ในโลกยุคดิจิทัล ธุรกิจ SME ไทยจำนวนมากเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้บริการและซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินซื้อโฆษณา Google Ads, Facebook Ads, TikTok Ads หรือการจ่ายค่าบริการรายเดือน (Subscription) สำหรับซอฟต์แวร์อย่าง Zoom, AWS, Microsoft 365, Canva หรือกระทั่งการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งสิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจมักหลงลืมคือ ภาษีนำส่งสรรพากรข้ามแดน ซึ่งประกอบด้วย ภ.พ.36 และ ภ.ง.ด.54

1. ภ.พ.36: ภาษีมูลค่าเพิ่มนำส่งแทนต่างประเทศ

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 83/6 กำหนดให้ผู้จ่ายเงินค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการต่างประเทศที่ "เข้ามาให้บริการในประเทศไทย และได้ใช้บริการนั้นในประเทศไทย" มีหน้าที่ต้องหักและนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% แทนผู้ประกอบการต่างประเทศนั้น

  • ทำไมต้องมีหน้าที่นี้? เพราะบริษัทต่างประเทศเหล่านั้นไม่มีตัวตนหรือสาขาจดทะเบียนในไทย สรรพากรจึงไม่สามารถไปไล่เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากเขาได้โดยตรง จึงโยนหน้าที่การนำส่งภาษีตัวนี้มาให้ "ผู้ซื้อในไทย" แทน
  • กำหนดยื่น: ยื่นภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 สำหรับยื่น e-Filing ออนไลน์) นับจากเดือนที่จ่ายเงินออกไป
  • สิทธิภาษีซื้อ: ข่าวดีคือ ใบเสร็จรับเงินกรมสรรพากร (แบบ ภ.พ.36) ที่คุณยื่นจ่ายไปนั้น สามารถนำมาใช้เป็น "ภาษีซื้อ" ในการยื่นแบบ ภ.พ.30 ของเดือนถัดไปเพื่อหักกลบภาษีขายของบริษัทคุณได้ 100% เสมือนไม่ได้เสียเงินเปล่า

2. ภ.ง.ด.54: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายต่างประเทศ

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 70 กำหนดให้นิติบุคคลไทยที่จ่ายเงินได้พึงประเมินบางประเภท เช่น ค่าลิขสิทธิ์ (Royalty), ดอกเบี้ย, เงินปันผล หรือค่าบริการวิชาชีพ ให้กับนิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในไทย มีหน้าที่ต้อง หักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% (หรือ 10% สำหรับเงินปันผล) และนำส่งสรรพากร

  • การพิจารณาสัญญาภาษีซ้อน (DTA): ประเทศไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับหลายประเทศ ซึ่งอาจจะขัดหรือลดหย่อนอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายตัวนี้ลง เช่น ยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับ "กำไรจากธุรกิจ" หรือลดหย่อนค่าสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เจ้าของกิจการจึงต้องส่งสัญญานี้ให้นักบัญชีตรวจสอบก่อนเสมอ
  • กำหนดยื่น: เช่นเดียวกับ ภ.พ.36 คือภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 สำหรับออนไลน์ e-Filing)

3. เช็กลิสต์ความแตกต่างและการเลือกยื่นแบบ

ตัวอย่างรายการจ่ายต่างประเทศ ต้องยื่น ภ.พ.36 (VAT 7%) ต้องยื่น ภ.ง.ด.54 (WHT 15%)
ยิงโฆษณา Facebook / Google Ads ต้องยื่น (ถือเป็นบริการที่ใช้ในไทย) ไม่ต้องยื่น (ถือเป็นกำไรจากธุรกิจ ได้รับยกเว้นตาม DTA)
เช่าโฮสติ้งเซิร์ฟเวอร์ AWS / Cloud Storage ต้องยื่น (ถือเป็นบริการที่ใช้ในไทย) ไม่ต้องยื่น (ยกเว้นเข้าเงื่อนไขค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เฉพาะ)
ค่าซื้อสิทธิประโยชน์/สิทธิการใช้ซอฟต์แวร์ (Royalty / Software License) ต้องยื่น ต้องยื่น (ถือเป็นค่าสิทธิ/ลิขสิทธิ์ หัก 15% เว้นแต่ DTA จะกำหนดไว้ต่ำกว่า)
ค่าจ้างฟรีแลนซ์/ที่ปรึกษาต่างประเทศออกแบบเว็บ (ใช้ผลงานในไทย) ต้องยื่น ไม่ต้องยื่น (เว้นแต่จะเป็นงานวิชาชีพอิสระที่เข้าเกณฑ์หักภาษี)

4. ความเสี่ยงหากไม่ได้ยื่นแบบย้อนหลัง

ผู้ประกอบการ SME หลายรายมักเข้าใจผิดว่า ยอดตัดบัตรเครดิตค่าโฆษณาต่างประเทศหรือค่าคลาวด์สามารถนำไปลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ทันทีโดยไม่ต้องยื่นภาษี ซึ่งสรรพากรตรวจพบจุดนี้ได้ง่ายมากจากการดู Statement ธนาคาร และการตรวจสอบใบเสร็จโฆษณาต่างประเทศที่นำมาหักค่าใช้จ่ายในงบปลายปี หากตรวจพบสรรพากรจะทำการประเมินภาษีขยับย้อนหลัง พร้อมเรียกเก็บเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของยอดภาษีที่ค้างจ่าย

สรุป

เมื่อมีการโอนเงินหรือตัดบัตรจ่ายค่าบริการต่างประเทศ เจ้าของธุรกิจต้องแจ้งฝ่ายบัญชีของตนเองทันทีเพื่อไม่ให้หลุดเดดไลน์การยื่นแบบ ภ.พ.36 และ ภ.ง.ด.54 แม้เรื่องนี้จะดูเป็นงานจุกจิกแต่การจัดการให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยเลี่ยงค่าปรับสะสมปลายปี และช่วยให้คุณดึง "ภาษีซื้อ" ออกมาเคลมได้อย่างถูกต้องตามระบบภาษีของประเทศไทย

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง วิธียื่นแบบ ภ.ง.ด.54 และ ภ.พ.36 เมื่อจ่ายเงินค่าบริการไปต่างประเทศ ควรใช้ตรวจทั้งจุดเกิดภาษี เอกสารขาย เอกสารซื้อ และรายงาน ภ.พ.30 เพราะข้อผิดพลาด VAT มักกระทบหลายเดือนต่อเนื่องและแก้ยากเมื่อปิดรอบภาษีไปแล้ว

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • ตรวจว่าธุรกิจอยู่ในกิจการที่ต้องจด VAT หรือเป็นกิจการยกเว้น VAT
  • แยกใบกำกับภาษีขาย ใบกำกับภาษีซื้อ ใบเสร็จ และหลักฐานรับชำระเงินให้ตรงรอบเดือน
  • กระทบยอดรายงานภาษีซื้อ-ขายกับ ภ.พ.30 รายได้ และรายการเดินบัญชีธนาคารก่อนยื่นแบบ

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • เคลมภาษีซื้อจากเอกสารที่ข้อมูลไม่ครบหรือไม่เกี่ยวกับกิจการโดยตรง
  • ออกใบกำกับภาษีผิดเดือนหรือไม่สัมพันธ์กับวันที่รับเงิน ส่งมอบสินค้า หรือให้บริการ
  • ปล่อยให้รายได้เกินเกณฑ์จด VAT โดยไม่มีแผนจดทะเบียนและปรับระบบเอกสาร

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

วิธียื่นแบบ ภ.ง.ด.54 และ ภ.พ.36 เมื่อจ่ายเงินค่าบริการไปต่างประเทศ ต้องดูเรื่อง VAT จุดไหนก่อน?

ให้ดูว่ารายการนั้นเป็นรายได้ที่ต้องเสีย VAT หรือได้รับยกเว้น จากนั้นตรวจจุดเกิดภาษี วันที่ออกเอกสาร และยอดที่นำไปยื่น ภ.พ.30 เพื่อให้เรื่อง วิธียื่นแบบ ภ.ง.ด.54 และ ภ.พ.36 เมื่อจ่ายเงินค่าบริการไปต่างประเทศ ไม่ทำให้ยอดภาษีขายหรือภาษีซื้อคลาดเคลื่อน

เอกสารที่ควรเก็บสำหรับ วิธียื่นแบบ ภ.ง.ด.54 และ ภ.พ.36 เมื่อจ่ายเงินค่าบริการไปต่างประเทศ มีอะไรบ้าง?

ควรเก็บใบกำกับภาษีเต็มรูป ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ สัญญาหรือใบสั่งซื้อ หลักฐานรับชำระเงิน และรายงานภาษีซื้อ-ขายที่ผูกกับรายการนั้น เพื่อให้ตรวจย้อนหลังได้ทั้งทางบัญชีและภาษี

ถ้าพบว่า VAT ในเรื่อง วิธียื่นแบบ ภ.ง.ด.54 และ ภ.พ.36 เมื่อจ่ายเงินค่าบริการไปต่างประเทศ ยื่นผิดไปแล้วควรทำอย่างไร?

ให้แยกรอบเดือนที่ผิด ตรวจผลต่างภาษีขายและภาษีซื้อ แล้วปรึกษาผู้ทำบัญชีเพื่อพิจารณายื่นแบบเพิ่มเติมหรือยื่นปรับปรุง พร้อมจัดเก็บเอกสารอธิบายเหตุผลของการแก้ไขไว้ในแฟ้มภาษี