ธุรกิจลีสซิ่งและเช่าซื้อในไทยมีภาระภาษีเฉพาะที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป โดยเฉพาะภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ที่คำนวณจากดอกเบี้ยรับ ควบคู่กับข้อกำหนดการบันทึกบัญชีตามมาตรฐาน TFRS 16

สารบัญบทความ
  1. ธุรกิจลีสซิ่งและเช่าซื้อคืออะไร และทำไมถึงต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
  2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% คำนวณอย่างไร และยื่นอย่างไร
  3. การรับรู้รายได้ดอกเบี้ยแบบ Effective Interest Method
  4. TFRS 16 กับธุรกิจลีสซิ่ง: ฝั่งผู้ให้เช่าต้องทำอะไร
  5. ภาษีเงินได้นิติบุคคลและกลยุทธ์วางแผนภาษีสำหรับธุรกิจลีสซิ่ง
  6. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย อากรแสตมป์ และข้อพิจารณาอื่นสำหรับธุรกิจเช่าซื้อ
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  8. ตารางนำบทความไปใช้

ธุรกิจลีสซิ่งและเช่าซื้อคืออะไร และทำไมถึงต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

ธุรกิจ ลีสซิ่ง (Leasing) และ เช่าซื้อ (Hire Purchase) เป็นการให้บริการทางการเงินรูปแบบหนึ่ง ที่ผู้ประกอบการซื้อทรัพย์สิน เช่น รถยนต์ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์

แล้วให้ลูกค้าใช้ประโยชน์โดยแบ่งชำระเป็นงวด รายได้หลักของธุรกิจนี้คือ

ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ที่เรียกเก็บตลอดสัญญา

เนื่องจากธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับการให้สินเชื่อ (ให้กู้ยืมเงินในรูปแบบทรัพย์สิน)

ประมวลรัษฎากรจึงจัดให้กิจการประเภทนี้ที่ดำเนินธุรกิจลักษณะเดียวกับสถาบันการเงิน เช่น การให้สินเชื่อ การรับฝากเงิน

หรือการแลกเปลี่ยนเงินตรา ต้องเสีย ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax) แทนภาษีมูลค่าเพิ่ม

สำหรับผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายเฉพาะ แต่ประกอบธุรกิจในลักษณะให้เช่าซื้อหรือลีสซิ่งเป็นการค้าปกติ

ควรตรวจสอบสถานะว่าธุรกิจของตนเข้าข่ายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่กับกรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษีเฉพาะทาง

เนื่องจากการจัดประเภทมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี

ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% คำนวณอย่างไร และยื่นอย่างไร

อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับธุรกิจประเภทสถาบันการเงินและธุรกิจที่มีลักษณะให้สินเชื่อคือ 3% ของรายรับ (ฐานภาษี) และต้องเสียภาษีท้องถิ่นเพิ่มอีก 10% ของจำนวนภาษีธุรกิจเฉพาะ

รวมเป็นภาระภาษีจริง 3.3% ของรายรับ (ข้อมูล ณ ปี 2569 จากกรมสรรพากร)

  • ฐานภาษี: ดอกเบี้ยรับ ค่าธรรมเนียม และผลประโยชน์ใดๆ ที่เรียกเก็บจากสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาเงินทุน โดยนับตามเงินสดที่ได้รับหรือสิทธิที่จะได้รับในแต่ละงวด
  • อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะ: 3% คูณด้วยฐานภาษี
  • ภาษีท้องถิ่น: 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะที่คำนวณได้ (0.3% ของฐานภาษี)
  • ภาระรวม: 3.3% ของรายรับที่ใช้เป็นฐานภาษี

การยื่นภาษีธุรกิจเฉพาะใช้แบบ ภ.ธ.40 ยื่นรายเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หรือภายในวันที่ 23 หากยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร

การยื่นล่าช้าจะมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย

ดังนั้นการจัดระบบรับรู้รายได้ดอกเบี้ยให้ถูกต้องในแต่ละเดือนจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ข้อสังเกตสำคัญ: ธุรกิจที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะในส่วนรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมนั้น ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับรายได้ส่วนเดียวกัน

