เมื่อธุรกิจ SME เริ่มเติบโตและมีกำไรสะสมสูงขึ้น เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักประสบปัญหาเรื่องภาระภาษีจากการกระจายรายได้ และการบริหารความเสี่ยงในหลาย ๆ กิจการ การจัดตั้ง "บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company)" หรือบริษัทที่ไม่มีรายรับจากการขายสินค้าของตัวเอง แต่รายได้หลักมาจากการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Subsidiary) จึงเป็นโมเดลการปรับโครงสร้างธุรกิจที่ได้รับความนิยมสูงมากในปัจจุบันเพื่อวัตถุประสงค์ในการวางแผนภาษีและบริหารทรัพย์สินกงสี

1. สิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุดของบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company)

ตามประมวลรัษฎากร (มาตรา 65 ทวิ (10)) บริษัทจำกัดที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินปันผลจากการถือหุ้นในบริษัทจำกัดอื่นดังนี้:

  • สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินปันผล 100% (ไม่ต้องนำมาเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล): หากบริษัทโฮลดิ้งถือหุ้นในบริษัทผู้จ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 25% ของหุ้นทั้งหมด และบริษัทผู้จ่ายปันผลไม่ได้ถือหุ้นกลับในบริษัทโฮลดิ้ง
  • กรณีถือหุ้นน้อยกว่า 25%: จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินปันผลกึ่งหนึ่ง (50%) หากถือหุ้นนั้นไว้ไม่น้อยกว่า 3 เดือนก่อนจ่ายปันผล และไม่น้อยกว่า 3 เดือนหลังจ่ายปันผล
  • การใช้โครงสร้างโฮลดิ้งลด Double Taxation: หากไม่จัดทำโครงสร้างนี้ เงินปันผลที่จ่ายให้แก่บุคคลธรรมดาจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และบุคคลธรรมดาต้องตัดสินใจนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปลายปี แต่เมื่อจ่ายผ่าน Holding Company จะไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย และโฮลดิ้งสามารถนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนต่อยอดธุรกิจอื่นได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
[!NOTE] การนำเงินปันผลไปลงทุนต่อ (Reinvestment)
เงินปันผลที่ขึ้นมาอยู่ที่ Holding Company สามารถนำไปปล่อยกู้ยืมต่อให้บริษัทในเครือเพื่อขยายกิจการ หรือซื้อทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน อาคาร รถยนต์ ในนามโฮลดิ้งได้ทันทีโดยไม่ผ่านระบบภาษีบุคคลธรรมดา

2. ข้อดีอื่น ๆ ในการจัดโครงสร้างกลุ่มธุรกิจครอบครัว

นอกเหนือจากเรื่องสิทธิยกเว้นภาษีเงินปันผลแล้ว Holding Company ยังช่วย SME จัดการมิติการเงินและกฎหมายดังนี้:

  • จำกัดความเสี่ยงทางธุรกิจ (Ring-fencing Risks): หากบริษัทปฏิบัติการ (Operating Company) เกิดคดีความหรือหนี้สินทางธุรกิจ จะไม่กระทบถึงทรัพย์สินของครอบครัวหรือบริษัทอื่นในเครือ เพราะทรัพย์สินส่วนใหญ่ถูกแยกเก็บไว้ที่บริษัทโฮลดิ้งแล้ว
  • ความสะดวกในการโอนหุ้นและสืบทอดธุรกิจ (Succession Planning): การโอนหุ้นของ Holding Company ให้แก่ทายาทช่วยป้องกันความขัดแย้งเรื่องอำนาจการบริหารในบริษัทลูก ทายาทสามารถถือหุ้นเป็นสัดส่วนในโฮลดิ้งเพื่อรับผลประโยชน์ปันผลร่วมกัน

3. ประเด็นภาษีที่ต้องระวังในการทำโฮลดิ้ง

แม้ว่าจะมีข้อดีทางภาษีสูงมาก แต่สรรพากรมีเกณฑ์ควบคุมในการตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มโฮลดิ้งดังนี้:

  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Special Business Tax - 3.3%): หากโฮลดิ้งนำเงินเหลือไปปล่อยกู้ยืมแก่บริษัทในเครือ ดอกเบี้ยรับจากการกู้ยืมนี้ต้องนำมาเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3% (บวกภาษีท้องถิ่นอีก 0.3% รวมเป็น 3.3%) และต้องคิดอัตราดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่าราคาทุนหรือราคาตลาด
  • ประเด็นเรื่อง Transfer Pricing (ราคาโอน): หากมีรายการระหว่างกัน เช่น ค่าบริหารจัดการ ค่าเช่าพื้นที่ หรือค่าแบรนด์ ระหว่างโฮลดิ้งกับบริษัทลูก ต้องมีเอกสารและเกณฑ์ราคากลางที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้โดนสรรพากรปรับยอดรายจ่าย

สรุปคำแนะนำจาก A Plus Me

การจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งไม่ใช่เรื่องเฉพาะของมหาเศรษฐีหรือบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น เจ้าของธุรกิจ SME ที่เริ่มขยายสาขา หรือเริ่มซื้อที่ดินและทรัพย์สินเพื่อขยายงานควรเริ่มศึกษาโครงสร้างนี้เพื่อประหยัดภาษีอย่างยั่งยืน ทีม A Plus Me ยินดีให้บริการออกแบบผังโครงสร้างนิติบุคคล วางระบบโอนหุ้น และดูแลการยื่นงบการเงินของบริษัทโฮลดิ้งเพื่อความถูกต้องปลอดภัยในทุกมิติ ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญได้ตั้งแต่วันนี้

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ภาษีธุรกิจโฮลดิ้ง (Holding Company): คู่มือวางแผนภาษีครอบครัว ควรใช้เพื่อจับประเด็นเฉพาะธุรกิจ แล้วนำไปเทียบกับรูปแบบรายได้ สัญญา ช่องทางรับเงิน และเอกสารจริงของกิจการ เพราะธุรกิจชื่อคล้ายกันอาจมีภาระภาษีต่างกันมาก

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • แยกช่องทางรายได้หลัก รายได้เสริม เงินมัดจำ และรายรับล่วงหน้าให้ชัดเจน
  • ตรวจสัญญา ใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี และเงื่อนไขหัก ณ ที่จ่ายของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
  • จัดรายงานต้นทุน สต๊อก ค่าจ้าง outsource และค่าใช้จ่ายเฉพาะธุรกิจให้ตรวจย้อนกลับได้

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • รวมรายได้หลายประเภทไว้ก้อนเดียวจนแยก VAT หรือหัก ณ ที่จ่ายไม่ถูก
  • ไม่มีสัญญาหรือเอกสารงานย่อยรองรับการจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างภายนอก
  • ดูเฉพาะยอดขาย แต่ไม่คุมต้นทุนเฉพาะงาน ทำให้กำไรจริงและภาษีคลาดเคลื่อน

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ภาษีธุรกิจโฮลดิ้ง (Holding Company): คู่มือวางแผนภาษีครอบครัว ต้องเริ่มวางระบบบัญชีจากอะไร?

ให้เริ่มจากแยกประเภทรายได้ของเรื่อง ภาษีธุรกิจโฮลดิ้ง (Holding Company): คู่มือวางแผนภาษีครอบครัว ว่าเป็นขายสินค้า บริการ ค่าสมาชิก เงินมัดจำ หรือรายได้ล่วงหน้า จากนั้นออกแบบเอกสารขายและการบันทึกต้นทุนให้ตรงกับรูปแบบรายได้นั้น

ภาษีที่ต้องระวังใน ภาษีธุรกิจโฮลดิ้ง (Holding Company): คู่มือวางแผนภาษีครอบครัว มีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปควรตรวจ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และเอกสารค่าใช้จ่ายเฉพาะธุรกิจ โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับสัญญา ลูกค้าจ่ายเป็นงวด หรือการจ้างผู้รับเหมาช่วง

ถ้าธุรกิจทำ ภาษีธุรกิจโฮลดิ้ง (Holding Company): คู่มือวางแผนภาษีครอบครัว มาหลายเดือนแล้วยังไม่มีระบบเอกสารควรทำอย่างไร?

ให้เริ่มจากดึงรายการขาย รายการรับเงิน รายจ่ายหลัก และสัญญาย้อนหลังอย่างน้อย 3-6 เดือน แล้วให้ผู้ทำบัญชีจัดหมวดเพื่อวางระบบเอกสารเดือนถัดไปและประเมินความเสี่ยงภาษีย้อนหลัง