การเลือกโปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ใช่อาจช่วยให้ SME ประหยัดเวลาปิดบัญชีได้หลายชั่วโมงต่อเดือน และลดความผิดพลาดในการยื่นภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทำไมการเลือกโปรแกรมบัญชีออนไลน์จึงสำคัญสำหรับ SME ไทย

ในยุคที่กรมสรรพากรผลักดันระบบ e-Tax Invoice และ e-Withholding Tax (e-WHT) อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจที่ยังพิมพ์ใบกำกับภาษีด้วยมือหรือคีย์ข้อมูลลงสเปรดชีตทีละแถว กำลังเสียเวลาและเพิ่มความเสี่ยงในการยื่นภาษีผิดพลาดโดยไม่จำเป็น โปรแกรมบัญชีออนไลน์เปรียบเทียบสามตัวที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด SME ไทยคือ PEAK, FlowAccount และ EXPRESS ซึ่งแต่ละตัวมีจุดแข็งและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ก่อนตัดสินใจ เจ้าของกิจการควรตั้งคำถามสำคัญ 4 ข้อกับตัวเองก่อน ได้แก่ ธุรกิจจดทะเบียน VAT แล้วหรือยัง ต้องการระบบสต็อกสินค้าหรือไม่ มีพนักงานที่ต้องคำนวณเงินเดือนกี่คน และสำนักงานบัญชีที่ใช้บริการอยู่รองรับโปรแกรมตัวไหนบ้าง คำตอบเหล่านี้จะช่วยกรองตัวเลือกได้ตั้งแต่ต้น

ภาพรวมและจุดแข็งของแต่ละโปรแกรม

PEAK — ออกแบบมาเพื่อสำนักงานบัญชีและ SME ที่เติบโต

PEAK เป็น Cloud-based accounting software ที่พัฒนาโดยบริษัทไทย มีจุดขายสำคัญคือการออกแบบให้สำนักงานบัญชีสามารถดูแลลูกค้าหลายบริษัทจากระบบเดียว โดยเจ้าของกิจการและนักบัญชีแชร์ข้อมูลกันแบบ Real-time ได้ทันที ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ PEAK ได้แก่ ระบบสร้างเอกสารซื้อ-ขาย ใบกำกับภาษี รายงานภาษีซื้อ-ขาย และการจัดการสต็อกสินค้าที่เริ่มได้ตั้งแต่แผนราคาต่ำ

สำหรับฟีเจอร์ด้านภาษี PEAK รองรับการออก e-Tax Invoice ในแผน PRO Plus ขึ้นไป และมีระบบหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.) ในทุกแผนที่ชำระเงิน การเชื่อมต่อ API พร้อมใช้ในแผน PRO Plus และ PREMIUM ทำให้บูรณาการกับ ERP หรือแพลตฟอร์ม e-Commerce ได้

FlowAccount — ครบวงจรตั้งแต่ฟรีแลนซ์ถึง e-Commerce

FlowAccount เป็นอีกหนึ่ง Cloud-based solution ที่โดดเด่นด้านความง่ายในการใช้งาน และรองรับการเชื่อมต่อกับธนาคารชั้นนำไทย ระบบ e-Tax Invoice by Time Stamp และ e-WHT โดยตรงกับกรมสรรพากร จุดเด่นคือ ฟีเจอร์ Payroll ให้ในทุกแผน รวมถึงแผนฟรี ซึ่งต่างจากโปรแกรมบางตัวที่แยก Payroll เป็นโมดูลเสริม

สำหรับธุรกิจ e-Commerce หรือร้านค้าออนไลน์ แผน Pro Business ของ FlowAccount เชื่อมต่อกับ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ได้โดยตรง พร้อมระบบสต็อกแบบ Multi-warehouse รองรับคลังสินค้าได้สูงสุดถึง 50 แห่ง ซึ่งเหมาะมากสำหรับธุรกิจที่มีหลายจุดจัดเก็บ

EXPRESS — ประสบการณ์กว่า 37 ปีในตลาดบัญชีไทย

EXPRESS โดยบริษัท Express Software Group มีฐานลูกค้ากว่า 95,000 รายในไทย ความแตกต่างหลักจากคู่แข่งคือ EXPRESS มีทั้ง รูปแบบ Desktop (On-premises) และ Cloud (Express Version 2 On Cloud) ทำให้เหมาะกับธุรกิจที่มีข้อจำกัดด้านอินเทอร์เน็ต หรือต้องการควบคุมข้อมูลไว้ภายในองค์กร