เนื่องจากภาษีสองประเภทนี้ไม่ซ้ำซ้อนกันตามประมวลรัษฎากร

การรับรู้รายได้ดอกเบี้ยแบบ Effective Interest Method

ประเด็นที่ซับซ้อนที่สุดสำหรับผู้ประกอบการลีสซิ่งและเช่าซื้อคือ วิธีการคำนวณและรับรู้รายได้ดอกเบี้ย ที่ถูกต้องทั้งในทางบัญชีและภาษี

วิธีที่มาตรฐานการรายงานทางการเงินกำหนดไว้คือ Effective Interest Method (วิธีดอกเบี้ยที่แท้จริง) ซึ่งคำนวณดอกเบี้ยรับจากยอดเงินต้นคงเหลือ ณ ต้นงวด คูณด้วยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง

(Effective Interest Rate หรือ EIR)

ไม่ใช่การตัดจ่ายดอกเบี้ยเท่ากันทุกงวด (Sum of Digits หรือ Rule of 78)

  • Effective Interest Rate (EIR): คืออัตราดอกเบี้ยที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดที่จะได้รับในอนาคตทั้งหมดเท่ากับมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ทางการเงิน ณ วันเริ่มต้นสัญญา
  • ดอกเบี้ยรับแต่ละงวด: = ยอดเงินต้นคงเหลือต้นงวด × EIR ÷ จำนวนงวดต่อปี
  • เงินต้นที่ลดลง: = เงินรับชำระงวดนั้น − ดอกเบี้ยรับที่คำนวณได้

ความสำคัญในทางภาษีคือ ฐานภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ควรคำนวณจากดอกเบี้ยที่ รับรู้แล้วตามหลักบัญชี ซึ่งหากใช้ Effective Interest Method

ตัวเลขดอกเบี้ยรับในช่วงต้นสัญญาจะสูงกว่าช่วงท้ายสัญญา (เพราะเงินต้นยังสูง)

ผู้ประกอบการจึงควรมีตารางตัดจ่ายดอกเบี้ย (Amortization Schedule) ที่ถูกต้องประกอบการยื่นภาษีทุกเดือน

ในทางปฏิบัติ ธุรกิจขนาดเล็กบางรายยังใช้วิธี Rule of 78 หรือวิธีเส้นตรง อย่างไรก็ตาม มาตรฐานการบัญชีที่ใช้บังคับในปัจจุบันกำหนดให้ใช้ EIR

สำหรับการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากสินทรัพย์ทางการเงิน ผู้ประกอบการควรปรึกษา

สำนักงานบัญชีรับทำบัญชีรายเดือนเพื่อตรวจสอบว่าระบบบัญชีที่ใช้อยู่สอดคล้องกับมาตรฐานหรือไม่

TFRS 16 กับธุรกิจลีสซิ่ง: ฝั่งผู้ให้เช่าต้องทำอะไร

มาตรฐานการรายงานทางการเงิน TFRS 16 (สัญญาเช่า) มีผลบังคับใช้ในไทยและกำหนดหลักเกณฑ์การบัญชีทั้งสำหรับผู้เช่าและผู้ให้เช่า ในส่วนของ ผู้ให้เช่า (Lessor)

ซึ่งได้แก่บริษัทลีสซิ่งและเช่าซื้อ TFRS 16 กำหนดให้จัดประเภทสัญญาเช่าออกเป็น 2

ประเภทหลักก่อน

  • Finance Lease (สัญญาเช่าการเงิน): สัญญาที่โอนความเสี่ยงและผลประโยชน์ในทรัพย์สินจากผู้ให้เช่าไปยังผู้เช่าเป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างเช่น สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ที่มีราคาซื้อคืนต่ำมาก หรือสัญญาที่ครอบคลุมอายุการใช้งานส่วนใหญ่ของทรัพย์สิน
  • Operating Lease (สัญญาเช่าดำเนินงาน): สัญญาที่ไม่โอนความเสี่ยงและผลประโยชน์หลักในทรัพย์สิน ผู้ให้เช่ายังคงได้รับทรัพย์สินคืนและแบกรับความเสี่ยงในมูลค่าคงเหลือ

สำหรับ Finance Lease ผู้ให้เช่าต้อง:

  • บันทึก ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าการเงิน (Net Investment in Lease) แทนการบันทึกทรัพย์สิน ณ วันเริ่มต้นสัญญา โดยวัดมูลค่าจากมูลค่าปัจจุบันของค่าเช่าที่จะได้รับและมูลค่าคงเหลือที่ค้ำประกัน
  • รับรู้ รายได้ดอกเบี้ย ตลอดอายุสัญญาโดยใช้ Effective Interest Method ดังที่กล่าวข้างต้น
  • ลดยอดลูกหนี้ตามจำนวนเงินต้นที่ได้รับชำระในแต่ละงวด

สำหรับ Operating Lease ผู้ให้เช่าต้อง:

  • ยังคงบันทึกทรัพย์สินในงบดุลและตัดค่าเสื่อมราคาตามปกติ
  • รับรู้รายได้ค่าเช่าแบบเส้นตรง (Straight-line) ตลอดอายุสัญญา หรือตามวิธีอื่นที่สะท้อนรูปแบบการได้รับประโยชน์
  • บันทึกต้นทุนทางตรงเริ่มต้น (Initial Direct Costs) เพิ่มเข้าในมูลค่าทรัพย์สินและตัดจ่ายตลอดอายุสัญญา

จุดที่ต้องระวังคือการจัดประเภทสัญญา เนื่องจากส่งผลต่อการนำเสนองบการเงิน ภาษีที่ต้องเสีย และตัวเลขที่ใช้เป็นฐานภาษีธุรกิจเฉพาะ ผู้ประกอบการที่ไม่แน่ใจควรปรึกษา

ที่ปรึกษาภาษีเพื่อวางแผนภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

ภาษีเงินได้นิติบุคคลและกลยุทธ์วางแผนภาษีสำหรับธุรกิจลีสซิ่ง

นอกจากภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว ผู้ประกอบการลีสซิ่งและเช่าซื้อที่จัดตั้งในรูปแบบนิติบุคคลยังต้องเสีย ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) จากกำไรสุทธิ

หากธุรกิจเข้าเงื่อนไข SME ได้แก่ ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ ไม่เกิน 30 ล้านบาท ต่อรอบบัญชี จะได้สิทธิอัตราก้าวหน้า (ข้อมูล ณ

ปี 2569):

  • กำไรสุทธิ 0 – 300,000 บาท: ยกเว้น (0%)
  • กำไรสุทธิ 300,001 – 3,000,000 บาท: 15%
  • กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท: 20%

ธุรกิจที่ไม่เข้าเงื่อนไข SME หรือที่รายได้เกินเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง จะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราคงที่ 20% ของกำไรสุทธิ

ประเด็นสำคัญในการวางแผนภาษี CIT สำหรับธุรกิจลีสซิ่งคือ:

  • ค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินที่ให้เช่า: ในกรณี Operating Lease ผู้ให้เช่ายังคงเป็นเจ้าของทรัพย์สินจึงสามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ตามเกณฑ์กรมสรรพากร ซึ่งอาจแตกต่างจากค่าเสื่อมราคาทางบัญชี
  • ต้นทุนทางตรงเริ่มต้น: เช่น ค่าคอมมิชชั่นพนักงานขาย ค่าตรวจสอบสินเชื่อ อาจมีการปฏิบัติต่างกันระหว่างบัญชีและภาษี
  • หนี้สงสัยจะสูญ: การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้เช่าซื้อต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรจึงจะนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย อากรแสตมป์ และข้อพิจารณาอื่นสำหรับธุรกิจเช่าซื้อ

ผู้ประกอบการลีสซิ่งและเช่าซื้อควรทราบถึงภาระภาษีอื่นที่เกี่ยวข้องดังนี้

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้ได้แก่:

  • เมื่อบริษัทลีสซิ่งรับค่าดอกเบี้ยจากบริษัทลูกค้าที่เป็นนิติบุคคล ลูกค้านั้นมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยที่จ่ายตามอัตราที่กำหนด
  • ในทางกลับกัน เมื่อบริษัทลีสซิ่งจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ถือหุ้นหรือสถาบันการเงินที่ให้กู้ยืมเงินมา ก็ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในฐานะผู้จ่ายเช่นกัน
  • ค่าบริการที่จ่ายให้ผู้รับเหมาภายนอก เช่น ค่าประเมินราคาทรัพย์สิน หากเข้าเงื่อนไขต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กำหนด

