ในโลกของการทำธุรกิจนิติบุคคล รายการ "สัญญาค้ำประกัน (Guarantee Agreement)" ถือเป็นเอกสารทางกฎหมายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น การที่กรรมการเข้ามาเซ็นค้ำประกันเงินกู้ธนาคารให้แก่บริษัท หรือการค้ำประกันการชำระหนี้ระหว่างบริษัทในเครือเดียวกัน สัญญาเหล่านี้ตามประมวลรัษฎากรมีสถานะเป็น "ตราสาร" ที่กฎหมายบังคับให้ต้องปิดแสตมป์อากรจึงจะมีผลสมบูรณ์ทางกฎหมายในชั้นศาล

สัญญาค้ำประกัน คืออะไร?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สัญญาค้ำประกัน คือ สัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ตกลงว่าจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ ถ้าหากลูกหนี้ไม่ยอมชำระหนี้นั้น สัญญาค้ำประกันจำเป็นต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้

อัตราการติดอากรแสตมป์สำหรับสัญญาค้ำประกัน

ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (ตราสารหมายเลข 17. ค้ำประกัน) กำหนดอัตราค่าอากรแสตมป์ไว้ดังนี้:

  • กรณีระบุวงเงินหนี้แน่นอน: เสียอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาท ต่อทุกวงเงินค้ำประกัน 1,000 บาท (หรือเศษของ 1,000 บาท)
  • จำกัดอากรแสตมป์สูงสุด: กฎหมายกำหนดให้เสียอากรแสตมป์สูงสุด ไม่เกิน 10 บาทต่อสัญญา สำหรับการค้ำประกันหนี้ที่ไม่มีจำกัดวงเงิน หรือการค้ำประกันหนี้ที่มีวงเงินสูงมาก (เช่น ค้ำประกันหนี้ 1 ล้านบาท คำนวณตามเรตได้ 1,000 บาท แต่ติดจริงสูงสุดแค่ 10 บาทเท่านั้น)
  • กรณีกรรมการค้ำประกันหนี้ธนาคารให้บริษัทตนเอง: แม้วงเงินจะสูงเป็นสิบล้านร้อยล้าน ก็ติดอากรแสตมป์สูงสุดเพียง 10 บาท

ใครมีหน้าที่ติดอากรแสตมป์ และกำหนดเวลาเท่าไหร่?

  • ผู้มีหน้าที่เสียอากร: ผู้ค้ำประกัน (เว้นแต่คู่สัญญาจะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น)
  • ระยะเวลาการติดอากร: ต้องปิดแสตมป์อากรและขีดฆ่าให้เรียบร้อย ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทำสัญญาค้ำประกันสำเร็จ หากทำนอกประเทศไทยและนำเข้ามาในประเทศ ต้องติดอากรภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับตราสารนั้น
  • หากติดล่าช้า: จะต้องเสียเงินเพิ่ม (ค่าปรับ) ตั้งแต่ 2 เท่า ถึง 5 เท่า ของค่าอากรแสตมป์ที่ค้างชำระตามกฎหมาย

ประเด็นภาษีอื่น ๆ: กรณี "ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน" (Guarantee Fee)

บ่อยครั้งที่บริษัทในเครือเดียวกันค้ำประกันเงินกู้ให้กันและมีการคิด "ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน (Guarantee Fee)" รายการนี้จะมีภาษีที่เกี่ยวข้องดังนี้:

  1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%): การให้บริการค้ำประกันหนี้โดยบริษัทที่ไม่ได้เป็นสถาบันการเงิน ถือเป็นการให้บริการเชิงพาณิชย์ทั่วไปที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทผู้ให้บริการต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่ง VAT 7%
  2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax): ผู้จ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกัน (นิติบุคคล) มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ในอัตรา 3% (ถือเป็นค่าบริการรับจ้างทั่วไปภายใต้มาตรา 40(8)) ยื่นนำส่งผ่านแบบ ภ.ง.ด.53
  3. ภาษีเงินได้นิติบุคคล: รายได้ค่าธรรมเนียมค้ำประกันถือเป็นรายได้ของบริษัทที่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีประจำปี

ข้อควรระวัง: ค้ำประกันฟรีระหว่างบริษัทในเครือ ทำได้ไหม?

