คำตอบสั้น ๆ คือ คริปโทเคอร์เรนซีและ NFT ถือเป็นทรัพย์สินตามกฎหมายไทยเช่นเดียวกับทรัพย์สินประเภทอื่น หากมูลค่ามรดกที่ทายาทแต่ละคนได้รับจากเจ้ามรดกรายหนึ่งเกินเกณฑ์ที่กฎหมายภาษีการรับมรดกกำหนด อาจต้องเสียภาษีการรับมรดกตามอัตราที่เกี่ยวข้อง แต่ความท้าทายสำคัญคือการค้นหา เข้าถึง และประเมินมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้หลังเจ้าของเสียชีวิต เนื่องจากไม่มีเอกสารทางกายภาพเหมือนทรัพย์สินทั่วไป บทความนี้อธิบายหลักการและขั้นตอนที่ทายาทควรเตรียมพร้อม

ทำไมมรดกที่เป็นคริปโทเคอร์เรนซีและ NFT ถึงมีความซับซ้อนกว่าทรัพย์สินทั่วไป

ในอดีต มรดกที่ทายาทได้รับมักอยู่ในรูปแบบทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น บ้าน ที่ดิน เงินฝากธนาคาร หรือหุ้นในบริษัทจดทะเบียน ซึ่งมีเอกสารทางกฎหมายรองรับชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ปัจจุบันหลายคนเริ่มถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) และ NFT (Non-Fungible Token) ซึ่งเมื่อเจ้าของเสียชีวิต การส่งต่อสินทรัพย์เหล่านี้ให้ทายาทมีความซับซ้อนกว่ามาก เพราะไม่มีเอกสารทางกายภาพ ไม่มีทะเบียนกลางที่หน่วยงานรัฐเข้าถึงได้โดยตรงเหมือนโฉนดที่ดิน และการเข้าถึงสินทรัพย์ต้องอาศัยกุญแจส่วนตัว (Private Key) หรือวลีกู้คืน (Seed Phrase) ที่มีเพียงเจ้าของเท่านั้นที่ทราบ

ในทางกฎหมายไทย คริปโทเคอร์เรนซีและ NFT ถือเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่ง จึงต้องนำมาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของกองมรดกเช่นเดียวกับทรัพย์สินอื่น และหากมูลค่ามรดกที่ทายาทแต่ละคนได้รับจากเจ้ามรดกรายหนึ่งเกินเกณฑ์ที่กฎหมายภาษีการรับมรดกกำหนด ก็อาจมีภาระภาษีที่ต้องพิจารณา

หลักการภาษีการรับมรดกที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล

กฎหมายภาษีการรับมรดกของไทยกำหนดให้ผู้รับมรดกที่ได้รับทรัพย์สินจากเจ้ามรดกแต่ละรายเกินมูลค่าที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดกในส่วนที่เกินเกณฑ์ดังกล่าว โดยพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หลักทรัพย์ เงินฝาก หรือทรัพย์สินอื่นที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างคริปโทเคอร์เรนซีและ NFT ควรถูกนับรวมเป็นทรัพย์สินในกองมรดกด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกฎเกณฑ์เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลในบริบทของกฎหมายมรดกและภาษียังมีรายละเอียดที่ต้องตีความและอาจมีการปรับปรุงตามนโยบายภาครัฐ ทายาทและผู้จัดการมรดกจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรโดยตรง เพื่อตรวจสอบเกณฑ์มูลค่าที่ต้องเสียภาษีและอัตราภาษีที่ถูกต้องในปัจจุบัน ไม่ควรอ้างอิงตัวเลขที่ไม่แน่ใจ

ความท้าทายในการสืบค้นและเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้เสียชีวิต

1. การสืบค้นว่ามีสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่หรือไม่

ต่างจากบัญชีธนาคารที่สถาบันการเงินสามารถตรวจสอบและแจ้งทายาทได้เมื่อมีการยื่นเอกสารมรณบัตร คริปโทเคอร์เรนซีที่เก็บใน Wallet ส่วนตัว (Self-custody Wallet) ไม่มีหน่วยงานกลางที่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของ ทายาทจึงต้องอาศัยการสืบค้นจากร่องรอยดิจิทัล เช่น อีเมล ประวัติการใช้งานอุปกรณ์ หรือเอกสารบันทึกที่เจ้าของอาจทิ้งไว้

2. การเข้าถึงกุญแจส่วนตัวหรือวลีกู้คืน

แม้ทายาทจะทราบว่ามีคริปโทเคอร์เรนซีอยู่ในบัญชีใด แต่หากไม่มีกุญแจส่วนตัวหรือวลีกู้คืนที่ใช้เข้าถึง Wallet นั้น สินทรัพย์อาจสูญหายอย่างถาวรโดยไม่มีวิธีกู้คืนใด ๆ เพราะเทคโนโลยีบล็อกเชนถูกออกแบบมาให้ไม่มีศูนย์กลางที่สามารถรีเซ็ตรหัสผ่านแทนเจ้าของได้เหมือนบัญชีธนาคาร