อากรแสตมป์: สัญญาเช่าซื้อและสัญญาเงินกู้ยืมอาจต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากร

ผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายละเอียดกับที่ปรึกษาเนื่องจากอัตราและเงื่อนไขขึ้นอยู่กับประเภทสัญญาและมูลค่า

VAT กับรายได้ค่าธรรมเนียมอื่น: แม้รายได้ดอกเบี้ยจะอยู่ภายใต้ภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่รายได้จากการให้บริการอื่นที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าบริการประกันภัย

อาจต้องพิจารณาว่าอยู่ภายใต้ VAT ปัจจุบัน 7% (ปัจจุบัน 7%

ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 799 มีผลถึง 30 กันยายน 2569 — ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากร) หรือไม่ เนื่องจากไม่ใช่รายได้ดอกเบี้ยโดยตรง

การบริหารจัดการภาษีทั้งหมดนี้ให้ถูกต้องและครบถ้วนตั้งแต่ต้นจะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการถูกประเมินภาษีย้อนหลัง

การมีระบบบัญชีที่ดีและการทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจประเภทนี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
ธุรกิจลีสซิ่งและเช่าซื้อคืออะไร และทำไมถึงต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% คำนวณอย่างไร และยื่นอย่างไรตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
การรับรู้รายได้ดอกเบี้ยแบบ Effective Interest Methodตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ธุรกิจเช่าซื้อต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ทุกบาทที่ได้รับหรือเปล่า หรือแค่ส่วนดอกเบี้ย

ฐานภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งคือ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และผลประโยชน์ที่ได้รับจากสัญญา ไม่ใช่ยอดรับชำระทั้งหมด ส่วนที่เป็นเงินต้น (การคืนต้นทุนทรัพย์สิน)

ไม่รวมอยู่ในฐานภาษี ดังนั้นการมีตารางตัดจ่ายดอกเบี้ย (Amortization

Schedule) ที่แม่นยำจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในการคำนวณภาษีที่ถูกต้องในแต่ละเดือน

TFRS 16 เปลี่ยนแปลงการบันทึกบัญชีสำหรับบริษัทเช่าซื้อ (ผู้ให้เช่า) มากน้อยแค่ไหน

สำหรับ ผู้ให้เช่า TFRS 16 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหลักการพื้นฐานมากนัก ผู้ให้เช่ายังคงต้องจัดประเภทสัญญาเป็น Finance Lease หรือ Operating Lease เช่นเดิม

ความเปลี่ยนแปลงหลักมาอยู่ที่ฝั่งผู้เช่าซึ่งต้องรับรู้สินทรัพย์สิทธิการใช้และหนี้สินตามสัญญาเช่า อย่างไรก็ตาม ผู้ให้เช่าที่ทำสัญญา Finance Lease

ยังคงต้องบันทึกลูกหนี้ตามสัญญาเช่าการเงินและรับรู้ดอกเบี้ยรับด้วย Effective Interest Method

ตามที่มาตรฐานกำหนด

บริษัทลีสซิ่งขนาดเล็กที่ทุนจดทะเบียนไม่ถึง 5 ล้านบาท จะได้อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล SME ไหม

บริษัทที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบบัญชี จะได้อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล SME แบบก้าวหน้า คือ 0%

สำหรับกำไรถึง 300,000 บาท 15% สำหรับกำไร 300,001-3,000,000 บาท และ 20%

สำหรับส่วนที่เกิน (ข้อมูล ณ ปี 2569) อย่างไรก็ตาม ต้องระวังว่าหากปีใดรายได้เกิน 30 ล้านบาทหรือเพิ่มทุนเกิน 5 ล้านบาท จะเสียสิทธิ์ SME ในปีนั้นและต้องเสีย 20% ทั้งหมด

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง ภาษีธุรกิจลีสซิ่งและสินเชื่อเช่าซื้อ: ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% รายได้ดอกเบี้ย และการบันทึก TFRS 16

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ ภาษีธุรกิจลีสซิ่งและสินเชื่อเช่าซื้อ: ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% รายได้ดอกเบี้ย และการบันทึก TFRS 16

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล