เมื่อธุรกิจ SME เช่าทรัพย์สิน เช่น สำนักงาน โกดัง หรือเครื่องจักร "พร้อมบริการดูแลบำรุงรักษา" ในสัญญาฉบับเดียว คำถามที่ตามมาทันทีคือ ควรหักภาษี ณ ที่จ่าย (WHT) ที่อัตรา 5% ของค่าเช่า หรือ 3% ของค่าบริการ หรือทั้งสองอัตราในสัดส่วนที่ต่างกัน? หากตอบผิดหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง บริษัทอาจถูกประเมินย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มสะสมได้ บทความนี้อธิบายหลักการ วิธีวางแผน และเช็กลิสต์ที่นำไปใช้งานได้จริง (ข้อมูล ณ ปี 2569)
ทำไมค่าเช่าพร้อมบริการถึงสร้างความสับสนเรื่อง WHT?
กฎหมายภาษีไทยแบ่ง "ประเภทเงินได้" ของผู้รับออกอย่างชัดเจน และแต่ละประเภทมีอัตราหัก ณ ที่จ่ายที่ต่างกัน:
- ค่าเช่าทรัพย์สิน (เงินได้ตามมาตรา 40(5)) — อัตราหัก ณ ที่จ่าย 5% ใช้เมื่อมีการ "ส่งมอบการครอบครอง" ทรัพย์สินให้ผู้เช่าดูแลรักษาเสมือนเป็นเจ้าของในช่วงระยะเวลาเช่า ตามหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 553
- ค่าบริการ/รับจ้างทำงาน (เงินได้ตามมาตรา 40(8)) — อัตราหัก ณ ที่จ่าย 3% ใช้เมื่อผู้ให้บริการ "กระทำการ" บางอย่างและส่งมอบผลลัพธ์ โดยไม่มีการส่งมอบการครอบครองทรัพย์สิน
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อสัญญาเดียวรวมทั้งสองส่วนไว้ด้วยกัน เช่น การเช่าพื้นที่สำนักงานที่รวมบริการรักษาความปลอดภัย บริการทำความสะอาด และบำรุงรักษาระบบ HVAC ไว้ในใบแจ้งหนี้ฉบับเดียว
หลักการตัดสินว่าใช้อัตราใด: "ธรรมชาติที่แท้จริงของสัญญา" คือกุญแจสำคัญ
กรมสรรพากรพิจารณาจาก สาระสำคัญของสัญญา ไม่ใช่ชื่อสัญญา แนวปฏิบัติที่แพร่หลายในวงวิชาชีพบัญชีไทยแบ่งออกเป็น 3 กรณี:
กรณีที่ 1 — สัญญาเช่าล้วน (WHT 5%)
ผู้ให้เช่าส่งมอบการครอบครองพื้นที่หรือทรัพย์สินให้ผู้เช่าแต่เพียงผู้เดียว ผู้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบดูแลรักษาในช่วงระยะเวลาเช่า เช่น เช่าพื้นที่ร้านค้าในห้างที่ล็อคประตูได้ หรือเช่าโกดังที่ผู้เช่าครอบครองเบ็ดเสร็จ ทั้งยอดค่าเช่าหักที่ 5%
กรณีที่ 2 — บริการล้วน (WHT 3%)
ไม่มีการส่งมอบการครอบครองทรัพย์สิน เช่น เช่าพื้นที่แผงขายสินค้าในห้างที่ไม่มีการปิดล็อค หรือบริการจอดรถที่ผู้ใช้มาใช้เป็นครั้งคราว ทั้งยอดหักที่ 3%
กรณีที่ 3 — เช่าพร้อมบริการ (WHT แบ่งตามสัดส่วน)
สัญญารวมทั้งส่วนเช่า (5%) และส่วนบริการ (3%) ไว้ด้วยกัน เช่น เช่าสำนักงานพร้อมบริการทำความสะอาดและรักษาความปลอดภัย วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องคือ แยกมูลค่าค่าเช่าและค่าบริการออกจากกันในสัญญาและใบแจ้งหนี้ เพื่อหักภาษีในอัตราที่ถูกต้องสำหรับแต่ละส่วน
กรณีไม่แยกมูลค่า: ความเสี่ยงและแนวทางที่สรรพากรใช้
เมื่อสัญญาหรือใบแจ้งหนี้ระบุยอดรวมโดยไม่แยกค่าเช่ากับค่าบริการออกจากกัน มีความเสี่ยง 2 ด้าน:
- ผู้จ่ายหัก WHT ในอัตราเดียวทั้งยอด — หากสรรพากรตรวจแล้วตีความว่าส่วนหนึ่งเป็นค่าเช่า (5%) ก็จะมีภาษีขาดพร้อมเบี้ยปรับ 1.5 เท่าของภาษีที่ขาด และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (ไม่เกิน 1 เท่าของภาษีที่ต้องเสีย)
- ผู้รับถูกหักเกิน — ถ้าผู้จ่ายตัดสินใจหัก 5% ทั้งยอดเพื่อความปลอดภัย ผู้รับจะถูกหักมากกว่าที่ควร และต้องขอคืนภาษีผ่านแบบ ภ.ง.ด.50 ในส่วนที่เกิน ซึ่งใช้เวลาและทรัพยากรในการดำเนินการ
แนวทางที่ถูกต้องที่สุดคือการแยกรายการในสัญญาและใบแจ้งหนี้ ให้ระบุค่าเช่า X บาท และค่าบริการ Y บาท แม้ยอดรวมจะเท่าเดิม แต่หลักฐานทางกฎหมายจะชัดเจนขึ้น
แบบนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย: ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53
นิติบุคคลที่จ่ายค่าเช่าหรือค่าบริการต้องนำส่งภาษีที่หักไว้ภายในกำหนดเวลา:
- ภ.ง.ด.3 — ใช้เมื่อผู้รับเงินเป็น บุคคลธรรมดา (รวมถึงเจ้าของห้องให้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดา)
- ภ.ง.ด.53 — ใช้เมื่อผู้รับเงินเป็น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (เช่น บริษัทอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า)
- กำหนดยื่น: ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (กรณียื่นกระดาษ) หรือวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (กรณีนำส่งผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร)
- ฐานคำนวณ WHT: ใช้ยอด ก่อน VAT เสมอ ไม่นำ VAT มารวมในฐานการหัก
หลังหักภาษีและนำส่งแล้ว ต้องออก หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ผู้รับทุกครั้ง เพื่อให้ผู้รับนำไปใช้เป็นเครดิตภาษีในการยื่น ภ.ง.ด.50 ปลายปี
ตัวอย่างเชิงตัวเลข: บริษัท SME เช่าโกดังพร้อมบริการรักษาความปลอดภัย
บริษัท A (ผู้เช่า) จ่ายค่าเช่าโกดัง + บริการรักษาความปลอดภัยให้บริษัท B (ผู้ให้เช่า ซึ่งเป็นนิติบุคคล) เดือนละ 107,000 บาท รวม VAT 7%
โครงสร้างตามใบแจ้งหนี้ที่ออกแบบถูกต้อง:
- ค่าเช่าโกดัง: 80,000 บาท (ก่อน VAT) → หัก WHT 5% = 4,000 บาท
- ค่าบริการรักษาความปลอดภัย: 20,000 บาท (ก่อน VAT) → หัก WHT 3% = 600 บาท
- VAT 7% บนยอดรวม 100,000 บาท = 7,000 บาท (VAT ปัจจุบัน 7% ตาม Royal Decree No.799 มีผลถึง 30 ก.ย. 2569 — ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากร)
- รวมจ่ายสุทธิ: 107,000 - 4,000 - 600 = 102,400 บาท
- WHT นำส่ง ภ.ง.ด.53: 4,600 บาท
หากบริษัท A หักผิดพลาดโดยหัก 5% ทั้งยอด 100,000 บาท (= 5,000 บาท) แทน จะนำส่งเกิน 400 บาท ซึ่งดูเหมือนเล็กน้อย แต่เมื่อสะสมทุกเดือนตลอดปี และมีรายการเช่าพร้อมบริการหลายสัญญา ตัวเลขรวมมีนัยสำคัญ และอาจก่อให้เกิดปัญหาเมื่อผู้รับขอคืนภาษี
การวางแผนภาษีเชิงรุก: 5 แนวทางที่ SME ควรทำ
การวางแผนที่ดีไม่ได้หมายความว่า "หลบเลี่ยงภาษี" แต่คือการจัดการให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงจากการถูกประเมินย้อนหลัง
- แยกรายการในสัญญาตั้งแต่แรก — ขอให้ผู้ให้เช่าระบุค่าเช่าและค่าบริการแยกออกจากกันในสัญญาและใบแจ้งหนี้ทุกฉบับ หากผู้ให้เช่าไม่ยินยอม ให้บันทึกสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ในหนังสือแนบสัญญา
- ตรวจสอบสถานะผู้รับ — ก่อนหักภาษี ให้ยืนยันว่าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา (ใช้ ภ.ง.ด.3) หรือนิติบุคคล (ใช้ ภ.ง.ด.53) เพราะแบบนำส่งผิดถือว่าปฏิบัติไม่ถูกต้อง
- คำนวณ WHT บนยอดก่อน VAT เท่านั้น — VAT ไม่ใช่รายได้ของผู้รับ จึงไม่ใช่ฐานของ WHT ข้อผิดพลาดนี้พบบ่อยในระบบบัญชีที่ตั้งค่าไม่ถูกต้อง
- นำส่งตรงเวลาทุกเดือน — เบี้ยปรับกรณียื่นช้าคือ 1.5 เท่าของภาษีที่ต้องนำส่ง ส่วนเงินเพิ่มคือ 1.5% ต่อเดือน สำหรับ SME ที่มีสัญญาเช่าพร้อมบริการหลายรายการ ควรตั้งระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ
- ใช้ระบบ e-Withholding Tax — กรมสรรพากรส่งเสริมการหักและนำส่งผ่านระบบ e-WHT ซึ่งช่วยให้ยื่นได้ถึงวันที่ 15 (เพิ่มจาก 7 วัน) และลดความผิดพลาดด้านเอกสาร
ผลกระทบต่อ CIT ของ SME: รายจ่ายที่หัก WHT ถูกต้องนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายได้
สำหรับนิติบุคคล SME ที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบบัญชี อัตรา CIT แบบขั้นบันได (ข้อมูล ณ ปี 2569) คือ:
- กำไรสุทธิ 0 – 300,000 บาท: ยกเว้นภาษี (0%)
- กำไรสุทธิ 300,001 – 3,000,000 บาท: 15%
- กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท: 20%
ค่าเช่าและค่าบริการที่ได้รับการรับรองด้วยเอกสารครบถ้วน ได้แก่ ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และสัญญาเช่าที่ถูกต้อง ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่นำมาหักลบกำไรก่อนคำนวณ CIT ได้ตามมาตรา 65 และ 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร หากปฏิบัติ WHT ผิดพลาด สรรพากรอาจไม่ยอมรับรายจ่ายนั้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสูงขึ้นและเสียภาษีเพิ่ม ต้องการประเมินภาระ CIT ของบริษัทอย่างละเอียด ลองใช้ เครื่องคำนวณภาษีนิติบุคคล vs. บุคคลธรรมดา ของเราได้เลย
อากรแสตมป์สำหรับสัญญาเช่า: อย่าลืมรายการนี้
นอกเหนือจาก WHT แล้ว สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ยังต้องติดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์แห่งประมวลรัษฎากร (ลักษณะแห่งตราสาร ที่ 1) โดยทั่วไปในอัตราทุกๆ 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท ของค่าเช่าตลอดอายุสัญญา ต้องติดอากรแสตมป์ 1 บาท หากไม่ติดอากรแสตมป์ภายในเวลาที่กำหนด สัญญาไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ และมีเบี้ยปรับ 5 เท่าของอากรที่ต้องเสีย อย่างไรก็ตาม ส่วนที่เป็น "ค่าบริการ" ในสัญญาพร้อมบริการอาจไม่อยู่ในฐานคำนวณอากรแสตมป์ ซึ่งเป็นเหตุผลอีกข้อที่ควรแยกรายการให้ชัดเจน
เอกสารที่ต้องเตรียมให้ครบทุกเดือน
ระบบเอกสารที่ดีช่วยป้องกันปัญหาเมื่อสรรพากรเข้าตรวจสอบ สำหรับสัญญาเช่าพร้อมบริการแต่ละรายการ ควรมีเอกสารดังนี้:
- สัญญาเช่า (หรือสัญญาเช่าพร้อมบริการ) ที่ระบุมูลค่าแยกรายการ
- ใบแจ้งหนี้ (Invoice) จากผู้ให้เช่า ที่แสดง VAT แยกออกจากค่าเช่าและค่าบริการ
- ใบเสร็จรับเงิน / ใบกำกับภาษีที่ถูกต้องตามแบบ
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ออกให้ผู้รับทุกครั้งที่จ่าย)
- สำเนาแบบ ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 ที่ยื่นและชำระแล้ว
ต้องการให้ทีมผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบเอกสารและ WHT ของบริษัทคุณ ดูบริการ วางแผนภาษี ของเราได้เลย หรือหากสนใจประเมินความเสี่ยงทางภาษีเบื้องต้น ลองทำ แบบประเมินความเสี่ยงภาษีออนไลน์ ของเราได้ฟรี
ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
บทความเรื่อง การวางแผนภาษีหัก ณ ที่จ่ายกรณีเช่าพร้อมบริการ ควรนำมาเปรียบเทียบและปรับปรุงกับระบบเอกสารและการดำเนินการจริงภายในองค์กรของคุณอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้จุดเช็กลิสต์และแนวทางหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดดังนี้:
เช็กลิสต์ตรวจสอบระบบงานในบริษัท
- นำส่งแบบแสดงรายการภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านช่องทาง e-Filing ภายในเดดไลน์
- ตรวจสอบอัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายตามประเภทเงินได้ทุกครั้งก่อนสั่งจ่าย
ข้อผิดพลาดสำคัญที่ควรระวัง
- คำนวณฐานหัก ณ ที่จ่ายจากยอดรวม VAT แทนการคำนวณจากยอดก่อน VAT
- สับสนระหว่างค่าบริการ (3%) กับค่าเช่า (5%) นำส่งภาษีผิดอัตราพิกัด
แหล่งอ้างอิงและเอกสารกฎหมายที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร: การสืบค้นข้อมูลภาษีและเกณฑ์สรรพากรที่เกี่ยวข้องกับ การวางแผนภาษีหัก ณ ที่จ่ายกรณีเช่าพร้อมบริการ
- สภาวิชาชีพบัญชี: มาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพทางบัญชีของนิติบุคคล
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ การวางแผนภาษีหัก ณ ที่จ่ายกรณีเช่าพร้อมบริการ
สัญญาเช่าพร้อมบริการที่ไม่แยกมูลค่าออกจากกัน ควรหัก WHT อัตราใด?
หากสัญญาหรือใบแจ้งหนี้ไม่แยกค่าเช่า (5%) กับค่าบริการ (3%) ออกจากกัน แนวทางที่ปลอดภัยที่สุดคือขอให้ผู้ให้เช่าออกใบแจ้งหนี้แยกรายการ หรือทำหนังสือแนบสัญญาระบุสัดส่วนที่ตกลงกัน เพื่อหักในอัตราที่ถูกต้องสำหรับแต่ละส่วน หากไม่สามารถแยกได้เลย ควรปรึกษาที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจใช้อัตราใดอัตราหนึ่ง เนื่องจากการหักผิดอัตราอาจถูกประเมินย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ
ค่าเช่าพร้อมบริการที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา กับจ่ายให้นิติบุคคล ใช้แบบนำส่งต่างกันหรือไม่?
ต่างกัน หากผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดาให้ใช้แบบ ภ.ง.ด.3 หากผู้รับเงินเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้ใช้แบบ ภ.ง.ด.53 กำหนดยื่นคือวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (กระดาษ) หรือวันที่ 15 (e-Filing) การใช้แบบผิดถือว่าปฏิบัติไม่ถูกต้องและอาจมีเบี้ยปรับ
WHT คำนวณจากยอดรวม VAT หรือยอดก่อน VAT?
WHT คำนวณจากยอดก่อน VAT เท่านั้น VAT ไม่ใช่รายได้ของผู้รับจึงไม่นำมารวมในฐานการหัก เช่น ค่าเช่า 100,000 บาท บวก VAT 7,000 บาท รวม 107,000 บาท ให้หัก WHT 5% จาก 100,000 บาท = 5,000 บาท ไม่ใช่จาก 107,000 บาท