คำตอบสั้น ๆ คือ ทั้งการเปลี่ยนนโยบายบัญชีและการแก้ไขข้อผิดพลาดที่มีสาระสำคัญ โดยหลักการตาม TAS 8 ต้องปรับงบการเงินย้อนหลัง (Retrospective)
เสมือนว่าใช้นโยบายใหม่หรือไม่เคยเกิดข้อผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น
ยกเว้นมีข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถคำนวณย้อนหลังได้ในทางปฏิบัติ ส่วนการเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีมีวิธีปฏิบัติที่ต่างออกไป บทความนี้อธิบายความแตกต่างและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง
สารบัญบทความ
- ทำไม SME ต้องเข้าใจ TAS 8
- นโยบายการบัญชีคืออะไร
- เมื่อไรที่กิจการสามารถเปลี่ยนนโยบายการบัญชีได้
- การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี แตกต่างจากการเปลี่ยนนโยบายอย่างไร
- การแก้ไขข้อผิดพลาดจากงวดก่อน
- ตารางสรุปวิธีปฏิบัติ
- ตัวอย่างสถานการณ์จริงของ SME
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
ทำไม SME ต้องเข้าใจ TAS 8
มาตรฐานการบัญชี TAS 8 เรื่องนโยบายการบัญชี การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีและข้อผิดพลาด กำหนดหลักการเกี่ยวกับ 3 เรื่องหลักที่มักเกิดขึ้นในการทำบัญชีจริง คือ
การเลือกและเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชี การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี
และการแก้ไขข้อผิดพลาดจากงวดก่อน ทั้งสามเรื่องนี้มีวิธีปฏิบัติทางบัญชีที่แตกต่างกัน หากปฏิบัติผิดวิธี อาจทำให้งบการเงินเปรียบเทียบไม่ได้ระหว่างงวด
หรือทำให้ผู้ใช้งบเข้าใจผลการดำเนินงานคลาดเคลื่อน
นโยบายการบัญชีคืออะไร
นโยบายการบัญชี หมายถึง หลักการ เกณฑ์ ประเพณีปฏิบัติ กฎ และวิธีปฏิบัติเฉพาะที่กิจการนำมาใช้ในการจัดทำและนำเสนองบการเงิน เช่น วิธีคำนวณค่าเสื่อมราคา (เส้นตรงหรือยอดลดลง)
วิธีตีราคาสินค้าคงเหลือ (FIFO หรือถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก)
หรือวิธีรับรู้รายได้จากสัญญาระยะยาว โดยทั่วไปกิจการควรเลือกนโยบายบัญชีที่เหมาะสมและใช้อย่างสม่ำเสมอในทุกงวดบัญชี เพื่อให้งบการเงินเปรียบเทียบกันได้
เมื่อไรที่กิจการสามารถเปลี่ยนนโยบายการบัญชีได้
กิจการสามารถเปลี่ยนนโยบายการบัญชีได้ในสองกรณีเท่านั้น คือ หนึ่ง มีมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับใหม่กำหนดให้ต้องเปลี่ยน หรือ สอง
การเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้งบการเงินให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจมากขึ้น
กิจการไม่สามารถเปลี่ยนนโยบายบัญชีไปมาตามความสะดวกหรือเพื่อทำให้ผลประกอบการดูดีขึ้นได้ตามอำเภอใจ
เมื่อเปลี่ยนนโยบายการบัญชี หลักการทั่วไปคือต้องปรับปรุงงบการเงินย้อนหลัง (Retrospective Application) กล่าวคือ ต้องปรับยอดคงเหลือต้นงวดของรายการที่เกี่ยวข้อง (เช่น กำไรสะสม)
ในงบการเงินงวดที่นำเสนอเปรียบเทียบทั้งหมด
เสมือนว่ากิจการใช้นโยบายบัญชีใหม่นี้มาตั้งแต่ต้น
การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี แตกต่างจากการเปลี่ยนนโยบายอย่างไร
การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี (Change in Accounting Estimate) คือการปรับปรุงมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์หรือหนี้สิน
อันเป็นผลจากการประเมินสถานะปัจจุบันและประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตที่คาดว่าจะได้รับจากสินทรัพย์และหนี้สินนั้น เช่น