เช่นเดียวกับเรื่องเงินกู้ยืมกรรมการ หากบริษัทหนึ่งให้บริการค้ำประกันแก่บริษัทในเครือโดย ไม่คิดค่าธรรมเนียมค้ำประกัน สรรพากรอาจประเมินเป็นรายได้บริการพึงได้ตามราคาตลาดได้ (ตามมาตรา 65 ทวิ (4)) เว้นแต่จะมีเหตุผลสมควร เช่น เพื่อสนับสนุนสภาพคล่องของบริษัทลูกที่ถือหุ้น 100% ซึ่งต้องพิจารณาคำวินิจฉัยของสรรพากรประกอบเป็นรายกรณี

สรุปแนวทางจัดการเอกสารค้ำประกัน

เพื่อความถูกต้องปลอดภัย 1) เมื่อทำสัญญาค้ำประกันทุกครั้ง ให้จัดเตรียมปิดอากรแสตมป์ขีดฆ่าจำนวน 10 บาททันทีภายใน 15 วัน เพื่อให้สัญญาใช้บังคับคดีในชั้นศาลได้ 2) ตรวจสอบความสัมพันธ์ทางธุรกิจหากมีธุรกรรมค้ำประกันระหว่างบริษัทในเครือ เพื่อพิจารณาการคิดราคาค่าธรรมเนียมค้ำประกันตามราคาตลาด และ 3) หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% และออกใบกำกับภาษี VAT 7% เมื่อมีการชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง สัญญาค้ำประกันคืออะไร สรุปการติดอากรแสตมป์ และภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง ควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการตรวจเอกสารจริงของกิจการ ไม่ควรใช้แทนคำปรึกษาเฉพาะกรณี เพราะผลทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการ

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • ระบุว่าหัวข้อนี้กระทบรายได้ รายจ่าย ภาษี เอกสาร หรือเงินสดของกิจการส่วนใด
  • รวบรวมสัญญา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และหลักฐานชำระเงินที่เกี่ยวข้อง
  • ให้ผู้ทำบัญชีตรวจผลต่อ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และงบการเงินก่อนปิดรอบ

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • อ่านหลักการถูกต้องแต่ไม่มีเอกสารจริงรองรับรายการที่บันทึกบัญชี
  • ใช้วิธีเดียวกันกับทุกรายการโดยไม่ดูประเภทผู้รับเงินหรือรูปแบบสัญญา
  • ปล่อยให้แก้ตอนปิดงบปลายปี ทั้งที่ควรจัดการตั้งแต่รอบเดือนที่เกิดรายการ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สัญญาค้ำประกันคืออะไร สรุปการติดอากรแสตมป์ และภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง ควรใช้กับธุรกิจแบบไหน?

บทความเรื่อง สัญญาค้ำประกันคืออะไร สรุปการติดอากรแสตมป์ และภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการ SME ที่ต้องการเข้าใจผลต่อบัญชี ภาษี และเอกสารของบริษัท แต่ควรเทียบกับข้อเท็จจริงของกิจการตนเองก่อนตัดสินใจ

ต้องเตรียมเอกสารอะไรก่อนปรึกษาเรื่อง สัญญาค้ำประกันคืออะไร สรุปการติดอากรแสตมป์ และภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง?

ควรเตรียมเอกสารประกอบรายการจริง เช่น สัญญา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หลักฐานโอนเงิน และรายการเดินบัญชี เพื่อให้ผู้ทำบัญชีประเมินผลภาษีได้แม่นยำ

ถ้าทำ สัญญาค้ำประกันคืออะไร สรุปการติดอากรแสตมป์ และภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง ผิดไปแล้วควรแก้ย้อนหลังหรือไม่?

ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจผลกระทบก่อนว่าเกี่ยวกับ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล หรืองบการเงินหรือไม่ จากนั้นจึงพิจารณายื่นปรับปรุงแบบหรือบันทึกปรับปรุงบัญชีตามรอบที่ถูกต้อง