หากบริษัทของคุณพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล IoT หรือระบบ AI ในไทย สิทธิยกเว้นภาษีนิติบุคคลสูงสุด 8 ปีจาก BOI อาจเป็นสิ่งที่คุณยังไม่รู้ว่ามีอยู่
ที่มาของคำว่า "BOI ประเภท 7.2" และควรเข้าใจอย่างไร
คำว่า "BOI ประเภท 7.2" ที่หลายคนค้นหากันนั้น มาจากบัญชีประเภทกิจการที่ BOI ใช้ในช่วงก่อนปี 2558 ซึ่งจัดกลุ่มกิจการเทคโนโลยีไว้ภายใต้หมวด 7 (กิจการบริการและสาธารณูปโภค) โดยประเภท 7.2 ครอบคลุมกิจการที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ซอฟต์แวร์และบริการดิจิทัล หลังจากที่ BOI ปรับปรุงนโยบายส่งเสริมการลงทุนและจัดหมวดหมู่กิจการใหม่ กิจการเหล่านี้ถูกจัดอยู่ภายใต้ หมวดกิจการดิจิทัล (Digital Industry) ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ กิจการประเภท 8.1
ดังนั้น เมื่อ SME เทคโนโลยีไทยพูดถึง "BOI ประเภท 7.2" ในบริบทปัจจุบัน ส่วนใหญ่หมายถึงกลุ่มกิจการดิจิทัลที่ได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีจาก BOI ไม่ใช่ประเภท 7.2 ตามบัญชีปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม บทความนี้จะอธิบายทั้งสองกรณีเพื่อให้คุณค้นหาสิทธิที่ถูกต้องได้
กิจการดิจิทัลที่ BOI ส่งเสริมในปัจจุบัน: ประเภท 8.1
ณ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ ปี 2569) BOI ส่งเสริมกิจการเทคโนโลยีดิจิทัลภายใต้ กิจการประเภท 8.1 "กิจการดิจิทัล" ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่
- 8.1.1 การพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล หรือคอนเทนต์ดิจิทัล (Development) — ได้รับสิทธิประโยชน์เต็มรูปแบบ
- 8.1.2 การปรับปรุงซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล หรือคอนเทนต์ดิจิทัล (Improvement) — ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ไม่รวมการยกเว้น CIT
กิจกรรมที่เข้าข่ายส่งเสริมในกลุ่ม 8.1.1 ได้แก่ การพัฒนา SaaS แอปพลิเคชันมือถือ ระบบ IoT (Internet of Things) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เกมดิจิทัล แพลตฟอร์ม Cloud และระบบเชื่อมต่อดิจิทัลอื่น ๆ ที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทยโดยทีมงานของบริษัท
กิจการที่ ไม่เข้าข่าย ได้แก่ การพัฒนาเว็บไซต์ทั่วไป งานออกแบบกราฟิก การวิเคราะห์ข้อมูลโดยไม่มีการพัฒนาเครื่องมือของตนเอง การให้คำปรึกษาด้าน IT การขายปลีก/ส่งออนไลน์โดยไม่มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ และซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ภายในองค์กรเท่านั้น
สิทธิยกเว้นภาษีนิติบุคคลสูงสุด 8 ปี: ได้อะไรบ้างจริง ๆ
กิจการดิจิทัลประเภท 8.1.1 จัดอยู่ใน กลุ่ม A2 ของ BOI ซึ่งให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีดังนี้
- ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) สูงสุด 8 ปี นับตั้งแต่ปีแรกที่บริษัทมีรายได้จากกิจการที่ได้รับส่งเสริม
- วงเงินยกเว้นสูงสุด 100% ของค่าใช้จ่ายพนักงาน IT ชาวไทยที่จ้างใหม่ บวกกับ 200% ของค่าฝึกอบรมและค่าใช้จ่ายรับรองมาตรฐานคุณภาพซอฟต์แวร์ (เช่น CMMI, ISO 29110) ต่อปี
- ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในกิจการที่ได้รับส่งเสริม (เฉพาะสินค้าใหม่เท่านั้น ไม่รับสินค้ามือสอง)
- ได้รับอนุญาตให้ถือหุ้น 100% โดยชาวต่างชาติ (ไม่ต้องมีผู้ถือหุ้นไทยขั้นต่ำ)
- สิทธิการจ้างช่างฝีมือและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติโดยไม่ต้องปฏิบัติตามอัตราส่วน 4:1 (คนไทย 4 คนต่อต่างชาติ 1 คน) และได้รับ Work Permit/Visa แบบเร่งด่วนผ่าน One Stop Service
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ สิทธิยกเว้น CIT 8 ปีไม่ใช่การยกเว้นกำไรทั้งหมด แต่ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายที่มีสิทธิ์ (Qualifying Expenses) ที่บริษัทลงทุนจริงในแต่ละปีตามเงื่อนไขที่ BOI กำหนด บริษัทที่มีรายได้สูงแต่จ้างพนักงาน IT น้อยอาจได้วงเงินยกเว้นน้อยกว่าที่คาดไว้ ควรวางแผนโครงสร้างค่าใช้จ่ายให้ดีก่อนยื่นขอ หากต้องการคำแนะนำ ทีมวางแผนภาษีของเราพร้อมช่วยประเมินสถานการณ์ของบริษัทคุณ
เกณฑ์คุณสมบัติที่ SME ดิจิทัลต้องผ่าน
ก่อนยื่นขอส่งเสริม BOI บริษัทควรตรวจสอบว่าตนเองผ่านเกณฑ์ต่อไปนี้ครบถ้วน
1. ค่าใช้จ่ายพนักงาน IT ไทยขั้นต่ำ 1.5 ล้านบาทต่อปี
บริษัทต้องมีค่าใช้จ่ายเงินเดือน/ค่าตอบแทนรวมสำหรับ พนักงาน IT ชาวไทยที่จ้างใหม่หลังยื่นขอ BOI ไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาทต่อปี ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงต้องมีทีม IT ชาวไทยอย่างน้อย 2-3 คนที่ได้รับเงินเดือนในระดับตลาด ตำแหน่งที่นับได้ เช่น Software Developer, Data Engineer, AI/ML Engineer, DevOps Engineer และตำแหน่งเทคนิคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาซอฟต์แวร์
2. การพัฒนาต้องเกิดขึ้นในประเทศไทยจริง
กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโค้ด ทดสอบระบบ และการ Deploy ต้องดำเนินการโดยทีม IT ของบริษัทในประเทศไทย BOI ไม่ยอมรับบริษัทที่เป็นเพียงสาขาฝ่ายขายหรือสำนักงานตัวแทน (Representative Office) โดยไม่มีการพัฒนาซอฟต์แวร์จริง
3. ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใหม่เท่านั้น
การลงทุนในฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ต้องเป็น ของใหม่ เท่านั้น ไม่รับอุปกรณ์มือสอง
4. เริ่มดำเนินกิจการภายใน 12 เดือนหลังได้รับบัตรส่งเสริม
หลังได้รับ BOI Certificate บริษัทต้องเริ่มดำเนินการจริงภายใน 12 เดือน มิฉะนั้นสิทธิส่งเสริมอาจถูกเพิกถอน
5. ไม่มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างทุน (สำหรับ SME)
สำหรับกิจการดิจิทัล BOI ไม่กำหนดเงินทุนจดทะเบียนขั้นต่ำเป็นพิเศษ และยังอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้น 100% ได้ ทำให้ SME ไทยและบริษัท Joint Venture ระหว่างประเทศสามารถยื่นขอได้
ขั้นตอนยื่นขอ BOI สำหรับ SME เทคโนโลยีไทย
กระบวนการยื่นขอรับส่งเสริมจาก BOI มี 6 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
- ขั้นที่ 1 — ตรวจสอบเบื้องต้น (Pre-screening): ปรึกษา BOI หรือที่ปรึกษาเพื่อยืนยันว่ากิจการของคุณเข้าข่ายกิจการ 8.1.1 และวางแผนโครงสร้างโครงการให้ครบเกณฑ์
- ขั้นที่ 2 — เตรียมเอกสาร: เอกสารหลักที่ต้องใช้ ได้แก่ แผนธุรกิจ (Business Plan) ที่อธิบายผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีที่ใช้ ประวัติและคุณสมบัติทีมงาน IT แผนการจ้างงาน และประมาณการค่าใช้จ่ายรายปี
- ขั้นที่ 3 — ยื่นคำขอออนไลน์: ยื่นผ่านระบบ e-Investment ของ BOI ที่เว็บไซต์ boi.go.th ไม่มีค่าธรรมเนียมยื่นขอ
- ขั้นที่ 4 — สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ BOI: เจ้าหน้าที่จะสอบถามรายละเอียดโครงการ เทคโนโลยีที่ใช้ และแผนการจ้างพนักงาน IT ไทย บริษัทควรเตรียม Demo หรือเอกสารเทคนิคประกอบ
- ขั้นที่ 5 — รับบัตรส่งเสริม (BOI Certificate): หลังได้รับอนุมัติ บริษัทจะได้รับบัตรส่งเสริมพร้อมเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตาม
- ขั้นที่ 6 — การรายงานผลหลังได้รับส่งเสริม: บริษัทต้องรายงานผลการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายที่มีสิทธิ์ให้ BOI ตรวจสอบเป็นประจำทุกปีตลอดช่วงเวลา 8 ปี การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขอาจทำให้สูญเสียสิทธิยกเว้น CIT ย้อนหลัง
เพื่อให้ระบบบัญชีของบริษัทรองรับการรายงานต่อ BOI ได้อย่างถูกต้อง และแยกบัญชีระหว่างกิจการที่ได้รับส่งเสริมและกิจการอื่นตามข้อกำหนด ควรวางระบบตั้งแต่วันแรก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้ารับทำบัญชีรายเดือนของเรา
ภาษีที่ยังต้องจ่ายแม้ได้รับ BOI: ข้อควรรู้
สิทธิ BOI ยกเว้นเฉพาะ ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) เท่านั้น บริษัทที่ได้รับส่งเสริมยังคงต้องปฏิบัติตามภาระภาษีอื่น ๆ ดังนี้
- VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม): หากรายได้รวมเกิน 1,800,000 บาทต่อปี บริษัทต้องจดทะเบียนและยื่น VAT อัตรา 7% (ข้อมูล ณ ปี 2569 — อัตรานี้เป็นการลดลงชั่วคราวจากอัตราตามกฎหมาย 10% โดยต่ออายุทุกปีตาม Royal Decree ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากร)
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax): การจ่ายค่าบริการให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ยังคงต้องหักและนำส่งตามอัตราที่กรมสรรพากรกำหนด เช่น ค่าสิทธิ (Royalty) อัตรามาตรฐาน 3% หรือ 1% หากปฏิบัติตามเงื่อนไข e-Withholding Tax
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT): พนักงานทุกคนยังคงต้องเสียภาษีตามปกติ บริษัทมีหน้าที่หักและนำส่ง
- CIT จากกิจการที่ไม่ได้รับส่งเสริม: หากบริษัทมีรายได้จากกิจการอื่นนอกขอบเขตที่ได้รับส่งเสริม ส่วนนั้นต้องเสีย CIT ตามปกติ ในอัตรา 20% (หรือในอัตรา SME 0%/15%/20% แบบขั้นบันได หากบริษัทยังมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ณ สิ้นรอบบัญชีนั้น)
การแยกบัญชีระหว่างรายได้และค่าใช้จ่ายของกิจการที่ได้รับส่งเสริมกับกิจการอื่นจึงเป็นสิ่งที่ BOI บังคับและกรมสรรพากรจะตรวจสอบ บริษัทที่ไม่แยกบัญชีอย่างชัดเจนเสี่ยงถูกปฏิเสธสิทธิยกเว้น CIT ทั้งหมด
ข้อพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง
จากประสบการณ์ที่ปรึกษา SME ดิจิทัลไทย ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการขอ BOI ได้แก่
- ยื่นขอหลังเริ่มกิจการแล้ว: BOI นับค่าใช้จ่ายพนักงาน IT เฉพาะที่เกิดขึ้น "หลัง" วันยื่นขอเท่านั้น หากบริษัทเริ่มจ้างพนักงาน IT ก่อนยื่นขอ ค่าใช้จ่ายส่วนนั้นจะไม่นับในวงเงินยกเว้น ควรยื่นก่อนหรือพร้อมกับการจ้างพนักงานชุดแรก
- ไม่แยกบัญชีกิจการ BOI ออกจากกิจการอื่น: กรณีนี้ทำให้ยากต่อการคำนวณวงเงินยกเว้นและอาจถูกกรมสรรพากรปฏิเสธสิทธิ
- ประเมินค่าใช้จ่ายพนักงาน IT สูงเกินจริง: การระบุตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ เช่น ฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายบัญชี เป็นค่าใช้จ่าย IT ถือเป็นความเสี่ยงในการตรวจสอบ
- ไม่รายงานผลรายปีตามกำหนด: การไม่ยื่นรายงานต่อ BOI ตามกำหนดอาจนำไปสู่การระงับสิทธิชั่วคราวหรือถาวร
- สับสนระหว่าง BOI ประเภท 7.2 (อุตสาหกรรม) กับกิจการดิจิทัล 8.1: หากบริษัทของคุณพัฒนาซอฟต์แวร์ ต้องยื่นขอภายใต้กิจการ 8.1.1 ไม่ใช่ประเภท 7.2 ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง BOI ประเภท 7.2 เทคโนโลยีสมัยใหม่: สิทธิยกเว้นภาษีนิติบุคคลและเกณฑ์สำหรับ SME ดิจิทัล ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
BOI ประเภท 7.2 กับกิจการดิจิทัล 8.1 ต่างกันอย่างไร และบริษัท IT ควรยื่นขอประเภทไหน
ในบัญชีส่งเสริมการลงทุนปัจจุบันของ BOI ประเภท 7.2 หมายถึงกิจการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ไม่ใช่กิจการดิจิทัล บริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ แอป IoT AI หรือแพลตฟอร์มดิจิทัล ควรยื่นขอภายใต้ กิจการประเภท 8.1.1 (การพัฒนาซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล หรือคอนเทนต์ดิจิทัล) ซึ่งให้สิทธิยกเว้นภาษีนิติบุคคลสูงสุด 8 ปี คำว่า 'BOI ประเภท 7.2' สำหรับกิจการเทคโนโลยีมาจากการจัดหมวดหมู่เก่าที่ BOI เคยใช้ก่อนการปรับปรุงบัญชีส่งเสริม
SME ดิจิทัลที่มีพนักงาน IT แค่ 2-3 คน ยื่นขอ BOI ได้ไหม
ยื่นขอได้ โดยเงื่อนไขหลักคือค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงาน IT ชาวไทยที่จ้างใหม่หลังวันยื่นขอต้องรวมกันไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาทต่อปี ในทางปฏิบัติหมายถึงพนักงาน IT ระดับตลาดประมาณ 2-3 คน บริษัทขนาดเล็กจึงสามารถเริ่มต้นได้ อย่างไรก็ตาม วงเงินยกเว้น CIT ที่จะได้รับขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายจริง จึงควรวางแผนการจ้างงานและโครงสร้างค่าตอบแทนให้เหมาะสมก่อนยื่น
ในช่วง 8 ปีที่ได้รับสิทธิ BOI บริษัทไม่ต้องยื่นภาษีอะไรเลยใช่ไหม
ไม่ถูกต้อง สิทธิ BOI ยกเว้นเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ของกิจการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น บริษัทยังคงต้องยื่นและชำระ VAT (หากรายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปี) ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงานตามปกติ นอกจากนี้ยังต้องจัดทำงบการเงินและยื่นแบบ CIT ทุกปีเพื่อแสดงว่ากำไรที่ยกเว้นนั้นมาจากกิจการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น