คลินิกและสปาเก็บข้อมูลสุขภาพของคนไข้ซึ่งกฎหมาย PDPA จัดเป็น "ข้อมูลอ่อนไหว" (Sensitive Data) ต้องขอความยินยอมแบบเฉพาะเจาะจงและเข้มงวดกว่าข้อมูลทั่วไป

หากแบบฟอร์มขอความยินยอมไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมาย

อาจถือว่าการเก็บข้อมูลไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งที่เจ้าของกิจการไม่ได้ตั้งใจ บทความนี้สรุปสิ่งที่แบบฟอร์มขอความยินยอมของคลินิกและสปาต้องมี

คลินิกและสปาเก็บข้อมูลสุขภาพของคนไข้ซึ่งกฎหมาย PDPA จัดเป็น "ข้อมูลอ่อนไหว" (Sensitive Data) ต้องขอความยินยอมแบบเฉพาะเจาะจงและเข้มงวดกว่าข้อมูลทั่วไป

หากแบบฟอร์มขอความยินยอมไม่ครบองค์ประกอบตามกฎหมาย

อาจถือว่าการเก็บข้อมูลไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งที่เจ้าของกิจการไม่ได้ตั้งใจ บทความนี้สรุปสิ่งที่แบบฟอร์มขอความยินยอมของคลินิกและสปาต้องมี

สารบัญบทความ
  1. ทำไมข้อมูลคนไข้ถึงเป็น "ข้อมูลอ่อนไหว" ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
  2. องค์ประกอบที่แบบฟอร์มขอความยินยอมต้องมี
  3. แยกความยินยอมแต่ละวัตถุประสงค์ออกจากกัน
  4. สิทธิถอนความยินยอมและการลบข้อมูล
  5. การเก็บข้อมูลผ่านระบบออนไลน์และแอปนัดหมาย
  6. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ทำไมข้อมูลคนไข้ถึงเป็น "ข้อมูลอ่อนไหว" ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) แบ่งข้อมูลส่วนบุคคลออกเป็นข้อมูลทั่วไปกับข้อมูลอ่อนไหว โดยข้อมูลสุขภาพ ประวัติการรักษา ผลตรวจร่างกาย รูปถ่ายก่อน-หลังทำหัตถการ

หรือแม้แต่ข้อมูลที่บ่งชี้สภาพร่างกายเฉพาะทาง

ล้วนเข้าข่ายข้อมูลอ่อนไหวทั้งสิ้น กฎหมายกำหนดให้การเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลประเภทนี้ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent) จากเจ้าของข้อมูล

เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้นบางกรณี เช่น จำเป็นเพื่อการรักษาพยาบาลตามกฎหมายเฉพาะทางการแพทย์

ซึ่งคลินิกและสปาควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย PDPA เพื่อพิจารณาว่ากรณีใดเข้าข้อยกเว้นและกรณีใดต้องขอความยินยอมจริง

องค์ประกอบที่แบบฟอร์มขอความยินยอมต้องมี

แบบฟอร์มขอความยินยอมของคลินิกและสปาที่ดีควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่ให้คนไข้เซ็นชื่อรับทราบเงื่อนไขทั่วไปแบบเดิม โดยทั่วไปควรมีองค์ประกอบดังนี้ ประเภทของข้อมูลที่จะเก็บ

(เช่น ประวัติสุขภาพ ผลตรวจ รูปถ่ายหัตถการ)

วัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลแต่ละประเภทแยกเป็นข้อๆ อย่างชัดเจน ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล บุคคลหรือหน่วยงานที่อาจได้รับการเปิดเผยข้อมูล (เช่น ห้องแล็บภายนอก บริษัทประกัน)

สิทธิของเจ้าของข้อมูลในการถอนความยินยอม

และช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคลินิก

แยกความยินยอมแต่ละวัตถุประสงค์ออกจากกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการรวมความยินยอมหลายวัตถุประสงค์ไว้ในข้อเดียว เช่น รวมการยินยอมให้ใช้ข้อมูลเพื่อการรักษา กับการยินยอมให้ใช้รูปภาพก่อน-หลังในการโฆษณาการตลาด

