FlowAccount คือโปรแกรมบัญชีออนไลน์ยอดนิยมของไทยที่ออกแบบมาสำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและกลาง แม้คุณจะไม่มีพื้นฐานบัญชีเลยก็สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ภายในวันเดียว

ทำไม SME ถึงเลือก FlowAccount

FlowAccount ถูกพัฒนาโดยบริษัทไทย เน้นรองรับมาตรฐานบัญชีและภาษีของประเทศไทยโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แบบ ภ.พ.30 รายงานภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53) หรือการจัดทำงบการเงินตามมาตรฐาน สิ่งเหล่านี้ถูกรองรับไว้ครบถ้วนในระบบ ทำให้เจ้าของธุรกิจที่ไม่มีนักบัญชีประจำสามารถจัดการเอกสารการเงินเบื้องต้นได้เองโดยไม่ต้องเรียนบัญชีมาก่อน

นอกจากนี้ FlowAccount ยังมีแผน Free Trial ที่ให้ทดลองใช้ฟีเจอร์เต็มรูปแบบ 30 วัน เหมาะสำหรับ SME ที่ต้องการทดสอบก่อนตัดสินใจสมัครแผนเสียเงิน และรองรับการเชื่อมต่อกับสำนักงานบัญชีที่ใช้ระบบเดียวกัน ทำให้การส่งข้อมูลให้นักบัญชีรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

ก่อนเริ่มต้น: สิ่งที่ต้องเตรียม

ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการตั้งค่า ให้เตรียมข้อมูลต่อไปนี้ให้พร้อม เพื่อให้กระบวนการรวดเร็วและไม่ต้องกลับมาแก้ไขภายหลัง

  • เลขทะเบียนนิติบุคคล (เลข 13 หลัก) หรือเลขบัตรประชาชนหากเป็นบุคคลธรรมดา
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (ถ้ามี)
  • เลขทะเบียน VAT (ถ้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • ที่อยู่บริษัทที่ถูกต้องตามหนังสือรับรอง
  • โลโก้บริษัทในรูปแบบ PNG หรือ JPG (สำหรับใส่ในเอกสาร)
  • ข้อมูลบัญชีธนาคารของบริษัท
  • ข้อมูลลูกค้าและผู้จัดหาสินค้าหลัก (ถ้ามี)

ขั้นตอนที่ 1: สมัครสมาชิกและเข้าสู่ระบบ

เข้าไปที่เว็บไซต์ FlowAccount.com แล้วคลิก "ทดลองใช้ฟรี" หรือ "เริ่มต้นใช้งาน" จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ อีเมล และรหัสผ่าน ระบบจะส่งอีเมลยืนยันมาให้ ให้คลิกลิงก์ในอีเมลเพื่อเปิดใช้งานบัญชี จากนั้นเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลและรหัสผ่านที่ตั้งไว้

เมื่อเข้าสู่ระบบครั้งแรก ระบบจะมี Wizard ช่วยนำทางการตั้งค่าเบื้องต้น แนะนำให้ทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำเพื่อให้ครบถ้วน

ขั้นตอนที่ 2: กำหนดข้อมูลบริษัท

หลังเข้าสู่ระบบ ให้ไปที่ "ตั้งค่า" หรือ "Settings" แล้วเลือก "ข้อมูลบริษัท" กรอกข้อมูลดังต่อไปนี้ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้จะปรากฏในเอกสารทุกฉบับที่ออกจากระบบ

  • ชื่อบริษัท: ต้องตรงกับหนังสือรับรองบริษัทจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ทุกตัวอักษร
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: กรอกเลข 13 หลักให้ถูกต้อง สำคัญมากสำหรับใบกำกับภาษี
  • ที่อยู่: ต้องตรงกับที่อยู่ที่จดทะเบียนกับกรมสรรพากร (rd.go.th)
  • เบอร์โทรศัพท์และอีเมล: ใช้สำหรับการติดต่อในเอกสาร
  • สาขา: ระบุ "สำนักงานใหญ่" หรือเลขสาขา ถ้ามีหลายสาขา

อย่าลืมอัปโหลดโลโก้บริษัทเพื่อให้เอกสารดูเป็นมืออาชีพ ระบบรองรับไฟล์ PNG, JPG ขนาดไม่เกิน 2 MB