3. กรณีสินทรัพย์อยู่ในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่จดทะเบียนถูกกฎหมาย

หากผู้เสียชีวิตเก็บคริปโทเคอร์เรนซีหรือ NFT ไว้ในบัญชีของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) ที่จดทะเบียนถูกกฎหมายในไทย ทายาทหรือผู้จัดการมรดกอาจสามารถติดต่อขอโอนสินทรัพย์ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย โดยต้องแสดงเอกสารมรณบัตร คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก และเอกสารยืนยันความเป็นทายาทตามที่ศูนย์ซื้อขายกำหนด

ตารางเปรียบเทียบความยากง่ายในการส่งต่อสินทรัพย์ดิจิทัล

รูปแบบการถือครองความยากในการเข้าถึงโดยทายาทคำแนะนำ
เก็บใน Wallet ส่วนตัวโดยไม่มีการเตรียมข้อมูลไว้สูงมาก อาจสูญหายถาวรควรเตรียมระบบส่งต่อกุญแจส่วนตัวอย่างปลอดภัยตั้งแต่วันนี้
เก็บในบัญชีศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่จดทะเบียนถูกกฎหมายปานกลาง ต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายแจ้งทายาทให้ทราบว่ามีบัญชีที่ใดบ้าง
มีเอกสารบันทึกและระบุไว้ในพินัยกรรมอย่างชัดเจนต่ำ หากทายาทหรือผู้จัดการมรดกเข้าถึงเอกสารได้วิธีที่แนะนำที่สุดสำหรับการวางแผนล่วงหน้า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่แจ้งครอบครัวว่าตนเองถือครองคริปโทเคอร์เรนซีหรือ NFT: ทำให้เมื่อเสียชีวิตกะทันหัน ทายาทไม่ทราบด้วยซ้ำว่ามีทรัพย์สินส่วนนี้อยู่ และอาจสูญหายไปโดยไม่มีใครรู้
  • เก็บกุญแจส่วนตัวไว้ในที่ที่ไม่มีใครเข้าถึงได้เลย: เช่น จำในหัวคนเดียวหรือเข้ารหัสไว้แน่นหนาเกินไปโดยไม่มีวิธีสำรอง ทำให้แม้ทายาทจะรู้ว่ามีทรัพย์สินแต่ไม่สามารถเข้าถึงได้
  • ไม่ระบุสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ในพินัยกรรมหรือเอกสารวางแผนมรดก: ทำให้การแบ่งมรดกไม่ครอบคลุมทรัพย์สินส่วนนี้ และอาจเกิดข้อพิพาทระหว่างทายาทภายหลัง
  • ไม่ประเมินมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อคำนวณภาษีมรดกให้ถูกต้อง: เนื่องจากราคาคริปโทเคอร์เรนซีผันผวนสูง หากไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ อาจคำนวณมูลค่าผิดพลาดและมีปัญหากับกรมสรรพากรภายหลัง

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

ผู้ประกอบการรายหนึ่งลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีและสะสม NFT งานศิลปะดิจิทัลมูลค่ารวมหลักล้านบาทในบัญชี Wallet ส่วนตัว โดยไม่เคยแจ้งให้ครอบครัวทราบว่าตนถือครองสินทรัพย์เหล่านี้ และไม่ได้บันทึกวลีกู้คืนไว้ในที่ที่ครอบครัวเข้าถึงได้ เมื่อผู้ประกอบการเสียชีวิตกะทันหันจากอุบัติเหตุ ทายาทพบเพียงร่องรอยในอีเมลว่าเคยมีการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี แต่ไม่สามารถเข้าถึง Wallet ได้เนื่องจากไม่ทราบกุญแจส่วนตัว ทำให้สินทรัพย์มูลค่าหลักล้านบาทนี้สูญหายอย่างถาวรโดยไม่มีวิธีกู้คืน กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้จะไม่มีประเด็นภาษีมรดกเกิดขึ้นเพราะทายาทไม่ได้รับทรัพย์สินจริง แต่ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกลับร้ายแรงกว่าภาระภาษีใด ๆ ซึ่งสามารถป้องกันได้หากมีการวางแผนส่งต่อข้อมูลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้น

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ที่ถือครองคริปโทเคอร์เรนซี NFT หรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นควรเริ่มวางแผนส่งต่อทรัพย์สินให้ทายาทตั้งแต่วันนี้ โดยจัดทำบันทึกรายการสินทรัพย์ที่ถือครองพร้อมวิธีเข้าถึงอย่างปลอดภัย เช่น เก็บกุญแจส่วนตัวหรือวลีกู้คืนไว้ในที่ปลอดภัยที่ผู้จัดการมรดกหรือทายาทที่ไว้ใจได้สามารถเข้าถึงได้เมื่อถึงเวลา และควรระบุรายละเอียดนี้ไว้ในพินัยกรรมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนมรดกเพื่อจัดทำระบบที่เหมาะสม นอกจากนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษีเพื่อประเมินภาระภาษีการรับมรดกที่อาจเกิดขึ้นจากสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างถูกต้องตามกฎหมายปัจจุบัน เพราะการวางแผนล่วงหน้าจะช่วยป้องกันความเสียหายที่ร้ายแรงกว่าภาระภาษีมาก นั่นคือการสูญเสียทรัพย์สินไปอย่างถาวรโดยไม่มีทางกู้คืน