EXPRESS Version 1 แบบ Desktop มีราคาซื้อขาดตั้งแต่ประมาณ 19,000 บาท (แบบ Single) ถึง 31,000 บาท (แบบ LAN) ก่อน VAT สำหรับเวอร์ชันภาษาไทย ซึ่งหากใช้งานนานหลายปีอาจคุ้มค่ากว่าการจ่ายรายปีแบบ Subscription ส่วน Express e-Tax Invoice & e-Receipt เป็นโมดูลแยกที่ต้องติดตั้งเพิ่มเติม

ตารางเปรียบเทียบฟีเจอร์สำคัญ

ตารางด้านล่างสรุปฟีเจอร์หลักที่ SME มักถามถึงมากที่สุด โดยใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละโปรแกรม ณ กลางปี 2568 ราคาและฟีเจอร์อาจปรับเปลี่ยนได้ ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนตัดสินใจ

  • ระบบ Cloud 100%: PEAK ใช่ / FlowAccount ใช่ / EXPRESS มีทั้งแบบ Cloud (V2) และ Desktop (V1)
  • e-Tax Invoice: PEAK (แผน PRO Plus ขึ้นไป) / FlowAccount (แผน Standard ขึ้นไป) / EXPRESS (โมดูลแยก)
  • e-WHT (ภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์): PEAK (ทุกแผนที่ชำระเงิน) / FlowAccount (Standard ขึ้นไป) / EXPRESS (รองรับผ่านโมดูลที่เกี่ยวข้อง)
  • ระบบสต็อกสินค้า: PEAK (ตั้งแต่แผน e-Document) / FlowAccount (Pro ขึ้นไป รองรับ Multi-warehouse) / EXPRESS (มีในทุกเวอร์ชัน)
  • Payroll (เงินเดือน): PEAK (ตั้งแต่แผน e-Document) / FlowAccount (ทุกแผนรวมถึงฟรี) / EXPRESS (มีในโปรแกรม)
  • API Integration: PEAK (PRO Plus และ PREMIUM) / FlowAccount (Pro Business รองรับ Shopee/Lazada/TikTok) / EXPRESS (UNVERIFIED — ควรสอบถามตัวแทนโดยตรง)
  • รูปแบบราคา: PEAK (รายปี 5,000–35,000 บาท) / FlowAccount (รายปี 1,990–5,490 บาท) / EXPRESS V1 (ซื้อขาด 19,000–39,000 บาท + VAT)

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นราคาอ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการ ณ ที่ระบุ ไม่รวม VAT ปัจจุบัน 7% (ข้อมูล ณ ปี 2569 — อัตรา VAT อาจมีการปรับเปลี่ยนตามพระราชกฤษฎีกาที่ต่ออายุเป็นรายปี ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ซื้อกับกรมสรรพากร)

เปรียบเทียบราคาและความคุ้มค่าตามขนาดธุรกิจ

ธุรกิจเพิ่งเริ่มต้น หรือยังไม่ถึงเกณฑ์จด VAT (รายได้ต่ำกว่า 1,800,000 บาทต่อปี)

สำหรับกิจการที่ยังมีรายได้ต่ำกว่า 1,800,000 บาทต่อปีซึ่งยังไม่มีภาระ VAT (ข้อมูล ณ ปี 2569) FlowAccount Free Plan เป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เหมาะสำหรับฟรีแลนซ์หรือกิจการเจ้าของคนเดียวที่ต้องการออกใบเสนอราคาและใบเสร็จรับเงินเป็นหลัก PEAK ก็มีแผนฟรีแต่ฟีเจอร์จำกัดกว่า ส่วน EXPRESS ไม่มีแผนฟรีให้ใช้งาน

SME ขนาดเล็ก — นิติบุคคลที่มีรายได้ต่ำกว่า 30 ล้านบาทต่อปี

กลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะได้รับสิทธิ CIT อัตราก้าวหน้าของ SME กล่าวคือ กำไรสุทธิ 0–300,000 บาท เสียภาษี 0% กำไร 300,001–3,000,000 บาท เสียภาษี 15% และกำไรส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท เสียภาษี 20% (เงื่อนไขคือทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ณ สิ้นรอบบัญชีไม่เกิน 5,000,000 บาท และรายได้จากกิจการไม่เกิน 30,000,000 บาท ข้อมูล ณ ปี 2569) การมีโปรแกรมบัญชีที่ออกรายงานทางการเงินถูกต้องจึงสำคัญมากเพื่อพิสูจน์กำไรสุทธิที่แท้จริงสำหรับแต่ละ Bracket ดังกล่าว

สำหรับกลุ่มนี้ FlowAccount Standard (1,990 บาท/ปี) มีความคุ้มค่าสูงสุดในแง่ราคา ครอบคลุมทั้ง e-Tax Invoice, Payroll และ WHT แบบพื้นฐาน ส่วน PEAK BASIC (5,000 บาท/ปี) เหมาะสำหรับกิจการที่ทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชีซึ่งใช้ PEAK อยู่แล้ว เพราะการแชร์ข้อมูลระหว่างเจ้าของกิจการและนักบัญชีทำได้ลื่นไหลกว่า

SME ขนาดกลาง — รายได้ 30–300 ล้านบาทต่อปี หรือธุรกิจที่เติบโตเร็ว

กลุ่มนี้ต้องการ e-Tax Invoice เต็มรูปแบบ ระบบสต็อกที่แม่นยำ และ API เพื่อเชื่อมกับแพลตฟอร์มขายหรือระบบ ERP ภายในองค์กร PEAK PRO Plus (12,000 บาท/ปี) เป็นตัวเลือกที่ครบที่สุดในกลุ่มราคากลาง โดยมีสิทธิ์ API 2 จุดเชื่อมต่อ ส่วน FlowAccount Pro Business (5,490 บาท/ปี) ให้ API สำหรับ Shopee/Lazada/TikTok ในราคาที่ถูกกว่ามากแต่อาจยืดหยุ่นน้อยกว่าในการเชื่อมกับระบบ Custom ERP

สำหรับธุรกิจที่มีข้อกำหนดพิเศษด้านการเก็บข้อมูลภายในองค์กร หรืออยู่ในพื้นที่อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร EXPRESS V1 แบบ Desktop ยังคงเป็นตัวเลือกที่ทำงานได้โดยไม่พึ่ง Cloud แม้ว่าราคาซื้อขาดจะสูงกว่าในช่วงแรก

ฟีเจอร์ด้านภาษีที่ SME ไทยต้องสังเกตให้ดี

e-Tax Invoice กับ e-WHT — ไม่ใช่ฟีเจอร์เดียวกัน

e-Tax Invoice คือการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบที่กรมสรรพากรรับรอง มีสองรูปแบบหลักคือ e-Tax Invoice by Email และ e-Tax Invoice by Time Stamp ซึ่งต้องใช้ Certificate จากผู้ให้บริการรับรองที่กรมสรรพากรยอมรับ ส่วน e-WHT (e-Withholding Tax) คือระบบนำส่งหักภาษี ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยให้บริษัทที่เป็นผู้จ่ายค่าจ้าง ค่าเช่า ค่าบริการ หรือค่าสิทธิ สามารถส่งข้อมูล ภ.ง.ด. ให้กรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ

ประโยชน์พิเศษของ e-WHT คือ อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับผู้จ่ายที่ใช้ระบบ e-WHT อาจได้รับการลดหย่อนจาก 3% เหลือ 1% สำหรับค่าสิทธิตามมาตรา 40(3) ตามประกาศกรมสรรพากร ท.ป.354/2566 ซึ่งขยายผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 (ข้อมูล ณ ปี 2569) ดังนั้นโปรแกรมบัญชีที่รองรับ e-WHT จึงอาจช่วยประหยัดกระแสเงินสดของคู่ค้าได้ด้วย

VAT กับความจำเป็นของ e-Tax Invoice

ธุรกิจที่มีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปีมีหน้าที่จดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่มีการขาย (ข้อมูล ณ ปี 2569) อัตรา VAT ปัจจุบันอยู่ที่ 7% ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 799 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569 ทั้งนี้ อัตรา 7% เป็นการลดจากอัตราตามกฎหมาย 10% โดยต้องต่ออายุพระราชกฤษฎีกาเป็นรายปี ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากร

โปรแกรมบัญชีทั้งสามตัวรองรับการออกใบกำกับภาษีและรายงานภาษีซื้อ-ขาย (ภ.พ.30) แต่ระดับการบูรณาการกับระบบของกรมสรรพากรโดยตรงนั้นต่างกัน FlowAccount และ PEAK มีการเชื่อมต่อที่ลื่นไหลกว่าสำหรับการส่ง e-Tax Invoice โดยตรง ส่วน EXPRESS ต้องใช้โมดูล e-Tax Invoice ที่แยกออกมา

รายงาน ภ.ง.ด. และการยื่นภาษีเงินได้

โปรแกรมบัญชีที่ดีควรช่วยสร้างรายงานสำหรับแบบยื่น ภ.ง.ด.1 (เงินเดือนพนักงาน), ภ.ง.ด.3 (บุคคลธรรมดา), และ ภ.ง.ด.53 (นิติบุคคล) ได้อัตโนมัติ ทั้งสามโปรแกรมรองรับการสร้างรายงานหักภาษี ณ ที่จ่ายในระดับที่แตกต่างกัน แต่ขอแนะนำให้ทดสอบฟีเจอร์นี้ในช่วงทดลองใช้ฟรีก่อนซื้อ เพราะรายละเอียดการส่งออกข้อมูลไปกรมสรรพากรอาจต่างกันตามเวอร์ชัน

หากกิจการของคุณใช้บริการรับทำบัญชีรายเดือนกับสำนักงานบัญชีอยู่แล้ว การเลือกโปรแกรมที่สำนักงานบัญชีนั้นถนัดหรือใช้อยู่จะช่วยลดขั้นตอนการรับส่งข้อมูลและลดความเสี่ยงข้อผิดพลาดในการยื่นได้มาก

จุดอ่อนที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

จุดอ่อนของ PEAK

  • ราคาสูงกว่าคู่แข่งในฟีเจอร์เดียวกัน — e-Tax Invoice เริ่มที่แผน PRO Plus (12,000 บาท/ปี) ในขณะที่ FlowAccount ให้ฟีเจอร์นี้ตั้งแต่แผน Standard (1,990 บาท/ปี)
  • API จำกัด — แผน PRO Plus มีเพียง 2 จุดเชื่อมต่อ หากต้องการไม่จำกัดต้องอัปเกรดเป็น PREMIUM (35,000 บาท/ปี)
  • เหมาะสำหรับกิจการที่ทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชีที่ใช้ PEAK เป็นหลัก ถ้าสำนักงานบัญชีของคุณไม่ได้ใช้ PEAK อาจไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร

จุดอ่อนของ FlowAccount

  • ระบบสต็อกสมบูรณ์ต้องใช้แผน Pro — แผน Standard มีสต็อกพื้นฐานเท่านั้น ธุรกิจค้าสินค้าที่ต้องการรายงาน COGS หรือติดตามต้นทุนสินค้าอย่างละเอียดควรเลือกแผน Pro ขึ้นไป
  • API เน้น e-Commerce — การเชื่อมต่อ API ของ Pro Business เน้น Shopee/Lazada/TikTok เป็นหลัก ธุรกิจ B2B ที่ต้องการ Custom API อาจต้องใช้บริการเพิ่มเติม
  • ฟีเจอร์ขั้นสูงบางส่วนอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเวอร์ชัน ควรตรวจสอบกับทีม FlowAccount โดยตรง

จุดอ่อนของ EXPRESS

  • รูปแบบ Desktop ไม่รองรับ ARM, Mac, Linux หรือ VMware — ธุรกิจที่ใช้ระบบปฏิบัติการนอกเหนือ Windows x86 จะใช้ EXPRESS V1 ไม่ได้
  • e-Tax Invoice เป็นโมดูลแยก — ต้องซื้อหรือติดตั้งเพิ่มเติม ไม่ได้รวมมาในราคาโปรแกรมหลัก
  • สำหรับรุ่น Desktop ไม่สามารถทำงานร่วมกันแบบ Real-time กับสำนักงานบัญชีจากระยะไกลได้เหมือน Cloud-based software
  • รายละเอียดฟีเจอร์และราคาของ Express V2 On Cloud ยังไม่เปิดเผยชัดเจนบนเว็บไซต์ทางการ แนะนำให้ติดต่อตัวแทนโดยตรงเพื่อขอใบเสนอราคา

คำแนะนำในการเลือก: โปรแกรมไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณ

ไม่มีโปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ การเลือกขึ้นอยู่กับขนาดกิจการ โครงสร้างการขาย และความสัมพันธ์กับสำนักงานบัญชีเป็นหลัก ต่อไปนี้คือสรุปคำแนะนำตามลักษณะกิจการ

  • ฟรีแลนซ์หรือกิจการขนาดเล็กมาก: FlowAccount Free หรือ Standard เริ่มต้นไม่แพง มี Payroll และ e-Tax Invoice พร้อมใช้ตั้งแต่แรก
  • ร้านค้าออนไลน์ขายบน Marketplace: FlowAccount Pro Business คุ้มค่าที่สุดเพราะ API เชื่อมกับ Shopee/Lazada/TikTok ได้โดยตรง
  • SME ที่ทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชี: PEAK เหมาะสมหากสำนักงานบัญชีของคุณใช้ PEAK อยู่แล้ว เพราะ Workflow ระหว่างเจ้าของกิจการและนักบัญชีลื่นไหลมาก
  • ธุรกิจ B2B ที่ต้องการ Custom ERP หรือ API: PEAK PRO Plus หรือ PREMIUM เหมาะกว่า เพราะมีความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อระบบมากกว่า
  • ธุรกิจขนาดกลางที่ต้องการ On-premises หรืออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร: EXPRESS V1 Desktop ยังเป็นตัวเลือกที่เชื่อถือได้ แต่ต้องเผื่องบซื้อโมดูลเสริมสำหรับ e-Tax Invoice

สิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กับการเลือกโปรแกรม คือการวางแผนภาษีอย่างมีระบบ เพราะโปรแกรมบัญชีที่ดีเป็นแค่เครื่องมือ การบันทึกบัญชีที่ถูกต้องและการวางแผนภาษีเชิงกลยุทธ์ต่างหากที่จะช่วยให้ SME ประหยัดภาษีได้อย่างถูกกฎหมายในระยะยาว

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK vs FlowAccount vs EXPRESS: เปรียบเทียบฟีเจอร์ ราคา และเหมาะกับธุรกิจแบบไหน ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โปรแกรมบัญชีออนไลน์ตัวไหนถูกที่สุดสำหรับ SME ที่เพิ่งเริ่มต้น

FlowAccount มีแผนฟรีตลอดชีพที่รวม Payroll และฟีเจอร์พื้นฐาน เหมาะสำหรับฟรีแลนซ์หรือกิจการเพิ่งเริ่มต้น ส่วนแผน Standard (ประมาณ 1,990 บาทต่อปี) เพิ่ม e-Tax Invoice และ e-WHT ซึ่งจำเป็นเมื่อกิจการจดทะเบียน VAT แล้ว PEAK และ EXPRESS ไม่มีแผนฟรีที่ครบฟีเจอร์เหมือนกัน ควรทดลองใช้ฟรี 30 วันของทุกโปรแกรมก่อนตัดสินใจ

ต้องใช้แผนไหนของ PEAK ถึงจะออก e-Tax Invoice ได้

PEAK รองรับ e-Tax Invoice เริ่มตั้งแต่แผน PRO Plus (ประมาณ 12,000 บาทต่อปี) แผนที่ถูกกว่าอย่าง BASIC และ PRO ยังไม่รวมฟีเจอร์นี้ ดังนั้นหากกิจการจดทะเบียน VAT และต้องการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์กับกรมสรรพากร ควรเลือกแผน PRO Plus ขึ้นไปตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับ PEAK โดยตรงเพราะแผนราคาอาจมีการปรับปรุง

EXPRESS กับ PEAK ต่างกันอย่างไร ธุรกิจแบบไหนควรเลือกแบบไหน

EXPRESS V1 เป็นแบบ Desktop ซื้อขาดครั้งเดียว (ราคาเริ่มต้นประมาณ 19,000 บาทก่อน VAT) เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการควบคุมข้อมูลไว้ภายในหรืออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร แต่ขาดความยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชีจากระยะไกล PEAK เป็น Cloud 100% เหมาะกับกิจการที่ต้องการทำงานร่วมกับสำนักงานบัญชีแบบ Real-time และต้องการ API เชื่อมระบบอื่น สำหรับธุรกิจขนาดกลางขึ้นไปที่มีทีม IT สนับสนุน EXPRESS V2 On Cloud ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ควรขอใบเสนอราคาโดยตรงเพราะข้อมูลบนเว็บไซต์ยังไม่ครบ