ขั้นตอนที่ 3: ตั้งค่าภาษี

ส่วนนี้สำคัญมากสำหรับ SME เพราะจะกำหนดว่าระบบจะคำนวณภาษีอย่างไรในเอกสารทุกฉบับ

  • VAT: เลือกว่าธุรกิจของคุณ "จดทะเบียน VAT" หรือ "ไม่จดทะเบียน VAT" หากจดทะเบียนแล้ว ให้กรอกเลขทะเบียน VAT และระบุอัตราภาษี (ปัจจุบัน 7%) ระบบจะคำนวณ VAT อัตโนมัติในใบกำกับภาษีทุกใบ
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT): กำหนดค่าเริ่มต้นสำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่าย เช่น 3% สำหรับค่าบริการ หรือ 5% สำหรับค่าเช่า ตามประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากร
  • รอบบัญชี: โดยปกติเป็นวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม สำหรับบริษัทที่จดทะเบียนทั่วไป

ขั้นตอนที่ 4: ตั้งผังบัญชี

ผังบัญชี (Chart of Accounts) คือหัวใจของระบบบัญชี FlowAccount มีผังบัญชีมาตรฐานให้เลือกใช้งานได้เลย ซึ่งเหมาะสำหรับ SME ทั่วไป ประกอบด้วย

  • หมวดสินทรัพย์ (Assets)
  • หมวดหนี้สิน (Liabilities)
  • หมวดส่วนของเจ้าของ (Equity)
  • หมวดรายได้ (Revenue)
  • หมวดค่าใช้จ่าย (Expenses)

SME ที่เพิ่งเริ่มต้นสามารถใช้ผังบัญชีมาตรฐานได้โดยไม่ต้องแก้ไขมาก แต่หากธุรกิจมีลักษณะเฉพาะ เช่น ธุรกิจผลิตสินค้า หรือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาจต้องเพิ่มบัญชีย่อยเพิ่มเติม แนะนำให้ปรึกษานักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีก่อนปรับแต่ง

ขั้นตอนที่ 5: เพิ่มข้อมูลสินค้าและบริการ

ไปที่เมนู "สินค้า" หรือ "Product" เพื่อเพิ่มรายการสินค้าหรือบริการที่คุณขาย ข้อมูลที่ต้องกรอก ได้แก่

  • รหัสสินค้า (SKU) ถ้ามี
  • ชื่อสินค้าหรือบริการ
  • ราคาขายต่อหน่วย
  • หน่วยนับ เช่น ชิ้น กล่อง ชั่วโมง
  • หมวดบัญชีรายได้ที่เชื่อมโยง
  • อัตราภาษีที่ใช้ (VAT หรือ ไม่มี VAT)

การตั้งค่าสินค้าที่ดีจะช่วยให้การออกใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีเร็วขึ้นมาก เพียงเลือกสินค้าจากรายการแล้วระบบจะดึงข้อมูลราคาและภาษีมาให้อัตโนมัติ

ขั้นตอนที่ 6: เพิ่มข้อมูลลูกค้าและผู้จัดหาสินค้า

ไปที่เมนู "ผู้ติดต่อ" เพื่อเพิ่มข้อมูลลูกค้า (Customer) และผู้จัดหาสินค้า (Supplier) ข้อมูลที่ควรกรอก

  • ชื่อบริษัทหรือบุคคล
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (สำคัญสำหรับออกใบกำกับภาษีและใบหัก ณ ที่จ่าย)
  • ที่อยู่สำหรับระบุในเอกสาร
  • เบอร์โทรศัพท์และอีเมล
  • เงื่อนไขการชำระเงิน เช่น ชำระทันที หรือ Net 30 วัน

ขั้นตอนที่ 7: ออกเอกสารฉบับแรก

เมื่อตั้งค่าพื้นฐานครบแล้ว ให้ทดลองออกเอกสารฉบับแรก เริ่มจากใบเสนอราคา (Quotation) หรือใบแจ้งหนี้ (Invoice) โดย

  • ไปที่เมนู "การขาย" หรือ "Sales"
  • คลิก "สร้างใหม่"
  • เลือกลูกค้าจากรายการที่เพิ่มไว้
  • เลือกสินค้าหรือบริการ
  • ตรวจสอบการคำนวณ VAT และยอดรวม
  • บันทึกและ PDF ออกมาตรวจสอบ

ตรวจสอบว่าเอกสารมีรายการครบถ้วนตามที่กรมสรรพากรกำหนด ได้แก่ ชื่อผู้ซื้อผู้ขาย เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ที่อยู่ เลขที่เอกสาร วันที่ รายการ และมูลค่าภาษี

ข้อผิดพลาดที่ SME มักทำในวันแรก

  • กรอกที่อยู่บริษัทไม่ตรงกับทะเบียน: ทำให้ใบกำกับภาษีอาจถูกปฏิเสธเมื่อลูกค้านำไปขอคืน VAT
  • ลืมกรอกเลขทะเบียน VAT: เอกสารที่ออกมาจะไม่ใช่ใบกำกับภาษีตามกฎหมาย
  • ตั้งค่าภาษีผิด: เช่น ตั้งเป็น "ราคารวมภาษี" แต่ควรเป็น "ราคาไม่รวมภาษี" หรือกลับกัน ทำให้ยอดผิดพลาด
  • ไม่ตั้งรอบบัญชี: ข้อมูลรายงานจะไม่ตรงกับงวดบัญชีจริง

