คำตอบสั้นๆ คือ นิติบุคคลอาคารชุดต้องแยกบัญชี "เงินกองทุน" ที่เก็บครั้งเดียวตอนซื้อห้องออกจาก "ค่าส่วนกลาง" ที่เก็บเป็นรายเดือน/รายปี
เพราะสองรายการนี้มีลักษณะทางบัญชีต่างกัน
และต้องตรวจสอบด้วยว่านิติบุคคลอาคารชุดมีรายได้ที่เข้าข่ายต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่ เพราะแม้จะไม่แสวงหากำไร แต่ก็มีบางกรณีที่ต้องเสียภาษี
สารบัญบทความ
- นิติบุคคลอาคารชุดคืออะไร มีหน้าที่ทางบัญชีแค่ไหน
- เงินกองทุน (Sinking Fund) บันทึกอย่างไร
- ค่าส่วนกลาง (Common Area Fee) รับรู้เป็นรายได้ตามงวด
- ประเด็นภาษีเงินได้ที่ต้องตรวจสอบให้ดี
- VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่เกี่ยวข้อง
- เอกสารที่นิติบุคคลอาคารชุดควรเก็บให้ครบ
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- สรุป
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- ตารางนำบทความไปใช้
นิติบุคคลอาคารชุดคืออะไร มีหน้าที่ทางบัญชีแค่ไหน
นิติบุคคลอาคารชุดจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติอาคารชุด เพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินส่วนกลางของอาคารชุด เช่น ลิฟต์ ระบบไฟฟ้าส่วนกลาง สระว่ายน้ำ และพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ
แม้จะไม่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อแสวงหากำไรเหมือนบริษัททั่วไป
แต่ก็ยังมีหน้าที่จัดทำบัญชีรับ-จ่ายและงบการเงินประจำปีเพื่อรายงานต่อเจ้าของร่วมในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
รายได้หลักของนิติบุคคลอาคารชุดมาจากสองแหล่งใหญ่คือ เงินกองทุนที่เก็บครั้งเดียวตอนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด และค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่เก็บเป็นรายเดือนหรือรายปีตามพื้นที่ห้องชุด
(ตารางเมตร) ของเจ้าของร่วมแต่ละราย
เงินกองทุน (Sinking Fund) บันทึกอย่างไร
เงินกองทุนเป็นเงินที่เจ้าของร่วมจ่ายครั้งเดียวตอนซื้อห้องชุด เพื่อเป็นเงินสำรองไว้ใช้ซ่อมแซมบำรุงรักษาทรัพย์สินส่วนกลางในระยะยาว เช่น เปลี่ยนลิฟต์ ทาสีอาคารใหม่
หรือซ่อมโครงสร้าง เงินก้อนนี้ทางบัญชีจะบันทึกเป็น "ทุนสำรอง" หรือ
"เงินกองทุน" ในส่วนของทุน ไม่ใช่รายได้ในงบกำไรขาดทุน เพราะมีวัตถุประสงค์เฉพาะและไม่ได้ใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานประจำ
ข้อควรระวังเรื่องเงินกองทุน
เมื่อนำเงินกองทุนไปใช้จ่ายซ่อมบำรุงใหญ่ ควรบันทึกเป็นรายจ่ายลงทุนหรือค่าซ่อมบำรุงที่หักออกจากยอดเงินกองทุนโดยตรง ไม่ปะปนกับค่าใช้จ่ายส่วนกลางประจำเดือน
เพื่อให้เห็นยอดเงินกองทุนคงเหลือที่แท้จริงเสมอ
ค่าส่วนกลาง (Common Area Fee) รับรู้เป็นรายได้ตามงวด
ค่าส่วนกลางที่เก็บจากเจ้าของร่วมเป็นรายเดือนหรือรายปี ถือเป็นรายได้ของนิติบุคคลอาคารชุดที่รับรู้ตามงวดเวลาที่ให้บริการดูแลทรัพย์ส่วนกลาง หากเก็บล่วงหน้าเป็นรายปี
ควรทยอยรับรู้เป็นรายได้ตามสัดส่วนเดือนที่ผ่านไปจริง
โดยส่วนที่ยังไม่ถึงกำหนดให้บันทึกเป็น "รายได้ค่าส่วนกลางรับล่วงหน้า" (หนี้สิน)
ค่าใช้จ่ายที่นำมาหักจากรายได้ค่าส่วนกลาง ได้แก่ เงินเดือนพนักงานส่วนกลาง (รปภ. แม่บ้าน ช่าง) ค่าไฟฟ้าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าประกันภัยอาคาร ค่าซ่อมบำรุงเล็กน้อยประจำเดือน
และค่าใช้จ่ายบริหารจัดการนิติบุคคล
ประเด็นภาษีเงินได้ที่ต้องตรวจสอบให้ดี
ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 33/2540 นิติบุคคลอาคารชุดที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติอาคารชุดและดำเนินกิจการเฉพาะตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายอาคารชุด
ไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39
แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 และมาตรา 66 สำหรับเงินกองทุน ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง
และค่าสาธารณูปโภคที่เก็บจากเจ้าของร่วมเพื่อใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว
และไม่เข้าข่ายเป็นผู้ประกอบการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 สำหรับเงินรายการเหล่านี้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม รายได้ที่ไม่ใช่ค่าส่วนกลางโดยตรง เช่น ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร
ค่าเช่าพื้นที่ส่วนกลางให้บุคคลภายนอกทำร้านค้า
หรือค่าเช่าป้ายโฆษณา อาจเข้าข่ายต้องนำมาพิจารณาภาระภาษีแยกต่างหาก (เช่น ดอกเบี้ยเงินฝากอาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย)
จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบเป็นรายกรณีตามลักษณะรายได้จริงของแต่ละนิติบุคคล
VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่เกี่ยวข้อง
นิติบุคคลอาคารชุดเมื่อว่าจ้างบริษัทบริหารจัดการอาคาร (Property Management) บริษัทรักษาความปลอดภัย หรือบริษัททำความสะอาด ต้องพิจารณาว่าค่าจ้างดังกล่าวเข้าข่ายต้องหักภาษี ณ
ที่จ่ายตามประเภทเงินได้หรือไม่ เช่น
ค่าจ้างบริการทั่วไปมักหักในอัตรา 3% และหากผู้รับจ้างเป็นผู้ประกอบการจด VAT ก็ต้องเรียกใบกำกับภาษีเพื่อใช้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่ายให้ถูกต้อง แม้ตัวนิติบุคคลอาคารชุดเองจะไม่ได้จด
VAT ก็ตาม เนื่องจากรายได้ค่าส่วนกลางไม่ใช่ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม
เอกสารที่นิติบุคคลอาคารชุดควรเก็บให้ครบ
- มติที่ประชุมใหญ่เกี่ยวกับอัตราค่าส่วนกลางและการใช้เงินกองทุน
- ใบเสร็จรับเงินค่าส่วนกลางแยกตามห้องชุดและงวดเดือน
- สัญญาจ้างบริษัทบริหารจัดการอาคาร บริษัทรักษาความปลอดภัย และผู้รับเหมาซ่อมบำรุง
- หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายที่ออกให้ผู้รับจ้างแต่ละราย
- รายงานยอดเงินกองทุนคงเหลือและการใช้จ่ายเงินกองทุนแยกจากค่าส่วนกลางประจำ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- นำเงินกองทุนมาปะปนกับค่าส่วนกลางประจำเดือน ทำให้ไม่รู้ยอดเงินสำรองที่แท้จริง
- ไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างบริษัทบริหารจัดการอาคารหรือผู้รับเหมาซ่อมบำรุง
- รับรู้ค่าส่วนกลางที่เก็บล่วงหน้าทั้งปีเป็นรายได้ทันทีโดยไม่ทยอยรับรู้ตามงวด
- ไม่แยกรายได้อื่นที่ไม่ใช่ค่าส่วนกลาง (เช่น ค่าเช่าพื้นที่ส่วนกลาง) ออกจากรายได้ค่าส่วนกลางที่ได้รับยกเว้นภาษี
- ไม่มีมติที่ประชุมใหญ่รองรับการใช้จ่ายเงินกองทุนซ่อมบำรุงใหญ่
สรุป
นิติบุคคลอาคารชุดแม้จะไม่แสวงหากำไรเหมือนบริษัททั่วไป แต่ก็ต้องจัดทำบัญชีให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพราะเจ้าของร่วมทุกคนมีสิทธิ์ตรวจสอบการใช้เงิน
การแยกเงินกองทุนออกจากค่าส่วนกลาง การรับรู้รายได้ตามงวดที่ถูกต้อง
และการตรวจสอบภาระภาษีจากรายได้อื่นนอกเหนือค่าส่วนกลาง จะช่วยให้นิติบุคคลอาคารชุดบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงถูกตรวจสอบ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร: ภาษีมูลค่าเพิ่ม
- กรมสรรพากร: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
- คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 33/2540 (การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มของนิติบุคคลอาคารชุด)
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: บริการจดทะเบียนและข้อมูลนิติบุคคล
ตารางนำบทความไปใช้
| ประเด็น | สิ่งที่ต้องตรวจ | ผลที่ต้องบันทึก |
|---|---|---|
| นิติบุคคลอาคารชุดคืออะไร มีหน้าที่ทางบัญชีแค่ไหน | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| เงินกองทุน (Sinking Fund) บันทึกอย่างไร | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| ค่าส่วนกลาง (Common Area Fee) รับรู้เป็นรายได้ตามงวด | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เงินกองทุนกับค่าส่วนกลางต่างกันอย่างไรในทางบัญชี
เงินกองทุนเป็นเงินที่เก็บครั้งเดียวตอนซื้อห้องชุด บันทึกเป็นทุนสำรองในส่วนของทุน ใช้สำหรับซ่อมบำรุงใหญ่ระยะยาว ส่วนค่าส่วนกลางเก็บเป็นรายเดือนหรือรายปี
รับรู้เป็นรายได้ตามงวดที่ให้บริการดูแลทรัพย์ส่วนกลาง สองรายการนี้ต้องแยกบัญชีกันชัดเจน
ห้ามปะปนกัน
นิติบุคคลอาคารชุดต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่
ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 33/2540 นิติบุคคลอาคารชุดไม่เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร
จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเงินกองทุนและค่าส่วนกลางที่เก็บตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายอาคารชุด แต่รายได้อื่นที่ไม่ใช่ค่าส่วนกลางโดยตรง เช่น
ดอกเบี้ยเงินฝากหรือค่าเช่าพื้นที่ส่วนกลาง
ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญเป็นรายกรณีว่าเข้าข่ายต้องเสียภาษีหรือไม่
นิติบุคคลอาคารชุดต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายค่าจ้างบริษัทบริหารอาคารหรือไม่
ต้องหัก หากว่าจ้างบริษัทบริหารจัดการอาคาร บริษัทรักษาความปลอดภัย หรือผู้รับเหมาซ่อมบำรุงที่เข้าข่ายเงินได้ตามประมวลรัษฎากร นิติบุคคลอาคารชุดมีหน้าที่หักภาษี ณ
ที่จ่ายตามอัตราที่กำหนดและออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้รับจ้างทุกครั้ง
เงินกองทุนใช้ซ่อมบำรุงใหญ่ต้องผ่านมติที่ประชุมใหญ่หรือไม่
ควรผ่านมติที่ประชุมใหญ่หรือตามอำนาจที่ข้อบังคับนิติบุคคลอาคารชุดกำหนดไว้ เพื่อให้การใช้จ่ายเงินกองทุนมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
และควรเก็บเอกสารมติดังกล่าวไว้ประกอบการบันทึกบัญชีการใช้จ่ายเงินกองทุนทุกครั้ง
ค่าส่วนกลางที่เก็บล่วงหน้าทั้งปีต้องรับรู้รายได้ทันทีหรือไม่
ไม่ควรรับรู้ทันทีทั้งจำนวน ควรทยอยรับรู้เป็นรายได้ตามสัดส่วนเดือนที่ให้บริการจริง ส่วนที่ยังไม่ถึงกำหนดบันทึกเป็นรายได้ค่าส่วนกลางรับล่วงหน้าในหมวดหนี้สิน
เพื่อให้งบการเงินสะท้อนผลการดำเนินงานแต่ละงวดอย่างถูกต้อง
นิติบุคคลอาคารชุดต้องจัดทำงบการเงินและตรวจสอบบัญชีทุกปีหรือไม่
ควรจัดทำงบการเงินประจำปีเพื่อรายงานต่อที่ประชุมใหญ่สามัญของเจ้าของร่วม แม้กฎหมายอาคารชุดจะไม่ได้กำหนดให้ต้องตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเหมือนบริษัททั่วไปเสมอไป
แต่การให้ผู้ทำบัญชีมืออาชีพช่วยตรวจสอบความถูกต้องจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้เจ้าของร่วมและลดข้อพิพาทเรื่องการใช้เงิน
หากต้องการดูแลบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น ลองศึกษาบริการบัญชี ภาษี และวางระบบการเงินสำหรับ SME ของ A Plus Me เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนงาน