ที่ปรึกษากฎหมายอิสระที่รับงานให้คำปรึกษาหรือว่าความโดยไม่ได้สังกัดสำนักงานประจำ มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และมักถูกลูกความหรือบริษัทที่ว่าจ้างหักภาษี ณ

ที่จ่ายก่อนรับเงิน จึงต้องเข้าใจประเภทเงินได้ วิธีหักค่าใช้จ่าย

และการยื่นแบบภาษีให้ถูกต้องครบถ้วน

ที่ปรึกษากฎหมายอิสระ (Freelance Legal Consultant) ที่รับงานให้คำปรึกษากฎหมายแก่บริษัท หรือรับว่าความในคดีต่างๆ โดยไม่ได้เป็นพนักงานประจำของสำนักงานทนายความใด

มีสถานะเป็นผู้มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

และมักถูกผู้ว่าจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนรับเงินทุกครั้ง การเข้าใจประเภทเงินได้ อัตราหักภาษี และสิทธิหักค่าใช้จ่ายจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ที่ปรึกษากฎหมายอิสระต้องรู้

เพื่อยื่นภาษีประจำปีได้ถูกต้องและไม่พลาดสิทธิ์คืนภาษี

สารบัญบทความ
  1. ที่ปรึกษากฎหมายอิสระมีเงินได้ประเภทไหนตามประมวลรัษฎากร
  2. การจดทะเบียนภาษีสำหรับที่ปรึกษากฎหมายอิสระ
  3. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าปรึกษาและค่าว่าความ
  4. การหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษี
  5. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  6. การยื่นภาษีประจำปี
  7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  8. แนวทางปฏิบัติที่แนะนำ
  9. สรุป
  10. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ที่ปรึกษากฎหมายอิสระมีเงินได้ประเภทไหนตามประมวลรัษฎากร

เงินได้ของที่ปรึกษากฎหมายและทนายความอิสระมักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "เงินได้จากวิชาชีพอิสระ"

ซึ่งกฎหมายกำหนดวิชาชีพกฎหมายเป็นหนึ่งในวิชาชีพอิสระที่ได้รับสิทธิหักค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะ

แตกต่างจากเงินได้ประเภทค่าจ้างทำของทั่วไป อย่างไรก็ตาม ลักษณะงานจริงมีผลต่อการจัดประเภทเงินได้ เช่น

หากที่ปรึกษากฎหมายรับงานในลักษณะที่ปรึกษาประจำบริษัทแบบมีสัญญาจ้างต่อเนื่องคล้ายลูกจ้าง

อาจถูกพิจารณาต่างจากการรับงานเป็นครั้งคราวแบบวิชาชีพอิสระ จึงควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรเพื่อความชัดเจนในแต่ละกรณี

การจดทะเบียนภาษีสำหรับที่ปรึกษากฎหมายอิสระ

1. ขึ้นทะเบียนผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ที่ปรึกษากฎหมายอิสระใช้เลขประจำตัวประชาชนเป็นเลขผู้เสียภาษีได้โดยไม่ต้องขอเลขแยกต่างหาก และต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นประจำทุกปีตามเงินได้ที่ได้รับ

2. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้าเข้าเกณฑ์)

หากที่ปรึกษากฎหมายอิสระมีรายได้รวมทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และต้องเรียกเก็บ VAT

จากลูกความหรือบริษัทที่ว่าจ้างตามอัตราที่บังคับใช้ (ควรตรวจสอบอัตรา VAT ปัจจุบันกับกรมสรรพากร)

หากรายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์นี้ยังไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน VAT

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าปรึกษาและค่าว่าความ

เมื่อบริษัทหรือนิติบุคคลว่าจ้างที่ปรึกษากฎหมายอิสระ มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง โดยออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ

ที่จ่ายให้เก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษีประจำปี อัตราหัก ณ

ที่จ่ายสำหรับเงินได้วิชาชีพอิสระด้านกฎหมายอาจแตกต่างจากค่าจ้างทำของทั่วไป และขึ้นอยู่กับลักษณะงานจริงว่าเป็นค่าปรึกษา ค่าว่าความ หรือค่าบริการอื่น

จึงควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนหักและนำส่งทุกครั้ง

เพื่อป้องกันการหักผิดอัตราซึ่งกระทบทั้งผู้จ่ายเงินและที่ปรึกษากฎหมายเอง

เอกสารที่ที่ปรึกษากฎหมายอิสระควรเก็บสะสม

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากทุกลูกความหรือบริษัทที่ว่าจ้าง สัญญาจ้างที่ปรึกษาหรือใบแต่งทนายความในแต่ละคดี ใบเสร็จค่าใช้จ่ายในการประกอบวิชาชีพ เช่น ค่าธรรมเนียมศาล

ค่าเดินทางไปว่าความ และค่าจ้างผู้ช่วยงานเอกสาร

การหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษี

ที่ปรึกษากฎหมายอิสระมีสิทธิเลือกหักค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับวิชาชีพอิสระ หรือหักค่าใช้จ่ายตามจริงหากมีหลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพครบถ้วน เช่น

ค่าเช่าสำนักงาน ค่าจ้างเลขานุการ ค่าเดินทางไปศาลหรือพบลูกความ

และค่าธรรมเนียมศาลที่ทดรองจ่ายแทนลูกความ การเลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมมีผลต่อภาษีที่ต้องชำระโดยตรง จึงควรเปรียบเทียบทั้งสองวิธีก่อนตัดสินใจทุกปี

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

ที่ปรึกษากฎหมายอิสระคนหนึ่งรับงานให้คำปรึกษาบริษัทแห่งหนึ่งเป็นรายเดือน และรับว่าความคดีแพ่งอีก 3 คดีในปีเดียวกัน

รายการจำนวนเงิน (บาท)
ค่าปรึกษากฎหมายรายเดือนจากบริษัท (12 เดือน)360,000
ค่าว่าความคดีแพ่ง 3 คดี (รวม)240,000
รวมรายได้ต่อปี (โดยประมาณ)600,000
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสะสม (อัตราตามประเภทเงินได้จริง)ตามหนังสือรับรองฯ ที่ได้รับ

ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบายเท่านั้น ที่ปรึกษากฎหมายที่มีรายได้จากหลายแหล่งต้องนำเงินได้ทั้งหมดมารวมคำนวณภาษีตอนสิ้นปี และนำภาษีที่ถูกหัก ณ

ที่จ่ายมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องชำระ

หากถูกหักไว้เกินมีสิทธิขอคืนภาษีได้

การยื่นภาษีประจำปี

ที่ปรึกษากฎหมายอิสระต้องยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีละ 2 ครั้ง คือ ภ.ง.ด.94 สำหรับรายได้ครึ่งปีแรก และ ภ.ง.ด.90 สำหรับรายได้ทั้งปี โดยนำรายได้จากทุกแหล่งมารวมกัน

หักค่าใช้จ่ายตามวิธีที่เลือก และหักค่าลดหย่อนต่างๆ

ก่อนคำนวณภาษีที่ต้องชำระ ควรตรวจสอบกำหนดเวลายื่นแบบที่แน่นอนของแต่ละปีกับกรมสรรพากร เนื่องจากอาจมีการขยายเวลาในบางปี

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่เก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากทุกลูกความ: ทำให้ตอนยื่นภาษีประจำปีไม่สามารถนำภาษีที่ถูกหักไว้มาเครดิตได้ครบ เสียสิทธิ์ขอคืนภาษี
  • สับสนระหว่างเงินได้วิชาชีพอิสระกับเงินได้จากการจ้างทำของทั่วไป: ทำให้เลือกวิธีหักค่าใช้จ่ายผิดประเภทและคำนวณภาษีคลาดเคลื่อน
  • ไม่แยกค่าธรรมเนียมศาลที่ทดรองจ่ายแทนลูกความออกจากรายได้ของตนเอง: ทำให้รายได้ที่แสดงในบัญชีสูงเกินจริง
  • ไม่ทราบว่าตนเองเข้าเกณฑ์ต้องจดทะเบียน VAT: เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีแต่ไม่ได้จดทะเบียนตามกำหนดเวลา อาจมีภาระภาษีย้อนหลัง
  • ไม่เปรียบเทียบวิธีหักค่าใช้จ่ายตามอัตรากับหักตามจริง: ทำให้เสียภาษีมากกว่าที่ควรเป็นในบางปี

แนวทางปฏิบัติที่แนะนำ

ที่ปรึกษากฎหมายอิสระควรเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากทุกลูกความอย่างเป็นระบบ บันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน

แยกเงินที่ทดรองจ่ายแทนลูกความออกจากรายได้ของตนเองอย่างชัดเจน

และควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อเปรียบเทียบวิธีหักค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละปี รวมถึงตรวจสอบว่าตนเองเข้าเกณฑ์ต้องจดทะเบียน VAT หรือไม่

สรุป

ที่ปรึกษากฎหมายอิสระต้องเข้าใจประเภทเงินได้ของตนเอง จดทะเบียนภาษีให้ถูกต้องตามเกณฑ์รายได้ และเก็บหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากทุกแหล่งรายได้อย่างเป็นระบบ

เพื่อให้การยื่นภาษีประจำปีถูกต้องครบถ้วน ลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบย้อนหลัง

และไม่พลาดสิทธิ์ขอคืนภาษีที่ควรได้รับ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ที่ปรึกษากฎหมายอิสระต้องจดทะเบียนภาษีอย่างไรบ้าง

ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยใช้เลขประจำตัวประชาชน และยื่นแบบภาษีประจำปีตามรายได้ที่ได้รับ หากมีรายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มเติมด้วย

ค่าปรึกษากฎหมายและค่าว่าความถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเท่าไร

อัตราที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการจัดประเภทเงินได้ตามลักษณะงานจริง เช่น เงินได้วิชาชีพอิสระด้านกฎหมายหรือค่าบริการทั่วไป

ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนหักและนำส่งทุกครั้ง

ที่ปรึกษากฎหมายอิสระควรหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริง

ขึ้นอยู่กับปริมาณค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นในแต่ละปี หากมีค่าใช้จ่ายจริงสูงและมีหลักฐานครบถ้วนการหักตามจริงอาจได้ประโยชน์มากกว่า

ควรเปรียบเทียบทั้งสองวิธีกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนยื่นแบบทุกปี

ค่าธรรมเนียมศาลที่ทดรองจ่ายแทนลูกความต้องนับเป็นรายได้หรือไม่

ควรแยกเงินที่ทดรองจ่ายแทนลูกความออกจากรายได้ค่าปรึกษาหรือค่าว่าความของตนเองอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้รายได้ที่แสดงในบัญชีสูงเกินจริงและกระทบการคำนวณภาษี

ที่ปรึกษากฎหมายอิสระต้องจดทะเบียน VAT เมื่อไหร่

เมื่อมีรายได้รวมทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และต้องเรียกเก็บ VAT

จากลูกความหรือบริษัทที่ว่าจ้างตามอัตราที่บังคับใช้ในขณะนั้น

ที่ปรึกษากฎหมายอิสระต้องยื่นภาษีปีละกี่ครั้ง

ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 สำหรับรายได้ครึ่งปีแรก และ ภ.ง.ด.90 สำหรับรายได้ทั้งปี รวมปีละ 2 ครั้ง

ควรตรวจสอบกำหนดเวลายื่นแบบที่แน่นอนของแต่ละปีกับกรมสรรพากรเนื่องจากอาจมีการขยายเวลาในบางกรณี

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำคัญอย่างไรสำหรับที่ปรึกษากฎหมาย

เป็นหลักฐานยืนยันว่าถูกหักภาษีไว้แล้วเท่าไรจากผู้ว่าจ้างแต่ละราย ต้องใช้ประกอบการยื่นแบบภาษีประจำปีเพื่อนำมาเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องชำระ

หากไม่มีเอกสารนี้อาจเสียสิทธิ์ขอคืนภาษีที่ควรได้รับ

สำหรับกิจการที่ต้องปิดงบย้อนหลังหรือขอคืนภาษี สามารถดูรายละเอียดบริการเสริมของ A Plus Me เพื่อประเมินขอบเขตงานเบื้องต้น