การเปลี่ยนแปลงอายุการใช้งานโดยประมาณของสินทรัพย์ถาวร การเปลี่ยนแปลงอัตราค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ หรือการเปลี่ยนแปลงประมาณการค่ารับประกันสินค้า
ข้อแตกต่างสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีไม่ต้องปรับปรุงงบการเงินย้อนหลัง แต่ให้รับรู้ผลกระทบไปข้างหน้า (Prospective Application) ตั้งแต่งวดที่เปลี่ยนแปลงเป็นต้นไป
โดยไม่กระทบตัวเลขในงบการเงินงวดก่อนหน้าที่เคยรายงานไปแล้ว
การแก้ไขข้อผิดพลาดจากงวดก่อน
ข้อผิดพลาดจากงวดก่อน หมายถึง การละเว้นหรือแสดงข้อมูลผิดพลาดในงบการเงินของงวดก่อน อันเกิดจากการไม่ใช้หรือใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนั้นผิดพลาด เช่น การคำนวณผิด
การนำหลักการบัญชีมาใช้ผิดวิธี การทุจริต หรือการมองข้ามข้อเท็จจริง
หากพบข้อผิดพลาดที่มีสาระสำคัญจากงวดก่อน กิจการต้องแก้ไขโดยการปรับปรุงงบการเงินย้อนหลัง เช่นเดียวกับการเปลี่ยนนโยบายบัญชี
เพื่อให้งบการเงินที่นำเสนอเปรียบเทียบสะท้อนความถูกต้องเสมือนไม่เคยเกิดข้อผิดพลาดขึ้น
ตารางสรุปวิธีปฏิบัติ
| ประเภทการเปลี่ยนแปลง | วิธีปฏิบัติ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| เปลี่ยนนโยบายการบัญชี | ปรับย้อนหลัง (Retrospective) | เปลี่ยนวิธีตีราคาสินค้าคงเหลือจากถัวเฉลี่ยเป็น FIFO |
| เปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี | ปรับไปข้างหน้า (Prospective) | เปลี่ยนอายุการใช้งานโดยประมาณของเครื่องจักรจาก 10 ปี เป็น 7 ปี |
| แก้ไขข้อผิดพลาดจากงวดก่อนที่มีสาระสำคัญ | ปรับย้อนหลัง (Retrospective Restatement) | พบว่าลืมบันทึกรายได้ค่าเช่างวดก่อนจำนวนมาก |
ตัวอย่างสถานการณ์จริงของ SME
สมมติบริษัทแห่งหนึ่งพบว่าปีที่แล้วบันทึกค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรผิดสูตร ทำให้ค่าเสื่อมราคาที่บันทึกไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงประมาณ 500,000 บาท
ซึ่งถือเป็นข้อผิดพลาดจากงวดก่อนที่มีสาระสำคัญ กิจการต้องปรับปรุงงบการเงินย้อนหลัง
โดยปรับลดกำไรสะสมต้นงวดและปรับปรุงมูลค่าตามบัญชีของเครื่องจักรในงบการเงินที่นำเสนอเปรียบเทียบ พร้อมเปิดเผยลักษณะของข้อผิดพลาดและผลกระทบในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
แต่หากในปีถัดมากิจการเพียงแค่ประเมินใหม่ว่าเครื่องจักรจะใช้งานได้นานกว่าที่คาดไว้เดิม (จาก 10 ปี เป็น 12 ปี) กรณีนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี
ซึ่งปรับผลกระทบไปข้างหน้าเท่านั้น ไม่ต้องย้อนแก้งบการเงินปีก่อน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- สับสนระหว่างการเปลี่ยนแปลงประมาณการกับการแก้ไขข้อผิดพลาด: ทำให้เลือกวิธีปฏิบัติผิด เช่น ปรับย้อนหลังทั้งที่ควรปรับไปข้างหน้า หรือในทางกลับกัน
- ไม่ประเมินสาระสำคัญของข้อผิดพลาดก่อนตัดสินใจวิธีแก้ไข: ข้อผิดพลาดเล็กน้อยที่ไม่มีสาระสำคัญอาจไม่จำเป็นต้องปรับย้อนหลังทั้งหมด ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีเพื่อพิจารณาระดับสาระสำคัญ
- เปลี่ยนนโยบายบัญชีโดยไม่มีเหตุผลรองรับ: เช่น เปลี่ยนวิธีคิดค่าเสื่อมราคาเพียงเพื่อให้กำไรดูดีขึ้นในปีนั้น โดยไม่ได้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานใหม่หรือทำให้ข้อมูลน่าเชื่อถือขึ้นจริง
- ไม่เปิดเผยข้อมูลการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขข้อผิดพลาดในหมายเหตุประกอบงบการเงิน: ทำให้ผู้ใช้งบไม่เข้าใจสาเหตุที่ตัวเลขเปลี่ยนแปลงจากงวดก่อน
