โรงงานอาหาร SME ที่ได้รับการส่งเสริม BOI สามารถยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้นานหลายปี พร้อมสิทธิลดอากรนำเข้าเครื่องจักร หากวางแผนถูกต้องตั้งแต่ต้น
สารบัญบทความ
- ทำไมโรงงานอาหาร SME ถึงควรสนใจ BOI
- กลุ่มกิจการอาหารที่ BOI ส่งเสริม
- สิทธิยกเว้นภาษีนิติบุคคลและการลดอากรนำเข้า
- เงื่อนไข R&D และเกณฑ์ที่โรงงานต้องปฏิบัติ
- ขั้นตอนการยื่นขอ BOI สำหรับโรงงาน SME
- ภาระรายงานและการรักษาสิทธิ BOI ตลอดอายุบัตร
- ภาษีอื่นที่โรงงานอาหาร SME ต้องรู้ควบคู่กับสิทธิ BOI
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- ตารางนำบทความไปใช้
ทำไมโรงงานอาหาร SME ถึงควรสนใจ BOI
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กำหนดให้อุตสาหกรรมเกษตร อาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพเป็นหนึ่งในกลุ่มกิจการเป้าหมายที่รัฐต้องการดึงดูดการลงทุน โรงงานอาหาร SME
ที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับสิทธิประโยชน์ 2 ด้านหลัก ได้แก่ สิทธิทางภาษี
(ยกเว้นหรือลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ลดอากรนำเข้า) และ สิทธิที่ไม่ใช่ภาษี (ถือหุ้นต่างชาติ 100% ได้ ใช้แรงงานต่างด้าวชำนาญการโดยไม่ติดโควตา)
สำหรับเจ้าของกิจการอาหารไทยที่จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล การยื่นขอ BOI ก่อนลงทุนขยายโรงงานหรือซื้อเครื่องจักรใหม่
อาจประหยัดภาระภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ตามปกติ ซึ่งสำหรับ SME
ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบปีบัญชี จะเสียภาษีในอัตรา 0% สำหรับกำไรสุทธิ 300,000 บาทแรก 15% สำหรับกำไรส่วนที่เกิน 300,000
แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท และ 20% สำหรับส่วนที่เกิน 3 ล้านบาท (ข้อมูล ณ
ปี 2569) หาก BOI ยกเว้นภาษีนิติบุคคลให้ กำไรทั้งก้อนในช่วงที่ได้รับการส่งเสริมจะไม่ถูกนำมาคำนวณภาษีเลย
กลุ่มกิจการอาหารที่ BOI ส่งเสริม
BOI แบ่งกิจการที่ส่งเสริมตามประเภทกิจกรรม (Activity-Based) โดยกิจการด้านอาหารและนวัตกรรมอาหารที่เกี่ยวข้องกับโรงงาน SME ครอบคลุมหลักๆ ดังนี้
- อาหารเพื่อสุขภาพ (Functional Food) — ผลิตภัณฑ์ที่มีการอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพ เช่น อาหารเสริมวิตามิน โปรตีนจากพืชหรือแมลง ต้องมีการวิจัยและพัฒนา (R&D) หรือกระบวนการผลิตที่แตกต่างจากอาหารทั่วไป
- อาหารชนิดใหม่ (Novel Food) — อาหารที่ผลิตจากแหล่งโปรตีนทางเลือก เช่น สาหร่าย แมลง เนื้อสัตว์จากการเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ (Cell-Based Meat) ถือเป็นกลุ่มที่ BOI ให้ความสำคัญสูงในแผนส่งเสริมการลงทุนปัจจุบัน
- อาหารอินทรีย์ (Organic Food) — โรงงานแปรรูปที่ใช้วัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ได้รับการรับรองมาตรฐาน
- อาหารทางการแพทย์ (Medical Food) — อาหารสำหรับผู้ป่วยหรือกลุ่มเฉพาะที่ต้องการการควบคุมโภชนาการพิเศษ
- การแปรรูปอาหารทั่วไปที่ใช้เทคโนโลยีสูง — กิจการผลิตหรือถนอมอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้กระบวนการที่ทันสมัย เช่น High Pressure Processing (HPP), Freeze-Drying, หรือระบบบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อ
กิจการที่ไม่อยู่ในเกณฑ์: เครื่องดื่มชูกำลัง โซดา น้ำอัดลมทั่วไป น้ำผลไม้เข้มข้นที่ไม่มีนวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้เพิ่มมูลค่าด้วยเทคโนโลยี มักไม่ผ่านเกณฑ์ BOI
