เมื่อบริษัทจ้างผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ เช่น ทนายความ แพทย์ วิศวกร สถาปนิก นักบัญชีสาธารณะ หรือศิลปิน กฎหมายสรรพากรกำหนดให้บริษัท ผู้จ่ายเงิน มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ณ เวลาจ่ายและนำส่งให้กรมสรรพากรภายในกำหนด บทความนี้อธิบายหลักเกณฑ์ อัตรา แบบฟอร์ม กำหนดเวลา และวิธีจัดทำทะเบียน เพื่อให้ SME ปฏิบัติได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น (ข้อมูล ณ ปี 2569)

วิชาชีพอิสระคืออะไร และเงินได้ประเภทใดที่ต้องหัก

ประมวลรัษฎากรมาตรา 40 จัดประเภทเงินได้ไว้หลายประเภท ค่าธรรมเนียมวิชาชีพอิสระที่กล่าวถึงในบทความนี้อยู่ภายใต้ มาตรา 40(6) ซึ่งครอบคลุม 6 วิชาชีพ ที่กฎหมายระบุไว้ชัดเจน ได้แก่

  • วิชากฎหมาย (ทนายความ ที่ปรึกษากฎหมาย)
  • การประกอบโรคศิลปะ (แพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ พยาบาล)
  • วิศวกรรม (วิศวกรโยธา ไฟฟ้า เครื่องกล ฯลฯ)
  • สถาปัตยกรรม
  • การบัญชี (ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต — CPA)
  • ประณีตศิลปกรรม (จิตรกร ประติมากร ช่างทอง ฯลฯ)

สำคัญ: หากว่าจ้างบุคคลภายนอกให้ทำงานในลักษณะพนักงานประจำ (มีอำนาจบังคับบัญชา กำหนดเวลา และสถานที่ทำงาน) รายได้นั้นอาจถูกจัดเป็น มาตรา 40(1) หรือ 40(2) แทน ซึ่งมีกฎเกณฑ์การหักแตกต่างกัน ควรพิจารณาลักษณะสัญญาจ้างให้ชัดเจนก่อนกำหนดประเภทเงินได้

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย และแบบฟอร์มที่ใช้

สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(6) ที่จ่ายให้ บุคคลธรรมดา (ไม่ว่าจะมีชื่อเรียกว่า "ค่าธรรมเนียม" "ค่าที่ปรึกษา" หรือ "ค่าบริการวิชาชีพ") อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ใช้โดยทั่วไปคือ 3% ของเงินที่จ่าย และนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.3

หากผู้รับเงินเป็น นิติบุคคล (เช่น บริษัทกฎหมาย บริษัทวิศวกรรมที่จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด) ให้ใช้แบบ ภ.ง.ด.53 แทน อัตราและฐานคำนวณยังคงเป็น 3% เช่นกัน เว้นแต่จะมีประกาศหรือคำสั่งกรมสรรพากรกำหนดไว้เป็นพิเศษ

สรุปอัตราและแบบฟอร์ม

  • ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา: หัก 3% นำส่งด้วย ภ.ง.ด.3
  • ผู้รับเป็นนิติบุคคล: หัก 3% นำส่งด้วย ภ.ง.ด.53
  • ฐานคำนวณ: ยอดเงินก่อน VAT (ถ้ามี)
  • ผู้รับเงิน: ได้รับเงินสุทธิ = ยอดรวม หัก 3%

กำหนดเวลานำส่งและช่องทางยื่นแบบ

ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่นำส่งภาษีที่หักไว้ให้กรมสรรพากร ภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือน ของเดือนที่จ่ายเงิน กล่าวคือ หากจ่ายค่าธรรมเนียมในเดือนมกราคม ต้องนำส่งภายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์

สำหรับการยื่นแบบผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร (rd.go.th) ได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน รวมเป็นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับบริษัทที่มีรายการจ่ายจำนวนมากและต้องการเวลาเพิ่มในการจัดทำข้อมูล

นอกจากการยื่นรายเดือนแล้ว ยังมีแบบสรุปประจำปีที่ต้องยื่นเพิ่ม ได้แก่ ภ.ง.ด.3ก (สรุปรายชื่อผู้รับเงินที่เป็นบุคคลธรรมดาทั้งปี) และ ภ.ง.ด.53ก (สำหรับนิติบุคคล) โดยต้องยื่นภายในเดือนมกราคมของปีถัดไป ไม่มีการขยายเวลาสำหรับ e-Filing สำหรับแบบ ก

วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายทีละขั้นตอน

ตัวอย่างที่ 1: บริษัท ABC จำกัด ว่าจ้างทนายความบุคคลธรรมดาให้ร่างสัญญา ตกลงค่าธรรมเนียม 50,000 บาท (ไม่รวม VAT)

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = 50,000 x 3% = 1,500 บาท
  • เงินที่ทนายความได้รับจริง = 50,000 - 1,500 = 48,500 บาท
  • บริษัทนำส่ง 1,500 บาท ผ่านแบบ ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไป

ตัวอย่างที่ 2: หากทนายความเป็น VAT ผู้ประกอบการจดทะเบียน ค่าธรรมเนียม 50,000 บาท + VAT 7% = 53,500 บาท รวม

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = 50,000 x 3% = 1,500 บาท (คำนวณจากฐาน ก่อน VAT)
  • เงินที่ทนายความได้รับจริง = 53,500 - 1,500 = 52,000 บาท

VAT 3,500 บาท เป็นส่วนที่ผู้รับเงินต้องนำส่งกรมสรรพากรแยกต่างหากในนามของตนเอง ไม่นำมารวมเป็นฐานคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย

การออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)

ทุกครั้งที่หักภาษี ณ ที่จ่าย บริษัทต้องออก หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "ใบ 50 ทวิ" ให้แก่ผู้รับเงิน เอกสารนี้คือหลักฐานสำคัญที่ผู้รับเงินจะนำไปใช้

  • ยื่นแบบภาษีเงินได้ส่วนบุคคล (ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91) ประจำปีเพื่อขอเครดิตภาษีที่ถูกหักไว้
  • พิสูจน์รายได้กับสถาบันการเงิน
  • เป็นหลักฐานว่าภาษีถูกนำส่งแล้วหากถูกตรวจสอบ

ใบ 50 ทวิ ต้องระบุข้อมูล ได้แก่ ชื่อและที่อยู่ผู้จ่าย เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้จ่าย ชื่อและที่อยู่ผู้รับ เลขบัตรประชาชน/เลขนิติบุคคลของผู้รับ ประเภทเงินได้ (มาตรา 40(6)) วันที่จ่าย จำนวนเงินที่จ่าย อัตราและจำนวนภาษีที่หัก และลายเซ็นผู้มีอำนาจของบริษัท ต้องออกเอกสาร 2 ฉบับ ให้แก่ผู้รับเงินเป็นฉบับจริงอย่างน้อย 1 ฉบับ บริษัทเก็บสำเนา 1 ฉบับ

การจัดทำทะเบียนและบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง

บริษัทควรจัดทำทะเบียนรายการหักภาษี ณ ที่จ่ายแยกไว้เป็นระบบ ซึ่งช่วยให้การยื่นแบบรายเดือนและแบบสรุปประจำปีสะดวกและแม่นยำยิ่งขึ้น ข้อมูลที่ควรบันทึกสำหรับแต่ละรายการ ได้แก่

  • วันที่จ่ายเงิน
  • ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้รับ
  • ประเภทเงินได้ตามมาตรา 40
  • จำนวนเงินที่จ่าย (ก่อน VAT)
  • อัตราและจำนวนภาษีที่หัก
  • เลขที่ใบ 50 ทวิ

ในด้านบัญชี เมื่อบันทึกรายการจ่ายค่าธรรมเนียมวิชาชีพ ให้ เดบิต ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ (ค่าใช้จ่าย) และ เครดิต เจ้าหนี้/เงินสด และ เครดิต ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่ง (หนี้สินหมุนเวียน) ส่วนต่างที่จ่ายให้ผู้รับคือยอดสุทธิหลังหัก 3% เมื่อนำส่งกรมสรรพากรแล้ว ให้ตัดบัญชีภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างนำส่งออก

บทบาทของ VAT กับค่าธรรมเนียมวิชาชีพ

ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระที่มีรายได้จากการให้บริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปี มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และเรียกเก็บ VAT เพิ่มจากผู้ว่าจ้าง ปัจจุบัน VAT อยู่ที่ 7% (ปรับลดจากอัตราตามกฎหมาย 10% โดยพระราชกฤษฎีกา) ทั้งนี้อัตรา 7% มีการต่ออายุเป็นรายปี ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากร

สำหรับบริษัทผู้ว่าจ้าง ใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ประกอบวิชาชีพที่จด VAT สามารถนำมาเป็นภาษีซื้อ (Input Tax) เพื่อหักออกจากภาษีขาย (Output Tax) ของบริษัทได้ในแต่ละเดือน

ความเสี่ยงและข้อควรระวังที่พบบ่อยในทางปฏิบัติ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและผลกระทบ

  • ไม่หักภาษีเลยหรือหักผิดอัตรา: บริษัทต้องรับผิดชำระภาษีที่ขาดแทนผู้รับเงิน พร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) นับแต่วันพ้นกำหนดชำระ และอาจถูกเบี้ยปรับเพิ่มเติม
  • ยื่นแบบเกินกำหนด: มีเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องนำส่ง
  • ไม่ออกใบ 50 ทวิ: ผู้รับเงินไม่มีหลักฐานนำไปใช้ลดหย่อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดข้อพิพาทในภายหลัง
  • จัดประเภทเงินได้ผิด: เช่น หักในอัตราของมาตรา 40(2) แทนมาตรา 40(6) ซึ่งอาจทำให้หักน้อยเกินหรือมากเกินไป
  • คำนวณฐานภาษีรวม VAT: ฐานคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องเป็นยอด ก่อน VAT เท่านั้น การรวม VAT เข้าฐานทำให้หักสูงเกินไปและผิดพลาด

กรณีพิเศษที่ควรรู้

การจ่ายผ่านช่องทางออนไลน์และแพลตฟอร์ม: หากบริษัทจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านระบบโอนเงินหรือ e-Wallet ก็ยังคงต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ช่องทางการจ่ายไม่มีผลต่อภาระภาษี

การจ่ายให้ผู้ประกอบวิชาชีพต่างชาติที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในไทย: อาจมีกฎเกณฑ์แตกต่างออกไป รวมถึงอาจต้องหักในอัตราสูงกว่า และอาจมีอนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Tax Agreement) ที่ใช้ลดอัตราได้ กรณีนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนจ่าย

การใช้ e-Withholding Tax: ผู้จ่ายที่ใช้ระบบ e-Withholding Tax ของกรมสรรพากร อาจได้รับสิทธิอัตราหักลดพิเศษสำหรับบางประเภทเงินได้ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรว่าค่าธรรมเนียมวิชาชีพ 40(6) อยู่ภายใต้สิทธิดังกล่าวหรือไม่ ณ ปีที่ยื่น

หากต้องการประเมินความเสี่ยงทางภาษีของบริษัทในภาพรวม สามารถใช้ เครื่องมือประเมินความเสี่ยงภาษีฟรี ของ A Plus Me เพื่อตรวจสอบจุดที่อาจมีช่องโหว่

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง การหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าธรรมเนียมวิชาชีพอิสระ ควรนำมาเปรียบเทียบและปรับปรุงกับระบบเอกสารและการดำเนินการจริงภายในองค์กรของคุณอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้จุดเช็กลิสต์และแนวทางหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดดังนี้:

เช็กลิสต์ตรวจสอบระบบงานในบริษัท

  • ออกใบกำกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) พร้อมลงลายเซ็นรับรองทันที
  • รวบรวมข้อมูลและเตรียมจัดส่งแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ประจำเดือน

ข้อผิดพลาดสำคัญที่ควรระวัง

  • ละเลยการหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อทำรายการโอนชำระเงินส่วนต่างให้กรรมการ
  • ทำเอกสารใบ 50 ทวิ สูญหายส่งผลให้คู่ค้าไม่สามารถนำไปลดหย่อนได้

แหล่งอ้างอิงและเอกสารกฎหมายที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ การหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าธรรมเนียมวิชาชีพอิสระ

หากหักภาษี ณ ที่จ่ายคลาดเคลื่อน ต้องยื่นแก้ไขอย่างไร?

ให้จัดทำและยื่นแบบยื่นเพิ่มเติม (เช่น ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 เพิ่มเติม) นำส่งภาษีที่ขาดพร้อมชำระเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน

การยื่น ภ.ง.ด.3ก แตกต่างจากการยื่นประจำเดือนอย่างไร?

เป็นการยื่นแบบสรุปรายชื่อผู้รับเงินและยอดจ่ายสะสมทั้งหมดในรอบปีภาษี ยื่นภายในมกราคมหรือกุมภาพันธ์ของปีถัดไป