เซ็นสัญญาจ้างงานหรือสัญญาเช่าออฟฟิศ แล้วรู้ไหมว่าต้องติดอากรแสตมป์ด้วย? ถ้าไม่ติดหรือติดช้า นอกจากค่าปรับหนักแล้ว สัญญาของคุณอาจใช้ฟ้องร้องในชั้นศาลไม่ได้เลย

อากรแสตมป์คืออะไร ทำไมธุรกิจต้องรู้

อากรแสตมป์ คือภาษีอากรชนิดหนึ่งตามประมวลรัษฎากร ที่เรียกเก็บจากการทำ "ตราสาร" หรือเอกสารสำคัญทางกฎหมายบางประเภท เช่น สัญญาเช่า สัญญาจ้างทำของ หรือหนังสือมอบอำนาจ โดยการ "ปิดอากรแสตมป์" ถือเป็นการยืนยันว่าเอกสารนั้นสมบูรณ์ตามกฎหมายและพร้อมใช้เป็นพยานหลักฐานได้

หลายบริษัทเพิ่งรู้ว่าตัวเองต้องเสียอากรแสตมป์ตอนที่เกิดปัญหา เช่น ต้องการฟ้องลูกค้าที่ผิดสัญญา แต่ศาลไม่รับเพราะสัญญาไม่ได้ติดอากร ดังนั้น การรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกช่วยประหยัดทั้งเงินและปัญหาได้มาก

สัญญาและตราสารไหนบ้างที่ต้องติดอากรแสตมป์

ประมวลรัษฎากรมีบัญชีอัตราอากรแสตมป์ระบุตราสารไว้ 28 ประเภท แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจ SME ส่วนใหญ่จะเจอสัญญาเหล่านี้บ่อยที่สุด:

ประเภทตราสาร อัตราอากรแสตมป์ ตัวอย่าง
สัญญาจ้างทำของ (Hire of Work) 1 บาท ต่อมูลค่าจ้างทุก 1,000 บาท (0.1%) จ้างผลิตสินค้า จ้างก่อสร้าง จ้างทำเว็บไซต์
สัญญาเช่าที่ดิน โรงเรือน หรืออาคาร 1 บาท ต่อค่าเช่าตลอดอายุสัญญาทุก 1,000 บาท (0.1%) เช่าออฟฟิศ เช่าโกดัง เช่าร้านค้า
สัญญากู้ยืมเงิน / ตราสารหนี้ 1 บาท ต่อยอดเงินกู้ทุก 2,000 บาท (0.05%) สูงสุด 10,000 บาท สัญญากู้เงินระหว่างกรรมการกับบริษัท
สัญญาค้ำประกัน 1 บาท ต่อวงเงินค้ำประกันทุก 2,000 บาท (0.05%) ค้ำประกันสินเชื่อธนาคาร ค้ำประกันสัญญาเช่า
หนังสือมอบอำนาจ 10 บาท (มอบคนเดียว) หรือ 30 บาท (มอบหลายคน) มอบอำนาจยื่นเอกสาร จดทะเบียน หรือทำธุรกรรมต่าง ๆ
ใบหุ้น / ใบหุ้นกู้ 1 บาท ต่อมูลค่า 1,000 บาท ออกใบหุ้นเมื่อจดทะเบียนบริษัทหรือเพิ่มทุน

หมายเหตุสำคัญ: ตัวเลขอัตราอากรข้างต้นเป็นอัตราตามประมวลรัษฎากรที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน ควรตรวจสอบกับนักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนทำสัญญาจริง เพราะบางตราสารอาจมีการปรับปรุงเกณฑ์

ตัวอย่างคำนวณอากรแสตมป์แบบเข้าใจง่าย

สมมติบริษัทคุณทำ สัญญาจ้างทำซอฟต์แวร์ มูลค่า 500,000 บาท วิธีคิดค่าอากรง่ายมาก:

  • มูลค่าสัญญา 500,000 บาท
  • อัตรา 1 บาทต่อ 1,000 บาท = 500,000 ÷ 1,000 = 500 บาท