ไว้เป็นข้อความเดียวกันแล้วให้คนไข้เซ็นครั้งเดียว ซึ่งขัดกับหลักการของ

PDPA ที่ต้องการให้เจ้าของข้อมูลสามารถเลือกยินยอมหรือปฏิเสธแต่ละวัตถุประสงค์ได้อย่างอิสระ คลินิกและสปาจึงควรแยกช่องยินยอมออกเป็นข้อๆ ชัดเจน เช่น

ยินยอมให้ใช้ข้อมูลเพื่อการรักษาและติดตามผล (จำเป็นต่อบริการ)

และยินยอมให้ใช้รูปภาพเพื่อการประชาสัมพันธ์ (ทางเลือก ปฏิเสธได้โดยไม่กระทบการรับบริการ)

ประเภทข้อมูลตัวอย่างวัตถุประสงค์ระดับความยินยอมที่ต้องขอ
ประวัติสุขภาพ/การรักษาใช้เพื่อวินิจฉัยและติดตามผลการรักษาจำเป็นต่อบริการ ต้องขอความยินยอมชัดแจ้ง
ผลตรวจแล็บภายนอกส่งตรวจกับห้องแล็บพันธมิตรต้องระบุชื่อหน่วยงานที่รับข้อมูล
รูปถ่ายก่อน-หลังหัตถการใช้เพื่อการตลาด/โซเชียลมีเดียทางเลือก แยกช่องยินยอมต่างหาก ถอนได้ทุกเมื่อ
ข้อมูลติดต่อ (เบอร์โทร อีเมล)แจ้งเตือนนัดหมาย/โปรโมชั่นแยกยินยอมการแจ้งเตือนนัดกับการตลาดออกจากกัน

สิทธิถอนความยินยอมและการลบข้อมูล

แบบฟอร์มต้องระบุให้ชัดว่าคนไข้มีสิทธิถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะความยินยอมที่ไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อการให้บริการ เช่น การใช้รูปภาพเพื่อการตลาด

และคลินิกควรมีช่องทางที่ชัดเจนให้คนไข้ติดต่อขอถอนความยินยอมหรือขอให้ลบข้อมูลได้จริง

ไม่ใช่แค่เขียนในเอกสารแต่ไม่มีกระบวนการรองรับ ทั้งนี้ข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรักษาอาจต้องเก็บรักษาไว้ตามระยะเวลาที่กฎหมายวิชาชีพทางการแพทย์กำหนด

แม้คนไข้จะขอถอนความยินยอมในส่วนอื่นแล้วก็ตาม

จุดนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเฉพาะทางเพื่อกำหนดนโยบายเก็บรักษาข้อมูลให้ถูกต้อง

การเก็บข้อมูลผ่านระบบออนไลน์และแอปนัดหมาย

คลินิกและสปาจำนวนมากใช้ระบบจองคิวออนไลน์หรือแอปพลิเคชันบันทึกประวัติคนไข้ ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งผ่านและจัดเก็บในระบบของผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ภายนอก (Data Processor)

กรณีนี้คลินิกในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller)

ต้องมีสัญญาประมวลผลข้อมูลกับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่ระบุมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลให้ชัดเจน

และต้องแจ้งคนไข้ในแบบฟอร์มความยินยอมด้วยว่าข้อมูลอาจถูกประมวลผลผ่านระบบของบุคคลที่สาม เพื่อความโปร่งใสตามหลักการของ PDPA

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

คลินิกความงามแห่งหนึ่งใช้แบบฟอร์มยินยอมแบบเดียวรวมทุกวัตถุประสงค์ไว้ในย่อหน้าเดียว ทั้งการรักษา การถ่ายรูปก่อน-หลัง และการนำรูปไปโพสต์โซเชียลมีเดียของคลินิก

ต่อมาคนไข้รายหนึ่งแจ้งขอให้ลบรูปภาพที่คลินิกโพสต์ไว้บนเพจ Facebook

แต่คลินิกอ้างว่าคนไข้เซ็นยินยอมไว้แล้วในเอกสารรับบริการ กรณีนี้หากตรวจสอบแล้วพบว่าแบบฟอร์มไม่ได้แยกช่องยินยอมสำหรับการใช้รูปภาพเพื่อการตลาดออกจากการยินยอมรับการรักษาอย่างชัดเจน

คลินิกอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย PDPA ได้

เพราะถือว่าไม่ได้ขอความยินยอมโดยเฉพาะเจาะจงสำหรับวัตถุประสงค์ทางการตลาด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • รวมความยินยอมหลายวัตถุประสงค์ไว้ในข้อความเดียว ไม่แยกให้คนไข้เลือกยินยอมเป็นรายข้อ
  • ไม่ระบุระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลหรือหน่วยงานภายนอกที่อาจได้รับข้อมูล
  • ใช้แบบฟอร์มยินยอมแบบเดียวกับข้อมูลทั่วไป ทั้งที่ข้อมูลสุขภาพต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งที่เข้มงวดกว่า
  • ไม่มีกระบวนการรองรับจริงเมื่อคนไข้ขอถอนความยินยอมหรือขอลบข้อมูล
  • ไม่มีสัญญาประมวลผลข้อมูลกับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์จองคิว/เก็บประวัติคนไข้

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

คลินิกและสปาควรทบทวนแบบฟอร์มขอความยินยอมที่ใช้อยู่ปัจจุบัน แยกวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลออกเป็นข้อๆ ชัดเจน ให้คนไข้เลือกยินยอมเฉพาะส่วนที่ไม่จำเป็นต่อบริการได้อย่างอิสระ

และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย PDPA

เพื่อตรวจสอบแบบฟอร์มและนโยบายเก็บรักษาข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎหมายก่อนนำไปใช้จริง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ข้อมูลสุขภาพคนไข้ถือเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม PDPA หรือไม่

ใช่ ข้อมูลสุขภาพ ประวัติการรักษา ผลตรวจ และรูปถ่ายหัตถการ จัดเป็นข้อมูลอ่อนไหวที่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งซึ่งเข้มงวดกว่าข้อมูลทั่วไป

แบบฟอร์มยินยอมของคลินิกต้องแยกวัตถุประสงค์หรือไม่

ควรแยก เพราะคนไข้ต้องสามารถเลือกยินยอมหรือปฏิเสธแต่ละวัตถุประสงค์ได้อย่างอิสระ เช่น แยกการยินยอมรักษากับการยินยอมใช้รูปภาพเพื่อการตลาด

คนไข้ถอนความยินยอมการใช้รูปภาพเพื่อการตลาดได้หรือไม่

ได้ คลินิกต้องมีช่องทางให้คนไข้ถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อสำหรับส่วนที่ไม่ใช่ข้อมูลจำเป็นต่อการรักษา และต้องมีกระบวนการรองรับจริง

ใช้แอปจองคิวหรือระบบเก็บประวัติคนไข้จากภายนอกต้องระวังอะไร

ต้องมีสัญญาประมวลผลข้อมูลกับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ และแจ้งคนไข้ในแบบฟอร์มยินยอมว่าข้อมูลอาจถูกประมวลผลผ่านระบบของบุคคลที่สาม

ข้อมูลคนไข้ต้องเก็บไว้นานแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และกฎหมายวิชาชีพทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเฉพาะทางเพื่อกำหนดนโยบายเก็บรักษาข้อมูลให้ถูกต้อง

ไม่ขอความยินยอมให้ถูกต้องมีความเสี่ยงอย่างไร

อาจถือว่าเก็บหรือใช้ข้อมูลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้คลินิกมีความเสี่ยงด้านกฎหมายและความเชื่อมั่นของคนไข้ ควรตรวจสอบแบบฟอร์มกับผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งาน

แบบฟอร์มยินยอมต้องระบุอะไรบ้างเป็นอย่างน้อย

ควรระบุประเภทข้อมูลที่เก็บ วัตถุประสงค์แยกเป็นข้อ ระยะเวลาเก็บรักษา หน่วยงานที่อาจได้รับข้อมูล สิทธิถอนความยินยอม และช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล

เจ้าของธุรกิจที่ต้องการยกระดับระบบบัญชีให้พร้อมบริหารมากขึ้น สามารถติดต่อขอคำปรึกษาบริการเสริมของ A Plus Me ได้ตามความเหมาะสม