ตลาด CLMV หรือกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เป็นตลาดที่ SME ไทยให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากมีประชากรรวมกว่า 160 ล้านคน ค่าแรงยังอยู่ในระดับต่ำ และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง แต่การขยายธุรกิจข้ามพรมแดนมาพร้อมกับความซับซ้อนด้านบัญชีและภาษีที่ต้องเตรียมพร้อม

ทำไม CLMV ถึงน่าสนใจสำหรับ SME ไทย

กลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา (Cambodia) ลาว (Laos) เมียนมา (Myanmar) และเวียดนาม (Vietnam) เป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในอาเซียน ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นประชากรวัยทำงานจำนวนมาก การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง และการขยายตัวของชนชั้นกลาง โดยเวียดนามมี GDP เติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค ขณะที่กัมพูชาและลาวมีการเติบโตต่อเนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการผลิต

สำหรับ SME ไทย ความได้เปรียบในการเข้าตลาด CLMV มาจากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม ความคุ้นเคยกับสินค้าและแบรนด์ไทย รวมถึงการเชื่อมต่อโลจิสติกส์ผ่านเครือข่ายถนนอาเซียน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายด้านบัญชีและภาษีเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาอย่างจริงจัง

รูปแบบนิติบุคคลในแต่ละประเทศ CLMV

ก่อนขยายธุรกิจ SME ไทยต้องตัดสินใจว่าจะจดทะเบียนนิติบุคคลประเภทใดในประเทศปลายทาง ซึ่งมีผลต่อภาระภาษีและการจัดการบัญชีโดยตรง

ประเทศรูปแบบนิติบุคคลทั่วไปอัตรา CIT ปัจจุบันหน่วยงานกำกับ
กัมพูชาLimited Company (Ltd.)20%กระทรวงพาณิชย์กัมพูชา
ลาวบริษัทจำกัด (ລ)20% (SME อาจได้ลดหย่อน)กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าลาว
เมียนมาPrivate Company Limited22%DICA (Directorate of Investment)
เวียดนามLimited Liability Company (LLC)20% (SME อาจ 17%)กระทรวงแผนการและการลงทุนเวียดนาม

นอกจากการตั้งบริษัทแยก บาง SME เลือกใช้วิธีแต่งตั้งตัวแทน (Agent) หรือผู้จัดจำหน่ายในท้องถิ่น ซึ่งมีภาระภาษีที่แตกต่างออกไปและควรตรวจสอบว่าจะก่อให้เกิด Permanent Establishment (PE) ในประเทศนั้นหรือไม่

ระบบบัญชีในประเทศ CLMV: ความแตกต่างที่ต้องรู้

แต่ละประเทศ CLMV มีมาตรฐานบัญชีและกฎการรายงานทางการเงินที่แตกต่างกัน

  • กัมพูชา — ใช้ Cambodian Accounting Standards (CAS) ซึ่งอิงมาตรฐาน IFRS for SMEs รายงานงบการเงินเป็นภาษาเขมรหรืออังกฤษ
  • ลาว — ใช้ Lao Accounting Standards ที่กำหนดโดยกระทรวงการเงินลาว งบการเงินส่วนใหญ่ต้องจัดทำเป็นภาษาลาว
  • เมียนมา — มี Myanmar Accounting Standards (MAS) แต่บริษัทต่างชาติบางส่วนอาจได้รับอนุญาตให้ใช้ IFRS
  • เวียดนาม — ใช้ Vietnamese Accounting Standards (VAS) ซึ่งมีความแตกต่างจาก IFRS อยู่หลายประเด็น เช่น การรับรู้รายได้และการบันทึกสินทรัพย์

SME ไทยที่ขยายธุรกิจสู่ CLMV จึงมักต้องจ้างนักบัญชีท้องถิ่นหรือบริษัทบัญชีในประเทศปลายทาง เพื่อดูแลการทำบัญชีและยื่นภาษีตามกฎท้องถิ่น ขณะที่สำนักงานบัญชีในไทยดูแลการรวบรวมงบการเงินรวม

Transfer Pricing: ความเสี่ยงที่ SME มักมองข้าม

เมื่อบริษัทไทยแม่ขายสินค้า บริการ หรือให้ใช้สิทธิทางปัญญาแก่บริษัทลูกใน CLMV ราคาที่คิดระหว่างกันต้องเป็น ราคาตลาดปกติ (Arm's Length Price) ตามหลัก Transfer Pricing ที่กรมสรรพากรไทยและหน่วยงานภาษีของแต่ละประเทศกำหนด

