เจ้าของธุรกิจ SME หลายคนเมื่อจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดแล้ว มักปล่อยให้บริษัทมียอดกำไรสะสมสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีการตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง และใช้วิธีกู้ยืมเงินบริษัทไปใช้จ่ายส่วนตัว หรือรอปันผลสิ้นปี ซึ่งวิธีเหล่านี้นอกจากจะมีภาระดอกเบี้ยกู้ยืมและภาษีเงินปันผล 10% แล้ว ยังเป็นการเสียโอกาสลดหย่อนภาษีอย่างมหาศาล เพราะ **"เงินเดือนกรรมการ"** ถือเป็น **ค่าใช้จ่ายทางภาษี** ของบริษัทที่นำมาหักลดกำไรสุทธิก่อนคิดภาษีนิติบุคคลได้ 100% คำถามคือ *ควรตั้งเงินเดือนกรรมการเท่าไหร่ดีจึงจะประหยัดภาษีโดยรวมได้สูงสุด?*

1. ทำไมเงินเดือนกรรมการถึงประหยัดภาษีได้มากกว่าเงินปันผล?

เปรียบเทียบวิธีการโอนกำไรของบริษัทมาให้ตัวเจ้าของหรือกรรมการ 2 รูปแบบหลัก:

กรณีที่ 1: รับเงินปันผลตอนสิ้นปี (Dividend Flow)

เมื่อบริษัทมีกำไร 100,000 บาท บริษัทต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลก่อน (อัตรา SME 15% - 20%) สมมติเสียภาษี 15,000 บาท เหลือเงิน 85,000 บาท เมื่อทำการจ่ายเงินปันผลออกไป เจ้าของต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) อีก **10%** (คิดเป็น 8,500 บาท) ทำให้ได้รับเงินสุทธิจริงเพียง 76,500 บาท และยอดเงินปันผลนี้ **ไม่สามารถนำไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท** เพื่อลดภาษีนิติบุคคลได้

กรณีที่ 2: ตั้งเป็นเงินเดือนกรรมการ (Salary Expense Flow)

ยอดเงินเดือนของกรรมการจะถูกนำมาหักออกจากกำไรสุทธิของบริษัททันทีในฐานะ **"รายจ่ายค่าใช้จ่ายพนักงาน"** ทำให้ฐานกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีนิติบุคคลของบริษัทลดลงอย่างถูกกฎหมาย แม้กรรมการจะต้องนำเงินเดือนนี้ไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) แต่หากมีการวางแผนตั้งวงเงินเดือนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ภาระภาษีรวม (นิติบุคคล + บุคคลธรรมดา) จะต่ำลงกว่ารูปแบบการจ่ายปันผลอย่างเห็นได้ชัด

2. การหา "จุดคุ้มค่าทางภาษี" (Sweet Spot) ของเงินเดือนกรรมการ

หลักการวางแผนภาษีคือ การเกลี่ยกระจายฐานเงินได้ของบริษัท (ที่ปกติเสียภาษีนิติบุคคล SME ที่เรต 15% หรือ 20%) มาเป็นฐานเงินได้บุคคลธรรมดา (ที่ได้สิทธิลดหย่อนส่วนตัว และเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าที่ต่ำกว่า) ดังตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้:

เงินเดือน/เดือน รายได้บุคคลธรรมดาทั้งปี ภาษีบุคคลธรรมดาโดยประมาณ (หักลดหย่อนพื้นฐาน)* ภาษีสะสมสะท้อนกำไรบริษัทที่ลดลง (ลดหย่อนนิติบุคคลเรต 15%)
10,000 - 25,000 บาท 120,000 - 300,000 บาท 0 บาท (ยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดา) ช่วยลดภาษีนิติบุคคลได้ประมาณ **18,000 - 45,000 บาท/ปี**
30,000 - 45,000 บาท 360,000 - 540,000 บาท 3,500 - 16,500 บาท/ปี (ฐานภาษีเฉลี่ย ~3%) ช่วยลดภาษีนิติบุคคลได้ประมาณ **54,000 - 81,000 บาท/ปี**
50,000 - 80,000 บาท 600,000 - 960,000 บาท 23,000 - 82,500 บาท/ปี (ฐานภาษีเฉลี่ย ~8%) ช่วยลดภาษีนิติบุคคลได้ประมาณ **90,000 - 144,000 บาท/ปี**

*หมายเหตุ: คำนวณเบื้องต้นโดยหักค่าใช้จ่ายส่วนตัว 100,000 บาท ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และประกันสังคม 9,000 บาท (ยังไม่รวมค่าลดหย่อนอื่น ๆ เช่น ประกันชีวิต กองทุน หรือบุตร)

ข้อสรุปทางตัวเลข (Sweet Spot):

  • หากกำไรบริษัทต่อปีไม่สูงมาก (ต่ำกว่า 1 ล้านบาท): เงินเดือนกรรมการที่คุ้มค่าที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ **20,000 - 30,000 บาทต่อเดือน** เนื่องจากตัวกรรมการเกือบไม่ต้องเสียภาษีบุคคลธรรมดาเลย แต่บริษัทประหยัดภาษีนิติบุคคลไปได้มาก
  • หากบริษัทมีฐานกำไรสูง (เกิน 3 ล้านบาทขึ้นไป): จุดคุ้มค่าจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ **50,000 - 70,000 บาทต่อเดือน** เพราะในระดับนี้ ภาษีบุคคลธรรมดาของกรรมการจะเสียอยู่ที่เรต 15% ซึ่งยังคงต่ำกว่าหรือเท่ากับอัตราภาษีนิติบุคคลของบริษัท (ซึ่งอยู่ที่ 15% - 20%) แต่ช่วยลดฐานกำไรนิติบุคคลของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ

3. 4 หลักเกณฑ์สำคัญทางกฎหมายและภาษีที่สรรพากรเข้มงวด

การตั้งเงินเดือนกรรมการเพื่อลดหย่อนภาษี ต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกประเมินบวกกลับเป็นรายจ่ายต้องห้าม:

1. ต้องไม่มีลักษณะเป็นรายจ่ายฝ่ายทุนหรือรายจ่ายส่วนตัว

การตั้งเงินเดือนต้องมีการระบุหน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการอย่างชัดเจนในบทบาทผู้บริหารหรือผู้ปฏิบัติงาน มีมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติเรตเงินเดือน และกรรมการคนนั้นต้องปฏิบัติงานจริงให้แก่บริษัท

2. ห้ามคิดคำนวณจากยอดกำไรสุทธิ

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (13) ระบุห้ามไม่ให้นำรายจ่ายที่กำหนดจ่ายจากผลกำไรที่ได้เมื่อสิ้นสุดรอบบัญชีมาหักเป็นรายจ่ายของบริษัท ดังนั้น เงินเดือนกรรมการต้องเป็นจำนวนคงที่ที่แน่นอนในแต่ละเดือน ไม่ขึ้นตรงหรือผันแปรตามสัดส่วนกำไรของกิจการ

3. มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) ทุกเดือน

บริษัทมีหน้าที่ต้องจัดทำแบบคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของพนักงานและกรรมการ นำส่งกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์) แม้คำนวณแล้วฐานภาษีบุคคลธรรมดาของกรรมการจะเป็น 0 บาท ก็ยังคงต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 เพื่อเป็นหลักฐานทางรายจ่ายที่ถูกต้อง

4. นำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม

กรรมการที่มีสถานะเป็นพนักงานหรือทำงานประจำให้บริษัท มีสิทธิและหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 โดยบริษัทต้องหักเงินสมทบ 5% (สูงสุดไม่เกิน 750 บาท/เดือน) และบริษัทสมทบอีก 5% เพื่อยื่นส่งสำนักงานประกันสังคมทุกเดือน

ปรึกษาการคำนวณเงินเดือนกรรมการและวางแผนภาษีกับ A Plus Me

การวิเคราะห์หาจุดคุ้มค่า (Sweet Spot) ของเงินเดือนกรรมการที่เหมาะสมกับโครงสร้างรายได้เฉพาะตัวบุคคล และสิทธิลดหย่อนต่าง ๆ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง บริการ **ที่ปรึกษาวางแผนภาษี** ของ **A Plus Me** ช่วยดูแลคุณได้ทุกขั้นตอน:

  • คำนวณหาจุดคุ้มค่าทางภาษีเชิงลึก: เราช่วยวิเคราะห์แบบจำลองภาษีเปรียบเทียบ เพื่อระบุยอดเงินเดือนและโบนัสกรรมการที่จะเสียภาษีรวมต่ำที่สุดตามเงื่อนไขลดหย่อนส่วนบุคคลของคุณ
  • จัดเตรียมเอกสารและมติอนุมัติทางกฎหมาย: จัดทำเอกสารมติที่ประชุมคณะกรรมการและรายงานการประชุมสำหรับอนุมัติค่าตอบแทนกรรมการให้ถูกต้องรัดกุม 100%
  • ดูแลงานนำส่งภาษีรายเดือนแบบไร้รอยต่อ: ทำการคำนวณ นำส่งแบบ ภ.ง.ด.1 ยื่นประกันสังคม พร้อมประสานงานทำจ่ายเงินเดือนผ่านระบบ Payroll อย่างเป็นระบบมีหลักฐานครบถ้วน

อ่านต่อในชุดบทความวางแผนภาษีและบัญชี

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ตั้งเงินเดือนกรรมการบริษัทเท่าไหร่ดี? วิธีคิดเงินเดือนเพื่อประหยัดภาษีสูงสุด ควรตรวจพร้อมข้อมูลพนักงาน สัญญาจ้าง เวลาเข้างาน และรอบจ่ายเงินจริง เพราะงานเงินเดือนเกี่ยวข้องทั้งภาษีแรงงาน ประกันสังคม และเอกสารค่าใช้จ่ายบริษัท

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • ตรวจทะเบียนพนักงาน สัญญาจ้าง วันเริ่มงาน วันลาออก และฐานเงินเดือนล่าสุด
  • กระทบยอดเงินเดือน สวัสดิการ โอที และรายการหักกับสลิปเงินเดือนและรายการโอนธนาคาร
  • นำส่งประกันสังคมและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายให้ตรงรอบ พร้อมเก็บหลักฐานการยื่นทุกเดือน

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • จ่ายเงินสดหรือสวัสดิการโดยไม่มีหลักฐานอนุมัติและหลักฐานรับเงิน
  • คำนวณประกันสังคมหรือภาษีเงินเดือนจากฐานข้อมูลพนักงานที่ไม่อัปเดต
  • แยกเงินเดือนกรรมการ พนักงาน และผู้รับจ้างอิสระไม่ชัดเจนจนใช้อัตราภาษีผิด

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตั้งเงินเดือนกรรมการบริษัทเท่าไหร่ดี? วิธีคิดเงินเดือนเพื่อประหยัดภาษีสูงสุด เกี่ยวกับภาษีและประกันสังคมอย่างไร?

เรื่อง ตั้งเงินเดือนกรรมการบริษัทเท่าไหร่ดี? วิธีคิดเงินเดือนเพื่อประหยัดภาษีสูงสุด มักกระทบทั้งค่าใช้จ่ายเงินเดือน ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และเงินสมทบประกันสังคม จึงควรตรวจฐานเงินเดือนและรอบจ่ายเงินจริงก่อนบันทึกบัญชีหรือยื่นแบบ

เอกสารที่ควรมีสำหรับ ตั้งเงินเดือนกรรมการบริษัทเท่าไหร่ดี? วิธีคิดเงินเดือนเพื่อประหยัดภาษีสูงสุด คืออะไร?

ควรมีสัญญาจ้างหรือคำสั่งแต่งตั้ง สลิปเงินเดือน รายงานเวลาเข้างาน หลักฐานโอนเงิน แบบประกันสังคม และแบบภาษีเงินเดือน เพื่อให้ตรวจย้อนกลับได้ครบทั้งฝั่งแรงงานและภาษี

ถ้าคำนวณ ตั้งเงินเดือนกรรมการบริษัทเท่าไหร่ดี? วิธีคิดเงินเดือนเพื่อประหยัดภาษีสูงสุด ผิดควรเริ่มแก้จากตรงไหน?

ให้เริ่มจากเดือนที่ผิด ตรวจยอดจ่ายจริงกับยอดที่นำส่งประกันสังคมและภาษี จากนั้นให้ผู้ทำบัญชีประเมินว่าต้องยื่นปรับปรุงแบบหรือออกเอกสารเงินเดือนใหม่ให้พนักงานหรือไม่