ควรตรวจสอบประเภทกิจกรรมกับ BOI โดยตรงก่อนยื่นคำขอ
สิทธิยกเว้นภาษีนิติบุคคลและการลดอากรนำเข้า
สิทธิประโยชน์ที่โรงงานอาหารได้รับจะขึ้นอยู่กับประเภทกิจกรรมและระดับความสำคัญที่ BOI กำหนด โดยทั่วไปกิจการด้านอาหารนวัตกรรมจะได้รับสิทธิดังนี้
- ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT Exemption) — กลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารชนิดใหม่ และอาหารทางการแพทย์ ที่มีองค์ประกอบ R&D ได้รับการยกเว้น CIT สูงสุด 8 ปี ส่วนกิจการที่ BOI กำหนดให้สำคัญยิ่งยวด (เช่น อาหารที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง) อาจได้รับการยกเว้นสูงสุดถึง 10 ปี โดยไม่มีเพดานจำกัดมูลค่ากำไรที่ยกเว้น
- ลดอากรนำเข้าเครื่องจักร — กิจการที่ได้รับการส่งเสริมได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตและอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ ทำให้ต้นทุนการลงทุนในเครื่องจักรนำเข้าลดลงอย่างชัดเจน
- หักรายจ่าย R&D เพิ่ม 200-300% — ค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาสามารถหักเป็นรายจ่ายได้เพิ่มขึ้นจากมาตรการส่งเสริม R&D ของรัฐ (แยกจากสิทธิ BOI แต่ใช้ควบคู่กันได้) ซึ่งช่วยลดฐานภาษีในปีที่ลงทุนวิจัย
- ไม่มีเพดานรายได้สำหรับการยกเว้นภาษี BOI — ต่างจากสิทธิ SME ตามปกติที่มีเงื่อนไขรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท บัตร BOI ยกเว้นภาษีบนกำไรสุทธิจากกิจการที่ส่งเสริมทั้งก้อน ไม่ว่ารายได้จะสูงเพียงใด
ทั้งนี้ ระยะเวลายกเว้นภาษีเริ่มนับจากวันที่มีรายได้จากการจำหน่ายครั้งแรก หากกิจการไม่มีรายได้ในปีแรก ปีนั้นจะยังไม่นับเป็นปีแรกของการยกเว้นภาษี
และการยกเว้นภาษีผูกกับกิจกรรมที่ส่งเสริมเท่านั้น
หากมีรายได้จากกิจกรรมอื่นที่ไม่ได้รับการส่งเสริม จะต้องแยกบัญชีอย่างชัดเจน
เงื่อนไข R&D และเกณฑ์ที่โรงงานต้องปฏิบัติ
สำหรับกิจการ Food Innovation ที่ต้องการสิทธิประโยชน์สูงสุด BOI มักกำหนดเงื่อนไขเชิงคุณภาพที่ต้องแสดงให้เห็น ได้แก่
- การมีกระบวนการวิจัยและพัฒนา — ต้องแสดงหลักฐานว่ากิจการมีแผนงาน R&D หรือมีการร่วมมือกับสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานรัฐ เช่น สวทช. หรือ อย.
- การใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย — กระบวนการผลิตต้องแตกต่างจากโรงงานอาหารทั่วไปอย่างชัดเจน เช่น มีระบบควบคุมคุณภาพ GMP/HACCP หรือมาตรฐานสากล
- การระบุกิจกรรมที่ชัดเจนในคำขอ — BOI จะพิจารณาว่ากิจกรรมของโรงงานตรงกับประเภทที่ประกาศส่งเสริมหรือไม่ หากผลิตหลายประเภท ควรระบุกิจกรรมหลักให้ชัดและแยกส่วนที่ไม่ตรงเกณฑ์ออก
- แผนการลงทุน — ต้องยื่นแผนการลงทุนที่ครอบคลุมมูลค่าเครื่องจักร ระบบการผลิต และการจ้างงาน โดย BOI จะใช้แผนนี้เป็นฐานในการออกบัตรส่งเสริม
เงื่อนไขเฉพาะของแต่ละประเภทกิจกรรมมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ควรศึกษาประกาศ สกท. ที่เกี่ยวข้องหรือปรึกษาที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นคำขอ
เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการของท่านสอดคล้องกับเกณฑ์ปัจจุบัน
ขั้นตอนการยื่นขอ BOI สำหรับโรงงาน SME
กระบวนการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI แบ่งเป็นขั้นตอนหลักดังนี้
- ขั้นที่ 1: ตรวจสอบความเหมาะสม — ศึกษาประเภทกิจกรรมที่ BOI ส่งเสริมบนเว็บไซต์ boi.go.th และเปรียบเทียบกับกิจกรรมจริงของโรงงาน หากไม่แน่ใจสามารถขอคำปรึกษาเบื้องต้นกับ BOI ได้ฟรี
