เมื่อธุรกิจมีหลายบัญชีธนาคาร เช่น บัญชีรับเงิน บัญชีจ่ายเงิน บัญชีเงินเดือน และบัญชีสำรอง การควบคุมจะซับซ้อนขึ้น หากไม่มีเจ้าของบัญชีและการกระทบยอดที่ชัดเจน เงินสดในรายงานอาจไม่ตรงกับเงินจริง และเสี่ยงโอนผิดวัตถุประสงค์
สรุปประเด็นที่ควรรู้
- บัญชีรับเงิน
- ผู้สร้างรายการ
- statement ครบ
กำหนดวัตถุประสงค์ของแต่ละบัญชี
บัญชีธนาคารแต่ละบัญชีควรมีวัตถุประสงค์ เช่น รับเงินลูกค้า จ่ายคู่ค้า เงินเดือน ภาษี หรือเงินสำรอง ไม่ควรใช้ทุกบัญชีรับและจ่ายปนกันจนกระทบยอดยาก
เมื่อวัตถุประสงค์ชัด บัญชีจะอ่าน statement ได้เร็วและตรวจความผิดปกติได้ง่ายขึ้น
- บัญชีรับเงิน
- บัญชีจ่ายเงิน
- บัญชีเงินเดือน
- บัญชีภาษี
- บัญชีเงินสำรอง
กำหนดผู้มีอำนาจและวงเงิน
ควรกำหนดว่าใครมีสิทธิ์ทำรายการ ใครอนุมัติ และวงเงินเท่าไร รายการใหญ่ควรใช้การอนุมัติสองคนหรืออนุมัติแยกจากผู้สร้างรายการ
หากมี internet banking หลายผู้ใช้ ต้องทบทวนสิทธิ์เมื่อพนักงานเปลี่ยนตำแหน่งหรือลาออก
- ผู้สร้างรายการ
- ผู้อนุมัติ
- วงเงินต่อรายการ
- อนุมัติสองคน
- สิทธิ์ internet banking
กระทบยอดทุกบัญชี
ทุกบัญชีธนาคารควรกระทบยอดกับบัญชีรายเดือน แม้บัญชีที่เคลื่อนไหวน้อย เพราะรายการดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม หรือเงินโอนระหว่างบัญชีอาจตกหล่นได้
รายงานเงินสดสำหรับผู้บริหารควรแยกเงินที่ใช้ได้จริงออกจากเงินที่กันไว้จ่ายภาษี เงินเดือน หรือเช็คค้างจ่าย
- statement ครบ
- เงินโอนระหว่างบัญชี
- ค่าธรรมเนียมธนาคาร
- เช็คค้าง
- เงินกันไว้จ่าย
ตารางการมอบสิทธิ์และวงเงินบัญชีธนาคารเพื่อจำกัดความเสียหาย (Corporate Bank Account Authority Matrix)
การแบ่งแยกบัญชีธนาคารตามวัตถุประสงค์และการมอบสิทธิ์อนุมัติเพื่อป้องกันความปลอดภัยสภาพคล่อง:
| ประเภทบัญชีธนาคาร | วัตถุประสงค์หลัก (Purpose) | สิทธิ์การโอนออกสูงสุดรายวัน | ผู้อนุมัติร่วมที่ต้องใช้ (Approver Level) |
|---|---|---|---|
| บัญชีรับเงิน (Collection Account) | รับชำระเงินโอนจากลูกค้าผ่าน QR, โอนเงินเข้า และบัตรเครดิต | 0 บาท (จำกัดเฉพาะโอนโอนย้ายภายในเข้าบัญชีหลักเท่านั้น) | ไม่มีสิทธิ์จ่ายบุคคลภายนอก (มีสิทธิ์โอนย้ายระหว่างบัญชีบริษัทโดย Admin) |
| บัญชีจ่ายเงิน (Operating Expense Account) | จ่ายเงินซื้อวัตถุดิบ, จ่ายผู้รับเหมาทั่วไป, จ่ายค่าน้ำค่าไฟของสำนักงาน | ไม่เกิน 200,000 บาท | ผู้จัดการแผนกการเงิน (Maker) + CFO / กรรมการผู้จัดการ (Checker) |
| บัญชีเงินเดือนพนักงาน (Payroll Account) | โอนเงินเดือน, สวัสดิการค่าคอมมิชชันพนักงานประจำรอบสิ้นเดือน | เท่ากับวงเงินสุทธิของยอดรวมเงินเดือนงวดนั้น | เจ้าหน้าที่ HR (Maker) + CEO ร่วมกับ CFO (Checker/Approver ร่วมกัน) |
| บัญชีเงินสำรอง / เงินฝากประจำ (Treasury Account) | เก็บรักษาเงินสดส่วนเกินเพื่อสะสมดอกเบี้ย หรือจ่ายปันผลสิ้นปี | ไม่จำกัดวงเงิน (ต้องใช้อนุมัติคู่เท่านั้น) | กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท 2 คนลงชื่ออนุมัติร่วมกัน |
เช็กลิสต์นำไปใช้ในเดือนนี้
สิ่งที่ควรทำทันที
- ทำทะเบียนบัญชีธนาคาร
- กำหนดวัตถุประสงค์แต่ละบัญชี
- ทบทวนผู้มีอำนาจ
- ตั้งวงเงินอนุมัติ
- กระทบยอดทุกบัญชีรายเดือน
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร
- ระบบยื่นแบบออนไลน์ e-Filing กรมสรรพากร
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ระบบ DBD e-Filing
- สำนักงานประกันสังคม
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ประกอบการ SME การบันทึกบัญชีและภาษีของแต่ละกิจการควรพิจารณาจากเอกสารจริง สัญญา และข้อเท็จจริงของรายการ หากมีรายการเฉพาะ ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บริษัทควรมีกี่บัญชีธนาคาร
ไม่มีจำนวนตายตัว ควรมีเท่าที่จำเป็นต่อการควบคุมและการทำงาน ไม่ควรมีมากจนกระทบยอดยาก
บัญชีที่ไม่ค่อยใช้ต้องกระทบยอดไหม
ควรกระทบยอดทุกเดือนหรืออย่างน้อยทุกงวดปิดบัญชี เพราะอาจมีค่าธรรมเนียมหรือรายการเล็กตกหล่น
ควรแยกบัญชีภาษีไหม
ช่วยได้สำหรับธุรกิจที่ต้องสำรอง VAT หัก ณ ที่จ่าย หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ต้องมีวินัยไม่ดึงไปใช้ปน