บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นในการเปิดเผยข้อมูล ESG ตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และมาตรฐาน ISSB ซึ่งส่งผลให้ SME ที่เป็นซัพพลายเออร์ถูกร้องขอข้อมูลมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทำไมบริษัทจดทะเบียนใน SET จึงต้องเปิดเผยข้อมูล ESG ในห่วงโซ่อุปทาน

สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ออกแนวปฏิบัติด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน โดยส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนรายงานตามมาตรฐาน ISSB (International Sustainability Standards Board) โดยเฉพาะ IFRS S1 และ IFRS S2 ซึ่งกำหนดให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพอากาศตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain)

ซึ่งหมายความว่าบริษัทจดทะเบียนต้องรวบรวมข้อมูล ESG ไม่เพียงแค่จากการดำเนินงานของตนเอง แต่ยังรวมถึงซัพพลายเออร์ในระดับต่าง ๆ ของห่วงโซ่อุปทาน (Scope 3 Emissions) ซึ่งหมายความว่า SME ที่เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบหรือบริการให้กับบริษัทจดทะเบียนจะถูกร้องขอข้อมูลเหล่านี้

มาตรฐานการรายงาน ESG ที่เกี่ยวข้องกับ SME Supplier

ISSB (IFRS S1 และ IFRS S2)

มาตรฐาน ISSB ที่ ก.ล.ต. ไทยส่งเสริมให้ใช้ กำหนดให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงด้านสภาพอากาศและความยั่งยืนทั้งห่วงโซ่คุณค่า IFRS S2 โดยเฉพาะเน้นเรื่อง Scope 3 GHG emissions ซึ่งมาจากซัพพลายเออร์โดยตรง

GRI Standards

GRI (Global Reporting Initiative) เป็นมาตรฐานการรายงาน ESG ที่บริษัทจดทะเบียนไทยนิยมใช้ โดยมีหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเออร์ เช่น GRI 308 (Supplier Environmental Assessment) และ GRI 414 (Supplier Social Assessment)

แนวทาง ก.ล.ต. และ SET

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมี One Report และ 56-1 One Report ที่กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนต้องรายงานข้อมูลด้านความยั่งยืน รวมถึงการประเมินซัพพลายเออร์ด้าน ESG

ข้อมูลที่บริษัทจดทะเบียนมักขอจาก SME Supplier

ข้อมูลที่ถูกร้องขอมากที่สุดแบ่งตามประเภท ESG ดังนี้

ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental)

  • ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emissions) — Scope 1 (จากการเผาไหม้โดยตรง) Scope 2 (จากการใช้ไฟฟ้า) ซึ่งเป็น Scope 3 ของบริษัทจดทะเบียน
  • การใช้พลังงานทั้งหมด — แยกตามประเภท เช่น ไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซ พลังงานหมุนเวียน
  • การใช้น้ำ — ปริมาณที่ใช้ แหล่งที่มา และการจัดการน้ำเสีย
  • ของเสียที่เกิดขึ้น — แบ่งเป็นของเสียอันตรายและไม่อันตราย วิธีการจัดการ
  • นโยบายและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม — มีการรับรอง ISO 14001 หรือไม่

ข้อมูลด้านสังคม (Social)

  • จำนวนพนักงานทั้งหมด แยกตามเพศ อายุ ประเภทสัญญา
  • อัตราการเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน (TRIR/LTIR)
  • ชั่วโมงการฝึกอบรมพนักงานต่อปี
  • นโยบายสิทธิมนุษยชนและการต่อต้านการบังคับใช้แรงงาน
  • การจ่ายค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงาน

ข้อมูลด้านธรรมาภิบาล (Governance)

  • นโยบายต่อต้านการทุจริตและการติดสินบน
  • ช่องทางรับข้อร้องเรียน (Whistleblowing)
  • การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

วิธีเก็บและจัดระบบข้อมูล ESG สำหรับ SME

SME ที่ไม่เคยเก็บข้อมูลเหล่านี้มาก่อนควรเริ่มต้นอย่างเป็นระบบ

ข้อมูลแหล่งที่มาความถี่ในการเก็บ
การใช้ไฟฟ้าบิลการไฟฟ้ารายเดือน
การใช้น้ำบิลประปารายเดือน
การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงใบเสร็จ/สลิปเติมน้ำมันรายเดือน
ของเสียใบรับทิ้งจากผู้รับกำจัดรายครั้ง/รายเดือน
จำนวนพนักงานทะเบียนพนักงาน/ประกันสังคมรายเดือน
อุบัติเหตุบันทึกอุบัติเหตุภายในรายครั้งและสรุปรายปี
การฝึกอบรมบันทึกการเข้าอบรมรายครั้งและสรุปรายปี

แนวทางการคำนวณ GHG Emissions สำหรับ SME

การคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นข้อมูลที่บริษัทจดทะเบียนต้องการมากที่สุด สำหรับ SME สามารถเริ่มต้นด้วย Scope 1 และ Scope 2 ก่อน

  • Scope 1 — การเผาไหม้เชื้อเพลิงโดยตรง เช่น น้ำมัน ก๊าซ ในโรงงาน คำนวณโดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์ที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ประกาศ
  • Scope 2 — การใช้ไฟฟ้า คำนวณโดยนำปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ (หน่วย) คูณด้วยค่า Emission Factor ของกฟผ. ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 0.5781 กก. CO2e ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง (ควรตรวจสอบค่าล่าสุดจาก อบก.)

การสื่อสารและส่งข้อมูลให้ลูกค้าจดทะเบียน

เมื่อลูกค้าจดทะเบียนขอข้อมูล ESG SME ควรส่งข้อมูลในรูปแบบที่ตรงกับที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งอาจเป็นแบบฟอร์มที่ลูกค้าส่งมา หรือเอกสารสรุปข้อมูล ESG ประจำปีของบริษัท การมีข้อมูลที่จัดเตรียมไว้แล้วจะช่วยให้ตอบสนองต่อคำขอได้รวดเร็วและลดภาระงานที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ

การมีบริษัทบัญชีหรือที่ปรึกษาที่ช่วยจัดระบบข้อมูล ESG จะทำให้ SME สามารถส่งข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสอดคล้องกับมาตรฐานที่ลูกค้าต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง เมื่อลูกค้าจดทะเบียนใน SET ต้องเปิดเผย ESG: SME ซัพพลายเออร์ต้องเตรียมข้อมูลอะไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บริษัทจดทะเบียนใน SET ขอข้อมูล ESG จาก SME Supplier ได้บ่อยแค่ไหน

โดยทั่วไปจะขอปีละหนึ่งครั้งตามรอบการจัดทำรายงานความยั่งยืน แต่บางบริษัทอาจขอข้อมูลอัปเดตรายไตรมาสหรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ดังนั้น SME ควรเก็บข้อมูลเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้สามารถสรุปได้รวดเร็วเมื่อถูกร้องขอ

Scope 3 Emissions คืออะไร และทำไม SME Supplier จึงต้องให้ข้อมูล

Scope 3 Emissions คือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งรวมถึงการปล่อยจากซัพพลายเออร์ (upstream) ดังนั้นเมื่อบริษัทจดทะเบียนต้องรายงาน Scope 3 พวกเขาจำเป็นต้องได้รับข้อมูล Scope 1 และ Scope 2 จาก SME Supplier เพื่อนำมาคำนวณ

SME ที่ไม่มีข้อมูล GHG Emissions เลยควรทำอย่างไร

ให้เริ่มต้นจากข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ บิลค่าไฟฟ้าและน้ำมัน แล้วใช้ค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซของ อบก. และ กฟผ. ในการคำนวณ Scope 2 ซึ่งทำได้ง่ายที่สุด จากนั้นค่อยขยายไปยัง Scope 1 จากการใช้เชื้อเพลิงอื่น ๆ หรือขอความช่วยเหลือจากที่ปรึกษา

หาก SME ไม่ให้ข้อมูล ESG ตามที่ลูกค้าจดทะเบียนขอ จะมีผลกระทบอะไร

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การถูกประเมินว่าเป็นซัพพลายเออร์ที่มีความเสี่ยงสูง การถูกถอดออกจาก Approved Vendor List หรือการสูญเสียสัญญาในอนาคต โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูงและลูกค้ามีทางเลือกมาก

ข้อมูล ESG ที่ส่งให้ลูกค้าจดทะเบียนต้องผ่านการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบภายนอก (Third-party) หรือไม่

ในระยะแรกส่วนใหญ่ไม่บังคับให้ผ่าน Third-party Assurance แต่ลูกค้าอาจขอให้มีหลักฐานประกอบ เช่น บิลค่าไฟ ใบรับทิ้งขยะ หรือเอกสารนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร ในอนาคตหากมาตรฐาน ISSB ถูกบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ อาจต้องการ Assurance เพิ่มขึ้น

SME ที่เป็นซัพพลายเออร์ของหลายบริษัทจดทะเบียนพร้อมกัน ต้องรายงานแยกให้แต่ละบริษัทหรือไม่

ใช่ แต่ละบริษัทจดทะเบียนอาจใช้แบบฟอร์มหรือเกณฑ์ต่างกัน ดังนั้น SME ที่เตรียมข้อมูล ESG พื้นฐานของตนเองไว้เป็นชุดเดียว จะสามารถปรับให้เหมาะกับคำขอของแต่ละลูกค้าได้รวดเร็วกว่าการเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง

ก.ล.ต. กำหนดไทม์ไลน์อย่างไรสำหรับการรายงาน ESG ของบริษัทจดทะเบียน

ก.ล.ต. ได้ออกแนวทางแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่เริ่มมีภาระเปิดเผยข้อมูลก่อน และขยายไปสู่บริษัทขนาดกลางและเล็กตามลำดับ SME ซัพพลายเออร์จึงควรเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ก่อนที่ลูกค้าจะมีภาระรายงานเต็มรูปแบบ