- ขั้นที่ 2: จัดเตรียมเอกสาร — เอกสารหลักได้แก่ หนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น รายงานการเงิน แผนธุรกิจ แผนการผลิตและเครื่องจักร และเอกสารสิทธิที่ดิน/โรงงาน
- ขั้นที่ 3: ยื่นคำขอผ่านระบบ e-Investment — BOI เปิดให้ยื่นคำขอออนไลน์ผ่านระบบ e-Investment บนเว็บไซต์ boi.go.th ซึ่งสะดวกและลดภาระเอกสาร
- ขั้นที่ 4: นำเสนอโครงการต่อคณะกรรมการ — หลังยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่ BOI อาจนัดพบเพื่อสัมภาษณ์หรือขอข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณา
- ขั้นที่ 5: รับบัตรส่งเสริมและเปิดดำเนินการ — เมื่อได้รับอนุมัติ บริษัทต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม เช่น ลงทุนตามแผนที่ยื่น และแจ้ง BOI เมื่อเริ่มผลิต (เปิดดำเนินการ) เพื่อเริ่มนับระยะเวลายกเว้นภาษี
ระยะเวลาพิจารณาโดยทั่วไปอยู่ที่ 40-60 วันทำการ นับจากวันที่เอกสารครบถ้วน ดังนั้นควรยื่นก่อนเริ่มลงทุนจริง
เพราะสิทธิประโยชน์จะไม่ย้อนหลังให้กับการลงทุนที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ได้รับอนุมัติ
ภาระรายงานและการรักษาสิทธิ BOI ตลอดอายุบัตร
การได้รับบัตรส่งเสริม BOI ไม่ใช่แค่รับสิทธิแล้วจบ โรงงานต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขตลอดระยะเวลาที่ได้รับการส่งเสริม มิฉะนั้นอาจถูกเพิกถอนสิทธิและต้องคืนภาษีที่ได้รับยกเว้นไปแล้ว
ภาระหลักที่ต้องรู้คือ
- รายงานประจำปี (Annual Report) — ต้องยื่นรายงานความคืบหน้าการลงทุนและผลการดำเนินงานต่อ BOI ทุกปี ซึ่งรวมถึงข้อมูลรายได้ จำนวนพนักงาน มูลค่าเครื่องจักร และผลผลิต
- แยกบัญชีกิจการที่ส่งเสริมและไม่ส่งเสริม — หากโรงงานมีทั้งสายการผลิตที่ได้รับการส่งเสริมและไม่ได้รับการส่งเสริม ต้องจัดทำบัญชีแยกส่วนอย่างชัดเจนเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีและรายงาน BOI
- แจ้งการเปลี่ยนแปลงสำคัญ — การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ การเพิ่มหรือลดกำลังผลิต หรือการเปลี่ยนประเภทผลิตภัณฑ์ ต้องแจ้ง BOI ก่อน มิฉะนั้นอาจผิดเงื่อนไขบัตรส่งเสริม
- ใช้สิทธิลดอากรนำเข้าเครื่องจักรให้ถูกต้อง — ต้องยื่นขอใช้สิทธิลดอากรกับ BOI ก่อนที่เครื่องจักรจะผ่านพิธีการศุลกากร ไม่สามารถขอย้อนหลังได้หลังจากชำระอากรแล้ว
- ปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย — โรงงานอาหารต้องรักษามาตรฐานด้านสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมตามที่กฎหมายกำหนด เพราะ BOI อาจตรวจสอบได้ทุกเมื่อ
การจัดทำบัญชีที่ถูกต้องและตรงเวลาเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาสิทธิ BOI บริการรับทำบัญชีรายเดือนที่ครอบคลุมการแยกบัญชี BOI และการจัดเตรียมรายงานประจำปีจะช่วยให้โรงงาน SME
ไม่พลาดเงื่อนไขสำคัญ
ภาษีอื่นที่โรงงานอาหาร SME ต้องรู้ควบคู่กับสิทธิ BOI
บัตรส่งเสริม BOI ยกเว้นเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกิจกรรมที่ส่งเสริม ภาษีอื่นยังคงมีผลบังคับใช้ตามปกติ ได้แก่
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) — โรงงานที่มีรายได้รวมเกิน 1,800,000 บาทต่อปีต้องจดทะเบียน VAT และเรียกเก็บในอัตราปัจจุบัน 7% (อัตรานี้มีผลตามพระราชกฤษฎีกาที่ต่ออายุเป็นรอบๆ ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากร) อาหารบางประเภทได้รับการยกเว้น VAT ตามกฎหมาย เช่น สินค้าเกษตรแปรรูปบางชนิด ควรตรวจสอบกับที่ปรึกษาภาษี (ข้อมูล ณ ปี 2569)