การเชื่อมต่อกับสำนักงานบัญชี

FlowAccount มีฟีเจอร์ "Accountant Access" ที่ให้คุณมอบสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลให้กับสำนักงานบัญชีได้โดยตรง โดยนักบัญชีจะสามารถดูและดาวน์โหลดรายงาน ตรวจสอบรายการบัญชี และนำข้อมูลไปจัดทำงบการเงินได้ ทำให้ประหยัดเวลาในการส่งเอกสารและลดความผิดพลาดจากการพิมพ์ข้อมูลซ้ำ

หากคุณยังไม่มีสำนักงานบัญชี สามารถหาข้อมูลสำนักงานบัญชีที่รองรับ FlowAccount ได้จากเว็บไซต์ของ FlowAccount เองซึ่งมีรายชื่อพาร์ทเนอร์

สรุป

การตั้งค่า FlowAccount ครั้งแรกไม่ใช่เรื่องยากหากเตรียมข้อมูลมาให้พร้อม ขั้นตอนหลักคือ กรอกข้อมูลบริษัทให้ถูกต้อง ตั้งค่าภาษีให้ตรงกับสถานะของธุรกิจ เพิ่มสินค้าและผู้ติดต่อ แล้วทดลองออกเอกสารฉบับแรก การลงทุนเวลาในการตั้งค่าที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยป้องกันปัญหาเอกสารผิดพลาดในระยะยาว และทำให้การยื่นภาษีกับกรมสรรพากรเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ตั้งค่า FlowAccount ครั้งแรก: คู่มือ Step-by-Step สำหรับ SME ที่ไม่มีพื้นฐานบัญชี ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

FlowAccount เหมาะกับธุรกิจประเภทใดบ้าง?

FlowAccount เหมาะกับธุรกิจ SME ทุกประเภท ทั้งร้านค้า บริษัทบริการ ฟรีแลนซ์ และกิจการค้าส่ง ที่ต้องการระบบบัญชีออนไลน์ที่รองรับมาตรฐานภาษีไทยโดยไม่จำเป็นต้องมีนักบัญชีประจำ

ต้องมีพื้นฐานบัญชีก่อนไหมถึงจะใช้ FlowAccount ได้?

ไม่จำเป็น FlowAccount ออกแบบมาให้เจ้าของธุรกิจที่ไม่มีพื้นฐานบัญชีสามารถใช้งานได้ทันที เพราะระบบจะช่วยคำนวณภาษีและออกเอกสารตามมาตรฐานให้อัตโนมัติ

FlowAccount รองรับ VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่ายไหม?

รองรับครบถ้วน ทั้งการออกใบกำกับภาษี VAT 7% ตามกรมสรรพากร การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และ 5% รวมถึงการจัดทำรายงาน ภ.พ.30 และ ภ.ง.ด. ต่างๆ

ข้อมูลในระบบ FlowAccount ปลอดภัยไหม?

ข้อมูลถูกเข้ารหัสและจัดเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัย มีระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงของพนักงานและนักบัญชีได้แยกต่างหาก

ถ้าเปลี่ยนมาจากระบบเดิมต้องทำอย่างไร?

FlowAccount รองรับการนำเข้าข้อมูลจาก Excel และระบบอื่นผ่านไฟล์ CSV ควรเริ่มต้นด้วยการกำหนดยอดยกมาต้นงวด แล้วค่อยบันทึกรายการใหม่ในระบบตั้งแต่วันที่เริ่มใช้งาน

FlowAccount สามารถเชื่อมต่อกับสำนักงานบัญชีได้ไหม?

ได้ FlowAccount มีฟีเจอร์ Accountant Access ที่ให้คุณมอบสิทธิ์แก่สำนักงานบัญชีเพื่อเข้าถึงข้อมูลโดยตรง ช่วยประหยัดเวลาในการส่งเอกสารและลดความผิดพลาดจากการพิมพ์ข้อมูลซ้ำ

ค่าใช้จ่ายของ FlowAccount เท่าไหร่และมีแผนฟรีไหม?

FlowAccount มีแผนฟรีสำหรับธุรกิจขนาดเล็กมาก และแผนที่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 299 บาทต่อเดือน พร้อม Free Trial 30 วันสำหรับทดลองฟีเจอร์เต็มรูปแบบก่อนตัดสินใจสมัคร