การตั้งราคาระหว่างกันต่ำกว่าตลาดเพื่อโอนกำไรไปยังประเทศที่มีภาษีต่ำกว่าถือเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีที่ผิดกฎหมาย และอาจถูกปรับย้อนหลังได้หลายปี กรมสรรพากรไทยได้ออกประกาศเรื่อง Transfer Pricing ตั้งแต่ปี 2565 กำหนดให้บริษัทที่มีรายได้เกิน 200 ล้านบาทและมีรายการกับกิจการในเครือต่างประเทศต้องจัดทำเอกสาร Transfer Pricing

ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีท้องถิ่นใน CLMV

แต่ละประเทศ CLMV มีระบบภาษีทางอ้อมที่แตกต่างกัน ซึ่งกระทบต้นทุนการดำเนินงานโดยตรง

  • กัมพูชา — VAT อัตรา 10% จดทะเบียนบังคับเมื่อรายได้เกิน 250 ล้านเรียล (~61,000 USD) ต่อปี
  • ลาว — VAT อัตรา 10% มีขั้นตอนการขอคืนที่อาจใช้เวลานาน
  • เมียนมา — Commercial Tax อัตรา 5% สำหรับสินค้าทั่วไป บางประเภทสูงกว่า
  • เวียดนาม — VAT อัตรา 10% (บางสินค้า 5% หรือ 0%) มีระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน

อนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยและ CLMV

ไทยมีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (DTA) กับประเทศ CLMV ดังนี้

  • กัมพูชา — ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการเจรจา ยังไม่มี DTA ที่มีผลบังคับ
  • ลาว — มี DTA ไทย-ลาว ที่มีผลบังคับใช้แล้ว ลดภาษีซ้อนสำหรับรายได้จากธุรกิจ เงินปันผล และ Royalty
  • เมียนมา — มี DTA ไทย-เมียนมา ที่มีผลบังคับใช้ กำหนดอัตราสูงสุดของ Withholding Tax บางประเภท
  • เวียดนาม — มี DTA ไทย-เวียดนาม ที่ครอบคลุมหลายประเภทรายได้ รวมถึง Dividend และ Royalty

การรวบรวมงบการเงินรวม (Consolidated Financial Statements)

เมื่อ SME ไทยมีบริษัทย่อยใน CLMV บริษัทแม่ต้องจัดทำงบการเงินรวม โดยนำงบการเงินของบริษัทย่อยมาแปลงเป็นบาทไทยตามอัตราแลกเปลี่ยน และตัดรายการระหว่างกันออก งบการเงินรวมต้องจัดทำตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองในไทย (TFRS) และยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (dbd.go.th) ตามกำหนดเวลา

ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงิน CLMV กับบาทไทย (เช่น เรียลกัมพูชา กีบลาว จ๊าตเมียนมา หรือด่งเวียดนาม) จะสร้างผลต่างอัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องบันทึกในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ ซึ่งส่งผลต่อกำไรสุทธิและภาระภาษีของบริษัทแม่ในไทยได้

ข้อแนะนำสำหรับ SME ไทยที่กำลังจะขยายสู่ CLMV

  • ศึกษากฎหมายการลงทุนของประเทศปลายทางก่อน บางประเทศ CLMV จำกัดสัดส่วนหุ้นต่างชาติในบางอุตสาหกรรม
  • จ้างทนายความและนักบัญชีท้องถิ่นตั้งแต่เริ่มต้น อย่าพึ่งพาข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญในประเทศนั้น
  • วางโครงสร้าง Transfer Pricing ให้ชัดเจนและมีเอกสารรองรับตั้งแต่แรก ก่อนที่หน่วยงานภาษีจะตรวจสอบ
  • เปิดบัญชีธนาคารทั้งในไทยและในประเทศ CLMV แยกกัน และมีระบบ Reconciliation รายเดือน
  • ตรวจสอบว่าการดำเนินงานของบริษัทลูกหรือตัวแทนจะก่อให้เกิด Permanent Establishment ในประเทศไทยหรือ CLMV ซึ่งจะกระทบภาระภาษีของทั้งสองฝ่าย

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ขยายธุรกิจไป CLMV (กัมพูชา-ลาว-เมียนมา-เวียดนาม): บัญชีและภาษีที่ต้องรู้ ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

SME ไทยที่ขยายไป CLMV ต้องเสียภาษีสองประเทศพร้อมกันหรือไม่

โดยทั่วไปบริษัทไทยแม่เสียภาษีในไทยสำหรับรายได้ที่เกิดในไทย ส่วนบริษัทลูกใน CLMV เสียภาษีในประเทศนั้น ๆ แยกกัน อย่างไรก็ตามหากบริษัทไทยส่งเงินปันผลจากบริษัทลูกกลับมา อาจมีภาษีหัก ณ ที่จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งอาจลดได้ตาม DTA ที่ไทยมีกับแต่ละประเทศ CLMV

Transfer Pricing สำคัญแค่ไหนสำหรับ SME ที่มีบริษัทลูกใน CLMV

Transfer Pricing สำคัญมากแม้สำหรับ SME เพราะการตั้งราคาระหว่างกันที่ผิดเงื่อนไขอาจทำให้ถูกปรับย้อนหลังได้หลายปี กรมสรรพากรไทยกำหนดให้บริษัทที่มีรายได้เกิน 200 ล้านบาทและมีรายการกับกิจการในเครือต่างประเทศต้องมีเอกสาร Transfer Pricing แต่แม้ขนาดเล็กกว่า ก็ควรมีเอกสารรองรับไว้

เวียดนามมีระบบบัญชีแตกต่างจากไทยมากไหม

เวียดนามใช้ Vietnamese Accounting Standards (VAS) ซึ่งมีความแตกต่างจากมาตรฐานไทย (TFRS) และ IFRS ในหลายประเด็น เช่น วิธีรับรู้รายได้ การตีราคาสินทรัพย์ และการบันทึกค่าเสื่อมราคา บริษัทในเวียดนามต้องจัดทำบัญชีตาม VAS และใช้ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาล ซึ่งซับซ้อนกว่าระบบไทย

ถ้าใช้ตัวแทนหรือ Distributor แทนการตั้งบริษัทใหม่ใน CLMV จะมีความเสี่ยงภาษีอะไรบ้าง

การใช้ตัวแทนหรือ Distributor ใน CLMV อาจก่อให้เกิด Permanent Establishment (PE) ของบริษัทไทยในประเทศนั้น หากตัวแทนมีอำนาจทำสัญญาในนามบริษัทไทย ผลคือบริษัทไทยอาจมีภาระภาษีในประเทศ CLMV นั้น ๆ ด้วย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรูปแบบการดำเนินงาน

ค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้บริษัทใน CLMV สามารถนำมาหักภาษีในไทยได้ไหม

ค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้บริษัทใน CLMV สามารถนำมาหักภาษีในไทยได้หากเป็นค่าใช้จ่ายจริงเพื่อกิจการและมีเอกสารรองรับที่ถูกต้อง เช่น ใบแจ้งหนี้ หลักฐานการชำระเงิน และสัญญาที่ชัดเจน ต้องระวังว่าราคาที่ตกลงต้องเป็นราคาตลาดปกติตามหลัก Transfer Pricing มิเช่นนั้นกรมสรรพากรอาจปรับให้ภาษีเพิ่มขึ้น

บริษัทไทยต้องทำงบการเงินรวมเมื่อมีบริษัทลูกใน CLMV หรือไม่

ใช่ หากบริษัทไทยถือหุ้นบริษัทลูกใน CLMV ในสัดส่วนที่ถือว่าควบคุมได้ (โดยทั่วไปเกิน 50%) ต้องจัดทำงบการเงินรวม โดยนำงบการเงินของบริษัทลูกมาแปลงสกุลเงินและตัดรายการระหว่างกัน งบการเงินรวมต้องยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (dbd.go.th) ตามกำหนดเวลา

ไทยมี DTA กับกัมพูชาแล้วหรือยัง

ณ ปัจจุบันไทยและกัมพูชายังอยู่ระหว่างการเจรจา DTA และยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ดังนั้นรายได้ระหว่างไทย-กัมพูชาจะถูกคำนวณภาษีตามกฎหมายภายในของแต่ละประเทศ โดยไม่มีสิทธิลดอัตราภาษีตามสนธิสัญญา ซึ่งทำให้ภาระภาษีรวมอาจสูงกว่าประเทศ CLMV อื่นที่ไทยมี DTA ด้วยแล้ว