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) — การจ่ายค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าจ้างผู้รับเหมา ยังต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราปกติ บัตร BOI ไม่ได้ยกเว้นภาระนี้
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงาน — ต้องหักและนำส่ง ภ.ง.ด. 1 ทุกเดือน และยื่น ภ.ง.ด. 1ก ประจำปีตามปกติ
หากท่านกำลังพิจารณาขอรับการส่งเสริม BOI และต้องการทบทวนโครงสร้างภาษีของธุรกิจทั้งหมดให้เหมาะสมก่อนยื่นคำขอ การวางแผนภาษีกับที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์กับกิจการที่ได้รับการส่งเสริม
BOI
จะช่วยให้มองภาพรวมได้ครบถ้วนและหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่อาจทำให้เสียสิทธิที่ควรได้รับ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
ตารางนำบทความไปใช้
| ประเด็น | สิ่งที่ต้องตรวจ | ผลที่ต้องบันทึก |
|---|---|---|
| ทำไมโรงงานอาหาร SME ถึงควรสนใจ BOI | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| กลุ่มกิจการอาหารที่ BOI ส่งเสริม | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| สิทธิยกเว้นภาษีนิติบุคคลและการลดอากรนำเข้า | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โรงงานอาหาร SME ที่มีรายได้ไม่ถึง 30 ล้านบาทต่อปี ยังสมัคร BOI ได้ไหม
ได้ เพราะ BOI ไม่ได้กำหนดรายได้ขั้นต่ำสำหรับการยื่นขอ โดยพิจารณาจากประเภทกิจกรรมและแผนการลงทุนเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม SME ที่รายได้ยังน้อยควรประเมินก่อนว่าสิทธิ BOI
คุ้มค่ากว่าสิทธิ SME ตามประมวลรัษฎากรปกติหรือไม่ เพราะ SME
ที่กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาทต่อปีก็ได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้วโดยไม่ต้องขอ BOI (ข้อมูล ณ ปี 2569) ควรวางแผนร่วมกับที่ปรึกษาก่อนตัดสินใจ
สิทธิยกเว้นภาษีนิติบุคคล BOI อาหารนาน 8 ปีหรือ 10 ปี แล้วแต่กรณีอย่างไร
ระยะเวลายกเว้นขึ้นอยู่กับประเภทกิจกรรมและระดับความสำคัญที่ BOI กำหนด กิจการอาหารที่มีองค์ประกอบนวัตกรรมสูง เช่น อาหารชนิดใหม่หรืออาหารทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง
อาจได้รับสูงสุดถึง 10 ปีโดยไม่มีเพดานกำไรที่ยกเว้น
ส่วนกิจการแปรรูปอาหารทั่วไปที่มีเทคโนโลยีสูงแต่ไม่ถึงระดับนวัตกรรมขั้นสูง อาจได้รับการยกเว้น 8 ปี ควรตรวจสอบประกาศ BOI สำหรับประเภทกิจกรรมเฉพาะของโรงงานท่านก่อนยื่นคำขอ
ถ้าโรงงานผลิตทั้งสินค้าที่ BOI ส่งเสริมและสินค้าทั่วไป ต้องทำอย่างไรกับภาษี
ต้องแยกบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายระหว่างส่วนที่ได้รับการส่งเสริมและไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างชัดเจน กำไรสุทธิจากส่วนที่ BOI ส่งเสริมจะได้รับการยกเว้นภาษีตามบัตรส่งเสริม
ส่วนกำไรจากกิจกรรมที่ไม่ได้รับการส่งเสริมต้องเสียภาษีปกติตามอัตรา SME
หรืออัตราทั่วไป การแยกบัญชีที่ไม่ชัดเจนอาจทำให้เสียสิทธิประโยชน์ BOI ได้ จึงควรมีนักบัญชีที่มีความเข้าใจเรื่อง BOI ดูแลตั้งแต่ต้น
สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง BOI อุตสาหกรรมอาหารและ Food Innovation: สิทธิยกเว้นภาษีนิติบุคคล เกณฑ์ R&D และการยื่นขอสำหรับโรงงาน SME
ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ BOI อุตสาหกรรมอาหารและ Food Innovation: สิทธิยกเว้นภาษีนิติบุคคล เกณฑ์ R&D
และการยื่นขอสำหรับโรงงาน SME พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล