คำตอบสั้น ๆ คือ บริษัทต้องทดสอบการด้อยค่าของสินทรัพย์เมื่อมีข้อบ่งชี้ว่ามูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์อาจสูงกว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนจริง เช่น ยอดขายลดลงต่อเนื่อง

เครื่องจักรล้าสมัย หรือสภาพตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

ตามมาตรฐานการบัญชี TAS 36 เรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์ หากพบว่ามูลค่าตามบัญชีสูงกว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน ต้องบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าเข้าไปในกำไรขาดทุนทันที

บทความนี้อธิบายหลักการทดสอบและแนวทางปฏิบัติสำหรับ SME

สารบัญบทความ
  1. การด้อยค่าของสินทรัพย์คืออะไร ทำไม SME ต้องให้ความสำคัญ
  2. ข้อบ่งชี้ที่ควรทดสอบการด้อยค่า
  3. หน่วยสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดเงินสด (CGU) เมื่อประเมินสินทรัพย์เดี่ยวไม่ได้
  4. วิธีคำนวณมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน
  5. ตัวอย่างการคำนวณ
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  7. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  8. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

การด้อยค่าของสินทรัพย์คืออะไร ทำไม SME ต้องให้ความสำคัญ

เมื่อบริษัทลงทุนซื้อสินทรัพย์ถาวร เช่น เครื่องจักร อาคาร หรือสินทรัพย์ไม่มีตัวตนอย่างซอฟต์แวร์

โดยทั่วไปจะบันทึกมูลค่าตามบัญชีและทยอยหักค่าเสื่อมราคาหรือค่าตัดจำหน่ายตามอายุการใช้งาน แต่ในบางสถานการณ์

มูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์อาจลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ เช่น เครื่องจักรที่ใช้ผลิตสินค้าซึ่งตลาดไม่ต้องการแล้ว หรืออาคารในทำเลที่มูลค่าตลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

สถานการณ์เหล่านี้เรียกว่า การด้อยค่าของสินทรัพย์ (Impairment)

ซึ่งมาตรฐานการบัญชี TAS 36 กำหนดหลักการให้กิจการต้องทดสอบและปรับปรุงมูลค่าสินทรัพย์ให้สะท้อนความเป็นจริง

สำหรับ SME การละเลยเรื่องนี้อาจทำให้งบการเงินแสดงมูลค่าสินทรัพย์สูงเกินความเป็นจริง ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดต่อผู้บริหาร นักลงทุน

หรือธนาคารที่ใช้งบการเงินประกอบการตัดสินใจปล่อยสินเชื่อ

ข้อบ่งชี้ที่ควรทดสอบการด้อยค่า

มาตรฐาน TAS 36 กำหนดให้กิจการประเมินข้อบ่งชี้ทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในทุกรอบปิดงบการเงิน ตัวอย่างข้อบ่งชี้ที่พบบ่อยได้แก่

  • ปัจจัยภายนอก: มูลค่าตลาดของสินทรัพย์ลดลงมากกว่าที่คาดจากการใช้งานตามปกติ, มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีหรือกฎหมายที่ส่งผลเสียต่อธุรกิจ, สภาวะเศรษฐกิจหรืออุตสาหกรรมที่กิจการดำเนินงานอยู่ถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ปัจจัยภายใน: พบหลักฐานว่าสินทรัพย์ล้าสมัยหรือชำรุดเสียหาย, ผลประกอบการจริงของสินทรัพย์ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ, มีแผนหยุดหรือปรับโครงสร้างส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์นั้น

หากพบข้อบ่งชี้อย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้น กิจการต้องดำเนินการทดสอบการด้อยค่าอย่างเป็นทางการ โดยเปรียบเทียบมูลค่าตามบัญชีกับมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน

หน่วยสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดเงินสด (CGU) เมื่อประเมินสินทรัพย์เดี่ยวไม่ได้

ในทางปฏิบัติ สินทรัพย์หลายรายการไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างอิสระด้วยตัวเอง เช่น เครื่องจักรตัวหนึ่งในสายการผลิตที่ต้องทำงานร่วมกับเครื่องจักรอื่นทั้งสาย

ในกรณีนี้ต้องรวมกลุ่มสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกันเป็น

หน่วยสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดเงินสด (Cash-Generating Unit - CGU) แล้วทดสอบการด้อยค่าในระดับ CGU แทนที่จะทดสอบทีละรายการ

ตัวอย่างการกำหนด CGU

ลักษณะธุรกิจตัวอย่าง CGU
โรงงานผลิตชิ้นส่วนที่มีสายการผลิตเดียวเครื่องจักรทั้งสายการผลิตรวมเป็น 1 CGU
ธุรกิจร้านอาหารที่มีหลายสาขาแต่ละสาขาถือเป็น 1 CGU แยกกัน หากสร้างกระแสเงินสดอิสระต่อกัน
บริษัทให้เช่าอาคารสำนักงานหลายอาคารแต่ละอาคารอาจเป็น 1 CGU หากสร้างรายได้ค่าเช่าอิสระจากกัน

วิธีคำนวณมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน

มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (Recoverable Amount) คือมูลค่าที่สูงกว่าระหว่างสองแนวทางนี้

  • มูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการขาย (Fair Value less Costs of Disposal): ประเมินจากราคาที่คาดว่าจะขายสินทรัพย์ได้ในตลาด หักด้วยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขาย เช่น ค่านายหน้าหรือค่าธรรมเนียมโอน
  • มูลค่าจากการใช้ (Value in Use): คำนวณจากมูลค่าปัจจุบันของประมาณการกระแสเงินสดในอนาคตที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้สินทรัพย์หรือ CGU นั้นต่อไป โดยคิดลดด้วยอัตราคิดลดที่เหมาะสม

หากมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์หรือ CGU สูงกว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนทั้งสองแนวทางข้างต้น ถือว่าสินทรัพย์นั้นด้อยค่า และต้องบันทึกผลขาดทุนเท่ากับส่วนต่างดังกล่าว

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติบริษัทผลิตสินค้ามีเครื่องจักรสายการผลิตหนึ่งชุด มูลค่าตามบัญชี ณ วันทดสอบเท่ากับ 8,000,000 บาท

เนื่องจากยอดขายสินค้าที่ผลิตจากสายการผลิตนี้ลดลงต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค

ฝ่ายบัญชีจึงประเมินมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนได้ดังนี้

รายการมูลค่า (บาท)
มูลค่าตามบัญชี ณ วันทดสอบ8,000,000
มูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการขาย (ประเมินจากราคาตลาดเครื่องจักรมือสอง)5,200,000
มูลค่าจากการใช้ (คิดลดกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต)5,600,000
มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (เลือกค่าที่สูงกว่า)5,600,000
ขาดทุนจากการด้อยค่าที่ต้องบันทึก2,400,000 (8,000,000 - 5,600,000)

*ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างประกอบหลักการเท่านั้น การคำนวณมูลค่าจากการใช้จริงต้องอาศัยสมมติฐานทางการเงินที่ซับซ้อนกว่านี้ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมิน*

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่ทบทวนข้อบ่งชี้การด้อยค่าทุกรอบปิดงบการเงิน: หลายกิจการมองข้ามเรื่องนี้เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น ทำให้งบการเงินแสดงมูลค่าสินทรัพย์สูงเกินจริงต่อเนื่องหลายปี
  • ทดสอบสินทรัพย์แต่ละรายการแยกกันทั้งที่ควรรวมเป็น CGU: ทำให้ผลการทดสอบคลาดเคลื่อน เพราะสินทรัพย์บางรายการไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างอิสระ
  • ใช้สมมติฐานกระแสเงินสดในอนาคตที่มองโลกในแง่ดีเกินจริง: ทำให้มูลค่าจากการใช้สูงเกินจริงและไม่รับรู้ผลขาดทุนที่ควรบันทึก
  • ลืมกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น: สินทรัพย์ส่วนใหญ่ (ยกเว้นค่าความนิยม) สามารถกลับรายการได้หากมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนเพิ่มขึ้นในภายหลัง

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ประกอบการ SME ควรกำหนดให้การทบทวนข้อบ่งชี้การด้อยค่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปิดงบการเงินประจำปีอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง เช่น เครื่องจักร อาคาร

หรือสินทรัพย์ไม่มีตัวตน หากพบข้อบ่งชี้ว่าอาจด้อยค่า

ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินมูลค่าเพื่อคำนวณมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนอย่างเหมาะสม

เพราะการคำนวณมูลค่าจากการใช้ต้องอาศัยสมมติฐานทางการเงินที่ซับซ้อนและมีผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขาดทุนที่รายงาน

การวางแผนตรวจสอบเรื่องนี้ล่วงหน้าจะช่วยให้งบการเงินสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของกิจการและสร้างความน่าเชื่อถือต่อผู้ใช้งบการเงิน

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

TAS 36 คือมาตรฐานอะไร เกี่ยวข้องกับ SME อย่างไร

TAS 36 คือมาตรฐานการบัญชีไทยเรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์ ซึ่งกำหนดหลักการทดสอบว่าสินทรัพย์ของกิจการ เช่น ที่ดิน อาคาร เครื่องจักร หรือสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

มีมูลค่าตามบัญชีสูงกว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนหรือไม่ หาก SME

ใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับเต็ม จะต้องปฏิบัติตามหลักการนี้ ส่วน SME ที่ใช้มาตรฐานสำหรับ NPAEs ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีว่ามีข้อกำหนดเทียบเคียงอย่างไร

หน่วยสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดเงินสด (CGU) คืออะไร

CGU หรือ Cash-Generating Unit คือกลุ่มสินทรัพย์ที่เล็กที่สุดที่สามารถระบุได้ ซึ่งก่อให้เกิดกระแสเงินสดรับที่เป็นอิสระจากสินทรัพย์หรือกลุ่มสินทรัพย์อื่นเป็นส่วนใหญ่

ใช้ในกรณีที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของสินทรัพย์แต่ละรายการได้อย่างอิสระ เช่น เครื่องจักรในสายการผลิตที่ทำงานร่วมกันเป็นระบบ ต้องรวมประเมินเป็นกลุ่ม

มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนคำนวณอย่างไร

มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน คือมูลค่าที่สูงกว่าระหว่างมูลค่ายุติธรรมหักต้นทุนในการขาย กับมูลค่าจากการใช้สินทรัพย์ต่อไป

(มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้สินทรัพย์)

การคำนวณมูลค่าจากการใช้มีความซับซ้อนและต้องใช้สมมติฐานทางการเงิน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินสำหรับสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง

SME ต้องทดสอบการด้อยค่าทุกปีหรือเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้

โดยหลักการทั่วไป กิจการต้องทดสอบการด้อยค่าเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าสินทรัพย์อาจด้อยค่า เช่น มูลค่าตลาดลดลงผิดปกติ ผลประกอบการต่ำกว่าคาด

หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ทำให้สินทรัพย์ล้าสมัย สำหรับสินทรัพย์บางประเภท เช่น ค่าความนิยม

(Goodwill) อาจต้องทดสอบทุกปีไม่ว่าจะมีข้อบ่งชี้หรือไม่ ควรตรวจสอบรายละเอียดกับผู้สอบบัญชี

หากทดสอบแล้วพบว่าสินทรัพย์ด้อยค่า ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร

ต้องลดมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ลงให้เท่ากับมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน และรับรู้ผลต่างเป็นขาดทุนจากการด้อยค่าในงบกำไรขาดทุนทันที

โดยหลังจากนั้นต้องคำนวณค่าเสื่อมราคาหรือค่าตัดจำหน่ายในงวดถัดไปจากมูลค่าตามบัญชีใหม่ที่ลดลงแล้ว

ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์สามารถกลับรายการได้หรือไม่หากสถานการณ์ดีขึ้น

สินทรัพย์ส่วนใหญ่ (ยกเว้นค่าความนิยม) สามารถกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าได้หากมีข้อบ่งชี้ว่ามูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนเพิ่มขึ้นในภายหลัง

แต่มูลค่าที่กลับรายการต้องไม่เกินมูลค่าตามบัญชีที่ควรจะเป็นหากไม่เคยมีการด้อยค่าเกิดขึ้น

ควรให้ผู้สอบบัญชีคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง

SME ขนาดเล็กที่ไม่มีทีมบัญชีในองค์กร ควรเริ่มต้นทดสอบการด้อยค่าอย่างไร

ควรเริ่มจากการทบทวนสัญญาณเบื้องต้นร่วมกับผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีทุกรอบปิดงบการเงิน เช่น ตรวจสอบว่ามีสินทรัพย์ใดที่ใช้งานน้อยลง ล้าสมัย

หรือเกี่ยวข้องกับสายผลิตภัณฑ์ที่ยอดขายลดลงต่อเนื่องหรือไม่ หากพบข้อบ่งชี้

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อคำนวณมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนอย่างเหมาะสม

เมื่อพร้อมส่งข้อมูลเพื่อประเมินงาน ทีม A Plus Me ยินดีให้คำแนะนำผ่านหน้าบริการเสริมตามลักษณะปัญหาของแต่ละกิจการ