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง มรดกเป็นคริปโตและ NFT เสียภาษีมรดกอย่างไรในไทย ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คริปโทเคอร์เรนซีและ NFT ถือเป็นทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีมรดกหรือไม่

โดยหลักการทั่วไป สินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่งตามกฎหมาย หากมูลค่ามรดกที่ทายาทแต่ละคนได้รับจากเจ้ามรดกรายหนึ่งเกินเกณฑ์ที่กฎหมายภาษีการรับมรดกกำหนด ก็อาจต้องนำมาพิจารณาเสียภาษีเช่นเดียวกับทรัพย์สินประเภทอื่น อย่างไรก็ตามรายละเอียดการตีความและอัตราภาษีที่แน่นอนควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรโดยตรง

หากทายาทไม่ทราบว่าเจ้ามรดกมีคริปโทเคอร์เรนซีอยู่ที่ใด จะสืบค้นได้อย่างไร

การสืบค้นสินทรัพย์ดิจิทัลหลังเจ้าของเสียชีวิตเป็นเรื่องยากกว่าทรัพย์สินทั่วไป เพราะไม่มีเอกสารทางกายภาพ ทายาทควรตรวจสอบอีเมล อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิต รวมถึงบัญชีในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่จดทะเบียนถูกกฎหมายในไทย ซึ่งอาจต้องติดต่อขอข้อมูลผ่านกระบวนการทางกฎหมายหากไม่มีการเตรียมข้อมูลไว้ล่วงหน้า

หากคริปโทเคอร์เรนซีถูกเก็บใน Wallet ส่วนตัวที่ไม่มีใครทราบรหัสผ่านหรือกุญแจส่วนตัว จะทำอย่างไร

นี่คือความเสี่ยงสำคัญที่สุดของมรดกสินทรัพย์ดิจิทัล หากไม่มีการเตรียมข้อมูลกุญแจส่วนตัว (Private Key) หรือวลีกู้คืน (Seed Phrase) ไว้ให้ทายาทเข้าถึงได้ สินทรัพย์นั้นอาจสูญหายอย่างถาวรโดยไม่มีวิธีกู้คืน จึงควรวางแผนล่วงหน้าโดยใช้พินัยกรรมหรือระบบเก็บรักษาข้อมูลที่ปลอดภัยและให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกเข้าถึงได้เมื่อถึงเวลา

มูลค่ามรดกที่เป็นคริปโทเคอร์เรนซีคำนวณ ณ วันใด

โดยหลักการทั่วไป มูลค่าทรัพย์สินที่ใช้คำนวณภาษีการรับมรดกมักพิจารณา ณ วันที่ได้รับมรดกหรือวันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย เนื่องจากคริปโทเคอร์เรนซีมีความผันผวนของราคาสูง การกำหนดมูลค่าที่ถูกต้องควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษีเพื่อใช้หลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับ

NFT ที่ไม่มีมูลค่าตลาดชัดเจน จะประเมินมูลค่าเพื่อคำนวณภาษีมรดกอย่างไร

NFT บางชิ้นอาจมีราคาซื้อขายอ้างอิงในตลาดรอง แต่บางชิ้นอาจไม่มีธุรกรรมเทียบเคียงเลย ทำให้การประเมินมูลค่ามีความซับซ้อนกว่าคริปโทเคอร์เรนซีทั่วไป ทายาทควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภาษีเพื่อกำหนดมูลค่าที่สมเหตุสมผลและมีเอกสารรองรับ

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่อย่างไรเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้เสียชีวิต

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์สินทั้งหมดของผู้เสียชีวิตรวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกและแบ่งให้ทายาทตามกฎหมายหรือพินัยกรรม หากไม่สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้เนื่องจากไม่มีข้อมูลกุญแจส่วนตัว อาจต้องดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมกับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งควรปรึกษาทนายความที่มีประสบการณ์ด้านนี้

ควรวางแผนอย่างไรล่วงหน้าเพื่อให้ทายาทเข้าถึงคริปโทเคอร์เรนซีและ NFT ได้สะดวก

ควรจัดทำเอกสารบันทึกรายการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถือครอง พร้อมวิธีการเข้าถึงอย่างปลอดภัย เช่น เก็บกุญแจส่วนตัวหรือวลีกู้คืนไว้ในที่ปลอดภัยที่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกที่ไว้ใจได้สามารถเข้าถึงได้เมื่อถึงเวลา และควรระบุรายละเอียดนี้ไว้ในพินัยกรรมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนมรดกเพื่อจัดทำระบบที่เหมาะสมกับความปลอดภัยของสินทรัพย์