งมอบสินค้า หรือให้บริการ
  • ปล่อยให้รายได้เกินเกณฑ์จด VAT โดยไม่มีแผนจดทะเบียนและปรับระบบเอกสาร

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
1. แบบ ภ.พ.30 คืออะไร? (แวตปกติในประเทศ)ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
2. แบบ ภ.พ.36 คืออะไร? (แวตบริการต่างประเทศ)ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
3. แบบ ภ.พ.40 คืออะไร? (ภาษีธุรกิจเฉพาะ)ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การวางแผนและตรวจสอบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มีจุดใดที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก?

ต้องพิจารณาว่าธุรกิจของเราอยู่ในขอบข่ายกิจการที่ต้องเสีย VAT หรือได้รับยกเว้นตามกฎหมาย จากนั้นตรวจสอบจุดความรับผิดในการเสียภาษี (Tax Point) ของธุรกรรม

เพื่อออกใบกำกับภาษีขายและนำส่งภาษีได้อย่างถูกต้องตรงตามงวดเดือน

เอกสารและหลักฐานสำคัญที่ต้องจัดเก็บเพื่อรองรับการตรวจสอบภาษีมูลค่าเพิ่มมีอะไรบ้าง?

ต้องจัดเก็บใบกำกับภาษีซื้อที่ได้รับจากคู่ค้า (ตัวจริง), สำเนาใบกำกับภาษีขาย, ใบเสร็จรับเงิน, รายงานภาษีซื้อ, รายงานภาษีขาย, และหลักฐานการชำระเงินที่สัมพันธ์กับบิลแต่ละใบ

เพื่อให้สามารถกระทบยอดและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย

หากพบว่ายื่นแบบ ภ.พ.30 หรือแสดงยอดภาษีมูลค่าเพิ่มผิดพลาดไปแล้ว ควรดำเนินการแก้ไขอย่างไร?

ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบยอดต่างของภาษีซื้อหรือภาษีขายในเดือนนั้นๆ แล้วจัดทำแบบยื่นเพิ่มเติม (ภ.พ.30 เพิ่มเติม) เพื่อนำส่งภาษีที่ขาดพร้อมชำระเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม (ถ้ามี)

โดยเร็วที่สุดเพื่อลดภาระค่าปรับที่อาจสะสมเพิ่มขึ้น

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง ความแตกต่างระหว่าง ภ.พ.30, ภ.พ.36 และ ภ.พ.40: คู่มือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ SME

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ ความแตกต่างระหว่าง ภ.พ.30, ภ.พ.36 และ ภ.พ.40: คู่มือแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ SME

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล

ก่อนตัดสินใจเรื่องภาษีที่อาจส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาว ควรศึกษาแนวทางวางแผนภาษีของ A Plus Me เพื่อประเมินความเสี่ยงและทางเลือกอย่างรอบด้าน