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
เมื่อพบว่าต้องเปลี่ยนนโยบายบัญชี เปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี หรือแก้ไขข้อผิดพลาดจากงวดก่อน ผู้ประกอบการควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีก่อนดำเนินการทุกครั้ง
เพื่อประเมินว่าเป็นกรณีใดในสามประเภทนี้
และต้องปฏิบัติด้วยวิธีปรับย้อนหลังหรือปรับไปข้างหน้า พร้อมจัดทำเอกสารประกอบเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอย่างชัดเจน
เพื่อให้งบการเงินสะท้อนความถูกต้องและสามารถอธิบายต่อผู้ใช้งบการเงิน เช่น ธนาคารหรือผู้ถือหุ้น ได้อย่างมั่นใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
นโยบายการบัญชีคืออะไร
คือหลักการ เกณฑ์ ประเพณีปฏิบัติ กฎ และวิธีปฏิบัติเฉพาะที่กิจการนำมาใช้ในการจัดทำและนำเสนองบการเงิน เช่น วิธีคำนวณค่าเสื่อมราคา วิธีตีราคาสินค้าคงเหลือ หรือวิธีรับรู้รายได้
ซึ่งควรใช้อย่างสม่ำเสมอในทุกงวดบัญชี
เปลี่ยนนโยบายการบัญชีทำได้เมื่อไร
ทำได้ในสองกรณีเท่านั้น คือมีมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับใหม่กำหนดให้ต้องเปลี่ยน หรือการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้งบการเงินให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจมากขึ้น
ไม่สามารถเปลี่ยนได้ตามอำเภอใจ
การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีต่างจากการเปลี่ยนนโยบายบัญชีอย่างไร
การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชี เช่น การปรับอายุการใช้งานของสินทรัพย์ ให้รับรู้ผลกระทบไปข้างหน้าเท่านั้น ไม่ต้องปรับงบการเงินย้อนหลัง
ต่างจากการเปลี่ยนนโยบายบัญชีที่ต้องปรับงบการเงินย้อนหลังเสมือนใช้นโยบายใหม่มาตั้งแต่ต้น
พบข้อผิดพลาดจากปีก่อนต้องทำอย่างไร
หากข้อผิดพลาดมีสาระสำคัญ ต้องแก้ไขโดยปรับปรุงงบการเงินย้อนหลัง เสมือนไม่เคยเกิดข้อผิดพลาดขึ้น พร้อมเปิดเผยลักษณะของข้อผิดพลาดและผลกระทบในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีเพื่อประเมินระดับสาระสำคัญก่อนดำเนินการ
ข้อผิดพลาดเล็กน้อยที่ไม่มีสาระสำคัญต้องปรับย้อนหลังหรือไม่
โดยหลักการทั่วไป ข้อผิดพลาดที่ไม่มีสาระสำคัญอาจไม่จำเป็นต้องปรับย้อนหลังอย่างเป็นทางการ
แต่ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีเพื่อประเมินระดับสาระสำคัญให้ถูกต้องตามสถานการณ์ของแต่ละกิจการ
เปลี่ยนวิธีคิดค่าเสื่อมราคาเพื่อให้กำไรดูดีขึ้น ทำได้หรือไม่
ทำไม่ได้ตามหลักการ TAS 8 เพราะการเปลี่ยนนโยบายบัญชีต้องมีเหตุผลรองรับ เช่น มาตรฐานใหม่กำหนดให้เปลี่ยน หรือทำให้ข้อมูลน่าเชื่อถือและเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจมากขึ้น
ไม่ใช่เพื่อปรับแต่งผลประกอบการให้ดูดีขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง
SME ควรทำอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจว่าเป็นการเปลี่ยนนโยบาย ประมาณการ หรือข้อผิดพลาด
ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีทันทีที่พบสถานการณ์ เพราะแต่ละประเภทมีวิธีปฏิบัติทางบัญชีที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
การเลือกวิธีปฏิบัติผิดอาจทำให้งบการเงินไม่ถูกต้องและเปรียบเทียบกับงวดก่อนไม่ได้
การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบภาระภาษีและวางระบบบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ จะช่วยให้วางแผนงานได้แม่นยำขึ้น สามารถดูรายละเอียดบริการบัญชีและภาษีทั้งหมดของ A Plus Me
เพิ่มเติมได้