หรือถ้าเช่าออฟฟิศ 12,000 บาทต่อเดือน สัญญา 1 ปี (12 เดือน) รวมค่าเช่าตลอดสัญญา = 144,000 บาท ค่าอากร = 144,000 ÷ 1,000 = 144 บาท

เห็นไหมว่าตัวเลขไม่ได้สูงมาก แต่ถ้าลืมติดแล้วโดนตรวจพบ ค่าปรับอาจสูงกว่าค่าอากรจริงหลายเท่า

วิธีนำส่งอากรแสตมป์ ทำได้ 3 ทาง

ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถนำส่งอากรแสตมป์ได้ 3 ช่องทางหลัก โดยแต่ละทางมีเงื่อนไขที่ต่างกัน:

1. ปิดแสตมป์กระดาษ (แบบดั้งเดิม)

ซื้อแสตมป์อากรจากสรรพากรพื้นที่หรือที่ทำการไปรษณีย์ แล้วนำมาติดบนตราสาร ขีดฆ่าด้วยการลงชื่อคร่อม (ลงลายมือชื่อทับบนแสตมป์) ก่อนส่งมอบสัญญา วิธีนี้ใช้ได้กับสัญญากระดาษทั่วไป แต่ไม่สามารถใช้กับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้

2. นำส่งเงินสดที่สรรพากรพื้นที่ (แบบ อ.ส.4)

กรณีที่ไม่มีการขีดฆ่าแสตมป์ก่อนส่งมอบสัญญา หรือไม่สะดวกซื้อแสตมป์กระดาษ สามารถนำตราสารไปชำระค่าอากรที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ภายใน 15 วันนับแต่วันทำสัญญา โดยยื่นแบบ อ.ส.4 พร้อมชำระเงิน เจ้าหน้าที่จะประทับตราให้เป็นหลักฐาน

3. ยื่นผ่านระบบออนไลน์ e-Stamp Duty (สำหรับสัญญาอิเล็กทรอนิกส์)

หากสัญญาของคุณทำในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือลงลายมือชื่อดิจิทัล กฎหมายกำหนดให้ต้องชำระผ่านระบบ e-Stamp Duty ของกรมสรรพากรเท่านั้น ไม่สามารถนำแสตมป์กระดาษมาแปะได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  • เข้าสู่ระบบ e-Stamp Duty บนเว็บไซต์กรมสรรพากร (rd.go.th) ด้วยรหัสผู้ใช้ของบริษัท
  • กรอกข้อมูลตราสาร ระบุประเภทสัญญา วันที่ทำสัญญา ชื่อ-เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของคู่สัญญา และมูลค่าสัญญา
  • ระบบคำนวณค่าอากรอัตโนมัติ จากนั้นชำระผ่าน e-Payment หรือสแกน QR Code
  • ดาวน์โหลดใบเสร็จ (แบบ อ.ส.4.ก) เก็บเป็นหลักฐานแนบสัญญา

หากต้องการจัดการเอกสารบัญชีและนำส่งภาษีแบบครบวงจร ลองดูรับทำบัญชีรายเดือนของ A Plus Me ที่ดูแลทั้งเรื่องอากรแสตมป์ไปพร้อมกัน

กำหนดเวลานำส่ง ห้ามพลาดเด็ดขาด

โดยทั่วไปกฎหมายกำหนดว่าต้องปิดอากรแสตมป์หรือนำส่งค่าอากร ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ตราสารนั้นได้กระทำขึ้น (วันเซ็นสัญญา) ยกเว้นบางกรณีที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้เป็นพิเศษ

เคล็ดลับ: ให้ตั้ง reminder ทันทีที่เซ็นสัญญา เพื่อไม่ให้หลุดกำหนด 15 วัน เพราะหลายคนทำสัญญาแล้วรีบเดินหน้างาน ลืมติดอากรไปเลย

โทษและค่าปรับถ้าไม่ติดอากรหรือติดช้า

นี่คือส่วนสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้ให้ชัดเพราะโทษหนักมาก:

  • ติดอากรช้าไม่เกิน 90 วัน: ต้องชำระเงินเพิ่มอีก 2 เท่าของค่าอากรที่ต้องเสีย เช่น ค่าอากรจริง 500 บาท ต้องจ่ายรวม 1,500 บาท
  • ติดอากรช้าเกิน 90 วัน: ต้องชำระเงินเพิ่มอีก 5 เท่า หรืออาจถึง 6 เท่าตามดุลพินิจเจ้าหน้าที่
  • ผลทางกฎหมายแพ่ง: ตราสารที่ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบ ไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ หมายความว่าถ้าคู่สัญญาผิดนัด คุณอาจฟ้องไม่ได้หรือฟ้องแล้วแพ้
  • โทษอาญา: กรณีตั้งใจเลี่ยงอากรแสตมป์ มีโทษปรับทางอาญาเพิ่มเติม

สรุปง่าย ๆ คือต้นทุนของการ "ลืม" ติดอากรแสตมป์สูงกว่าต้นทุนการติดอากรตั้งแต่แรกมากหลายเท่า ถ้าไม่แน่ใจสัญญาไหนต้องติด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเซ็นจะปลอดภัยกว่า

ข้อยกเว้น สัญญาที่ไม่ต้องติดอากรแสตมป์

ไม่ใช่ทุกสัญญาที่ต้องเสียอากร กฎหมายมีข้อยกเว้นหลายอย่าง เช่น:

  • สัญญาซื้อขายสินค้าทั่วไป (ไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ) ไม่ต้องติดอากรแสตมป์
  • ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษีทั่วไป ไม่ใช่ตราสารตามประมวลรัษฎากร
  • สัญญาที่รัฐบาลหรือหน่วยงานราชการเป็นคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ได้รับยกเว้นในบางกรณี
  • ตราสารที่ทำในต่างประเทศและไม่ได้นำมาใช้ในประเทศไทย ได้รับยกเว้น

แต่ข้อยกเว้นเหล่านี้มีรายละเอียดปลีกย่อย การตีความว่าสัญญาของคุณเข้าข่ายหรือไม่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเสมอ ไม่ควรตัดสินใจเองโดยไม่มีข้อมูลรองรับ

เช็กลิสต์ก่อนเซ็นสัญญาทุกครั้ง

ทีม A Plus Me แนะนำให้เจ้าของธุรกิจผ่านเช็กลิสต์ 5 ข้อนี้ทุกครั้งก่อนเซ็นสัญญาสำคัญ:

  • ระบุประเภทสัญญา: ตรวจว่าสัญญานี้เป็นจ้างทำของ เช่า กู้ยืม ค้ำประกัน หรือประเภทอื่น
  • เช็กว่าอยู่ใน 28 ประเภทตราสารหรือไม่: ถ้าใช่ ต้องเสียอากรแสตมป์
  • คำนวณค่าอากร: ใช้มูลค่าสัญญาหารด้วยอัตราที่กำหนด ไม่ซับซ้อน
  • เลือกช่องทางนำส่ง: สัญญากระดาษใช้แสตมป์กระดาษ สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ใช้ e-Stamp Duty
  • ติดอากรภายใน 15 วัน: ตั้งแจ้งเตือนทันทีหลังเซ็น

ถ้าอยากให้มีระบบดูแลเรื่องนี้อัตโนมัติพร้อมกับการทำบัญชีรายเดือน ดูบริการทั้งหมดของ A Plus Me ได้เลย

คำถามที่เจ้าของธุรกิจถามบ่อย

สัญญาจ้างพนักงาน (สัญญาแรงงาน) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม?

สัญญาจ้างแรงงาน (Employment Contract) ไม่ใช่ตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร เพราะเป็นสัญญาจ้างแรงงาน ไม่ใช่จ้างทำของ อย่างไรก็ดี ควรทำให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานและจัดเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ถ้าทำสัญญาหลายฉบับในรายการเดียวกัน ต้องติดทุกฉบับไหม?

โดยหลักกฎหมาย ตราสารแต่ละฉบับต้องเสียอากรแยกกัน แต่ถ้าเป็นสำเนาหรือคู่ฉบับของตราสารเดียวกัน มีหลักเกณฑ์เรื่องการลดหย่อนค่าอากร ควรสอบถามผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้เสียมากเกินจำเป็น

ถ้าสัญญาทำเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศ ยังต้องติดอากรไหม?

ใช่ ถ้าสัญญานั้นทำในประเทศไทยหรือนำมาใช้ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเขียนด้วยภาษาใด ก็ยังต้องเสียอากรแสตมป์ตามกฎหมายไทย

วางระบบสัญญาให้ปลอดภัยด้วย A Plus Me

อากรแสตมป์เป็นเรื่องเล็กน้อยที่ถูกมองข้ามบ่อยมาก แต่ผลกระทบถ้าพลาดอาจเป็นเรื่องใหญ่ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าปรับหลายเท่าตัวหรือสัญญาที่ใช้ฟ้องร้องไม่ได้ ทีม A Plus Me พร้อมช่วยตรวจสอบสัญญาธุรกิจ คำนวณค่าอากร และดูแลการนำส่งให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น หากต้องการวางแผนภาษีให้ครอบคลุมทุกมิติรวมถึงอากรแสตมป์ หรืออยากให้มีทีมบัญชีดูแลเอกสารทั้งหมดเป็นระบบ ติดต่อได้เลยที่ติดต่อ A Plus Me ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นฟรี

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง อากรแสตมป์ สัญญาไหนต้องติด ติดเท่าไหร่ และนำส่งอย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อากรแสตมป์คืออะไร ต่างจากภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างไร

อากรแสตมป์เป็นภาษีที่เก็บจากการทำเอกสารหรือสัญญาบางประเภท (ตราสาร) เพื่อให้สัญญานั้นสมบูรณ์ตามกฎหมาย ต่างจาก VAT ซึ่งเก็บจากมูลค่าสินค้าหรือบริการ อากรแสตมป์จ่ายครั้งเดียวตอนทำสัญญา ไม่ใช่ทุกเดือน

สัญญาจ้างทำของมูลค่า 100,000 บาท ต้องติดอากรแสตมป์เท่าไหร่

ค่าอากรแสตมป์สำหรับสัญญาจ้างทำของ = มูลค่าสัญญา ÷ 1,000 ดังนั้น 100,000 ÷ 1,000 = 100 บาท ต้องติดหรือนำส่งภายใน 15 วันนับแต่วันทำสัญญา

สัญญาอิเล็กทรอนิกส์หรือลงลายมือชื่อดิจิทัลใช้แสตมป์กระดาษได้ไหม

ไม่ได้ กรมสรรพากรกำหนดให้สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรแสตมป์ผ่านระบบออนไลน์ e-Stamp Duty เท่านั้น การนำแสตมป์กระดาษมาติดกับเอกสารดิจิทัลถือว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ถ้าลืมติดอากรแสตมป์นาน 6 เดือน ต้องจ่ายค่าปรับเท่าไหร่

หากเกิน 90 วัน ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 5 เท่าของค่าอากรจริง เช่น ค่าอากร 500 บาท ต้องจ่ายรวมทั้งหมด 500 + (500 x 5) = 3,000 บาท นอกจากนี้สัญญาที่ไม่ปิดอากรอาจใช้เป็นพยานในชั้นศาลไม่ได้

สัญญาซื้อขายสินค้าต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาซื้อขายสินค้าทั่วไปไม่อยู่ในบัญชีตราสาร 28 ประเภทที่ต้องเสียอากรแสตมป์ แต่สัญญาจ้างทำของ (รับจ้างผลิตหรือรับจ้างทำ) ต้องเสีย ถ้าไม่แน่ใจว่าสัญญาของคุณเป็นประเภทใด ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเซ็น

ใครเป็นผู้มีหน้าที่นำส่งอากรแสตมป์ ผู้ว่าจ้างหรือผู้รับจ้าง

ตามกฎหมาย ผู้มีหน้าที่นำส่งคือ 'ผู้ทำตราสาร' ทั้งสองฝ่าย แต่ในทางปฏิบัติมักตกลงกันว่าฝ่ายใดเป็นผู้ออกค่าอากร โดยทั่วไปผู้ว่าจ้างหรือฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากสัญญามากกว่าจะรับผิดชอบ ควรระบุให้ชัดในสัญญาตั้งแต่แรก